<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743</id><updated>2012-02-08T15:26:50.379+07:00</updated><title type='text'>Epsilon</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>69</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-116557225169208014</id><published>2006-12-08T17:02:00.000+07:00</published><updated>2007-01-13T20:53:35.876+07:00</updated><title type='text'>ย้ายบ้านจ้า</title><content type='html'>ย้ายบ้านไปอยู่ที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="https://epsie.wordpress.com/"&gt;https://epsie.wordpress.com/&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตามไปบ้านโน้นนะจ๊ะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-116557225169208014?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/116557225169208014/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=116557225169208014' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/116557225169208014'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/116557225169208014'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/12/blog-post_08.html' title='ย้ายบ้านจ้า'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-116548018022515894</id><published>2006-12-07T14:57:00.000+07:00</published><updated>2006-12-07T15:41:58.350+07:00</updated><title type='text'>วันนี้ป่วย</title><content type='html'>เช้านี้ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกเวียนหัวอย่างแรง  จริงๆ แล้วรู้สึกตั้งแต่เมื่อคืนก็เลยเข้านอนตั้งแต่สามทุ่มคิดว่านอนเร็วไว้ก่อน เผื่อเช้ามาจะหาย  แต่ปรากฎว่าคิดผิด ไม่หายแหะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ก็เลยได้นอนแอ้งแม๊งอยู่บ้านจนเกือบสิบโมง  กว่าจะดีขึ้นจนลุกขึ้นมาหาอะไรใส่ท้อง&lt;br /&gt;กินยาหอมเข้าไปเกือบครึ่งลิตรแล้ว :(&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงสองสามเดือนมานี่เราไปฟิตเนสสัปดาห์ละครั้ง จากเดิมที่เคยตั้งใจว่าจะไปสองสามครั้งต่อสัปดาห์ &lt;br /&gt;ไปครั้งนึงกินเวลาไปสามชั่วโมงกว่า  ก็เลยไปได้แค่นี้&lt;br /&gt;ก่อนหน้านี้เราคิดว่าการจ้างเทรนเนอร์เป็นสิ่งฟุ่มเฟือย  เปลืองเงิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่หลังจากออกกำลังกายเองไปซักพัก เรารู้แล้วหล่ะว่าต้องใช้บริการมืออาชีพให้เค้าสอนความรู้เรื่องการออกกำลังการให้  เหมือนกับลงเรียนวิชาออกกำลังกายหนึ่งคอร์ส  เพราะแต่ละคนมีสรีระที่ไม่เหมือนกัน  วิธีการ ท่าทางและอุปกรณ์ที่เหมาะกับแต่ละคนก็เลยไม่เหมือนกัน  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างเราตัวเล็กไม่มีเนื้อ การต้องการให้ร่างกายเฟิร์มต้องใช้อุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมากกว่าปกติแต่ออกกำลังกายน้อยครั้ง   เช่น ยกเวท ถ้าคนเจ้าเนื้อต้องการลดไขมันอาจจะใช้น้ำหนัก 2 ก.ก. แต่ยกชุดละ 15-20 ครั้ง  ส่วนเราให้ใช้น้ำหนัก 3-5 ก.ก. แต่ชุดละ 10-12 ครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เทรนเนอร์พาเราทดลองออกกำลังกายด้วยเครื่องแมทชีนหลายอย่าง พร้อมกับอธิบายว่าถ้าออกกำลังกายโดยไม่ใช้เครื่อง (Free weight)  จะต้องทำอย่างไร เผื่อมาแล้วเครื่องพวกนี้มีคนใช้อยู่จะได้ไม่ต้องรอ  แล้วเราก็สามารถออกำลังกายเองที่บ้านได้    &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องออกกำลังกายส่วนใหญ่ไม่ค่อยเหมาะกับเรา เพราะออกแบบมาสำหรับไซส์ต่างชาติ (อุปกรณ์นำเข้า)  เราก็มาตรฐานหญิงไทย  เล็กกระทัดรัด  เวลาไปลองเครื่องที่เกี่ยวกับไหล่  อก  วงสวิงส์  เรามักจะไม่ได้  เป็นที่รู้กันกับเทนเนอร์ ก็ฮาๆ กันไป ว่าไม่เหมาะค่ะพี่ เปลี่ยนเถอะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงๆ แล้วช่วงที่สำคัญที่สุดของการออกกำลังกายคือช่วงวอร์มอัพ  ยี่สิบนาทีแรก  เราจะต้องพยายามออกกำลังกายต่อเนื่องให้เกินยี่สิบนาที  ให้เหงื่อออก ให้ระดับการเต้นของหัวใจอยู่ในช่วงที่กำหนด อย่างเราเวลาวอร์ม ก็จะไปวิ่งที่ลู่วิ่ง  ตั้งเวลา อายุ น้ำหนัก  เครื่องคำนวณให้ว่าหัวใจควรจะเต้นที่ประมาณ 158 ครั้งต่อนาที  เราก็วิ่งด้วยสปีดตั้งแต่ 5.5 สลับกับ 7.0 จนกวาจะครบเวลา   เครื่องก็จะบอกว่าช่วงเวลาทั้งหมดที่หัวใจเราเต้นเกิน 158 ครั้งนานทั้งหมดกี่นาที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นก็ไปพบเทรนเนอร์ให้สอนออกำลังกายส่วนต่างๆ  อุปกรณ์หนึ่งก็เล่นประมาณ 3-4 ชุด ซึ่งเราเรียกว่า 1 เซ็ตต่อหนึ่งอุปกรณ์   ใช้เวลาประมาณครั้งละหนึ่งชั่วโมง จากนั้นก็กลับมาวิ่งที่ลู่วิ่งอีกครั้ง เพื่อ burn พลังงาน  ประมาณครึ่งชั่วโมง  แต่ส่วนนี้มักจะเดินเร็วๆ มากกว่าเพราะเครื่องจะคำนวณค่าการเต้นของหัวใจเหมือนตอนวอร์ม แต่เป็นโปรแกรมสำหรับ burn ส่วนใหญ่ของเราจะอยู่ที่  ประมาณ 128  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางทีถ้าเบื่อวิ่งก็เปลี่ยนไปถีบจักยาน  หรือใช้อุปกรณ์อื่นๆ ก็ได้  แต่ลองไปลองมาสรุปว่าเราชอบวิ่งมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นก็อาบน้ำสระผม  เป็นอันเสร็จเรียบร้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อแนะนำสำหรับคนที่จะไปออกกำลังกาย  ควรออกกลังกายหลังทานอาหารประมารสองชั่วโมง  ถ้าจะออกกำลังกายตอนเช้า  ควรทานกล้วยหรือขนมปังกับนมเล็กน้อย  ไม่ควรออกกำลังกายทั้งๆ ที่้ท้องว่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปนอนต่อดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องประทับใจจากการใช้เครื่องแมค : เราไรท์ไฟล์ใ่ส่ซีดีโดยการสร้างโฟล์เดอร์รวมไฟล์ที่ต้องการไรท์ไว้บนเดสก์ทอป  จากนั้นเราก็มั่วด้วยกาคลิกขวา เจอฟังก์ชั่น Burn Disc แล้วเราก็กดเลย  ปรากฎว่าเครื่องแมคburn cd ให้เราโดยไม่ต้องใช้โปรแกรมใดๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงๆ แล้วเคยได้ยินมาว่าโปรแกรมที่เหมือน Nero ในพีซี  ของแมคคือ  Toast  แต่เครื่องเราดันไม่มีแฮะ  ไม่เป็นไร เพราะเราไม่มีเจ้าเราก็เอาไฟล์ลงซีดีสำเร็จไปแล้ว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-116548018022515894?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/116548018022515894/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=116548018022515894' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/116548018022515894'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/116548018022515894'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/12/blog-post_07.html' title='วันนี้ป่วย'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-116525829534037702</id><published>2006-12-05T01:47:00.000+07:00</published><updated>2006-12-07T15:30:21.816+07:00</updated><title type='text'>Him</title><content type='html'>วันก่อน Big sister โทรมา  &lt;br /&gt;ถามคำถามที่เราฟังแล้วก็หัวเราะปนอึ้ง&lt;br /&gt;"ตกลงคุณเลิกกับเค้าแล้วใช่ไหม๊"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลิกกัน - เราเคยนึกถึงคำนี้ตอนที่เราพยายามจะ take off my mind  แต่ก็ยังคงทำไม่ได้&lt;br /&gt;ตอนนี้ก็ยังคงคิดถึง เป็นห่วง เขียนอีเมล์ไปหาถ้ามีอะไรที่อาจจะกระทบถึง'เค้า'&lt;br /&gt;ถึงจะเลิกกันแล้วแต่ก็ยังเป็นเพื่อน เป็นมิตร  เป็นคนที่ประสงค์ดีต่อกันได้ใช่ไหม๊&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ ใช่  และเราจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I cant take  my mind off you.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-116525829534037702?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/116525829534037702/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=116525829534037702' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/116525829534037702'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/116525829534037702'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/12/him.html' title='Him'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-116525802944246536</id><published>2006-12-05T01:46:00.000+07:00</published><updated>2006-12-07T15:31:28.626+07:00</updated><title type='text'>รายการโปรด</title><content type='html'>ช่วงนี้เราเข้าเวบ http://www.typhoonbooks.com/ ทุกวัน&lt;br /&gt;เพราะสนุกกับการฟังเพลงประจำวันของเวบพี่คุ่น&lt;br /&gt;เค้าเปลี่ยนเพลงที่หน้าโฮมเกือบทุกวัน  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แถมถ้าคลิกไปอ่าน typhooncafe' &lt;br /&gt;http://www.typhoonbooks.com/typhooncafe/sounds.html&lt;br /&gt;นิตยสารออนไลน์ ในส่วนของ  sound ก็ยังจะได้ฟังเพลงอีกสองเพลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชอบค่ะชอบ  อ่านขำ ขำ ได้ความสนุกสนาน ได้ความรู้ แถมยังบรรเทิงใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ย้อนกลับมาที่โอเพ่น&lt;br /&gt;ก็ยังอ่านปกติ  แต่คอลัมน์ใหม่ที่รอคอยว่าเมื่อไหร่จะขึ้น  update สีส้ม &lt;br /&gt;คือ ที่นั่งริมหน้าต่าง  กับ  รูของผู้บริโภค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่นั่งริมหน้าต่าง ไม่ค่อยอัพ  ก็เลยดอดไปอ่านบล็อกของเจ้าของคอลัมน์แทน&lt;br /&gt;อ่านไปขำไป  ด้วยความที่ไม่เคยคิดว่าเค้ามีอารมณ์ขันได้ถึงเพียงนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รูของผู้บริโภค งานเขียนของน้ิวกลมที่อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวเองพรุนไปด้วยรู ! ของความความไม่มั่นใจ&lt;br /&gt;นานๆ จะเจอคนที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้บริโภคควรตระหนัก ที่ได้ทั้งสาระแล้วก็เสียงหัวเราะไปพร้อมๆ กัน&lt;br /&gt;He can !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Demien Rice ออกอัลบัมใหม่ ชื่อว่า  9&lt;br /&gt;http://www.warnerbrosrecords.com/damienrice/&lt;br /&gt;เลิศค่ะ  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประทับใจจากอัลบัมก่อนนี้จากเพลง Blower's daughter&lt;br /&gt;ประกอบหนังเรื่อง Closer&lt;br /&gt;http://www.damienrice.co.uk/music.asp&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..... I cant take my mind off you .....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนที่ประทับใจกว่านั้นก็คือ เค้าไปเที่ยวพม่าแล้วก็ออกซิงเกิล unlpayed piano &lt;br /&gt;http://www.actionburma.com/&lt;br /&gt;เพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนกิจกรรมเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวอองซาน ซูจี  &lt;br /&gt;แถมเค้ายังได้ขึ้นไปร้องเพลงนี้กับ Lisa Hannigan&lt;br /&gt;บนเวทีงานเลี้ยงฉลองรางวัลโนเบลเมื่อปี 2005 เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 60 ปีให้กับอองซาน ซูจี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูได้จากลิงค์นี้&lt;br /&gt;http://www.youtube.com/watch?v=FehGdho5Hhg &lt;br /&gt;เราว่าเค้าทั้งคู่ร้องสดได้ดีมากๆ ฟังแล้วรู้สึกมีพลัง มีชีวิตชีวา มากกว่าต้นฉบับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***ความรู้ใหม่ &lt;br /&gt;เราเพิ่งรู้ว่าเวลาที่โหลดไฟล์จาก youtube  ให้คลิกที่ปุ่ม play เพื่อให้หยุดก่อน&lt;br /&gt;จากนั้นรอให้แถบดำๆ ด้านข้าง ค่อยๆ เปลี่ยนสีจากดำเป็นสีแดงจนเต็ม  &lt;br /&gt;ซึ่งหมายความว่าดาวน์โหลดเสร็จเรียบร้อย  แล้วค่อยกด  play อีกครั้งหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อก่อนเราก็เซ่อซ่า ปล่อยให้มันเล่นไปเลยแล้วเน็ตมันก็ไม่แรงจริง ภาพกับเสียงก็กระตุกเป็นระยะ จนไม่ค่อยหนุกแล้วก็ไม่อยากโหลดคลิปมาดู เพื่อส่งอะไรมาทีก็ต้องรอไปเปิดดูที่มหาลัย  เชยซะจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดือนนี้เราฟัง  unplayed piano ไปร้อยกว่ารอบได้แล้วมั้ง ^.^&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่เข้าใจว่าปุ่มที่ไว้สำหรับทำลิงค์เวบมันหายไปไหน &lt;br /&gt;ปรับฟอนท์ก็ไม่ได้  &lt;br /&gt;นี่อิชั้นไปคลิกอะไรพลาดไปอีกล่ะเนี่ย :(&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-116525802944246536?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/116525802944246536/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=116525802944246536' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/116525802944246536'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/116525802944246536'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/12/blog-post.html' title='รายการโปรด'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-116360154108006454</id><published>2006-11-15T21:15:00.000+07:00</published><updated>2006-11-15T21:39:02.100+07:00</updated><title type='text'>เรื่อยเปื่อย (อีกแล้ว)</title><content type='html'>เนื่องด้วยโพสต์ก่อนหน้า  ไม่สามารถอ่านได้ เป็นภาษามนุษย์ต่างดาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พยายามแก้แล้ว ด้วยหลายวิธี แต่ก็ยังไม่สามารถ จนหมดแรง  อาจเกิดจากข้าพเจ้าเข้าไปเซ็ตภาษาในเครื่องแมค  แล้วพออัพโหลดมันก็เลยอ่านไม่ออก   (แต่ตอนพิมพ์ก็ภาษาไทยนะ) ทั้งๆ ที่ตั้งแต่เรื่อง  Mac girl เราก็อัพจากเครื่องแมคนี่แหละ  กรรมจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เก็บไว้บนเวิร์ดกันพลาด  เขียนใหม่ก็คงไม่เหมือนเดิม  จากที่ตั้งใจจะส่งไปให้คุณอธิคม  บรรณาธิการนิตยสาร Wayอ่าน  ก็เลยยังไม่ได้ส่ง  กะว่าคงจะมีความสามารถในการแก้ไขโค้ดจนอ่านได้ในซักวันหนึ่ง  ก็เลยขออนุญาตไม่ลบโพสต์ก่อนหน้า   คาไว้เป็นการบ้านให้ข้าพเจ้าแก้ให้ได้ในวันใดวันหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้นั่งอ่าน OOM : London Loves  แล้วอยากไปติดเกาะอังกฤษกะเค้ามั่ง  หวังว่าฝันคงไม่ไกลเกินเอื้อม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงนี้เป็นฤดูรักสุกงอม  เพื่อนๆ จากหลายวงการ ทยอยแจ้งข่าวดีเรื่อง จะแต่งงาน  ให้เราไปร่วมเป็นสักขีพยานหลายคู่  มีความสุขไปด้วย เวลาได้รู้ว่าเพื่อนๆ กำลังจะมีครอบครัวเป็นของตัวเอง  แถมข่าวเรื่องการตั้งท้องและคลอดลูกของเพื่อน พี่ๆ อีกหลายคน  ไปเยี่ยมหลานอายุ 6วัน  ไม่กล้าแม้แต่จะแตะเนื้อต้องตัว  มือ เท้า นิ้ว เล็กมาก  ไว้รอให้หนูตัวใหญ่กว่านี้แล้วจะไปขออุ้มนะจ๊ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อากงกลับมาอยู่บ้านแล้ว  เราจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยจากศูนย์ดูแลผู้ป่วยมาดูแล จากที่เคยใส่สายอาหารและดึงออกทุกวัน  ตอนนี้อากงพยายามทานข้าวต้มเองทางปากเพิ่มขึ้น  เอาสายอาหารออกไปเลย  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาการทั่วไปดีขี้น  การควบคุมปากด้านซ้ายดีขึ้น ดื่มน้ำโดยไม่ใช้หลอดได้แล้ว ทานยาเม็ดเองได้แล้ว  แต่ยังต้องกายภาพแขน ขาซ้ายต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเราเคลียร์ที่หลังบ้านริมรั้ว ให้อากงไปนั่งเล่นนอกบ้าน  ให้มองออกไปที่เห็นสวนที่อากงเคยไปทำทุกวัน  รู้สึกว่าอากงจะชอบมาก  อารมณ์ดีเป็นพิเศษ  เพราะไม่ต้องอยู่แต่ในห้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ไถ่ถามอาการอากง  หายห่วงแล้วจ๊ะ  ขอบคุณมาก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-116360154108006454?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/116360154108006454/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=116360154108006454' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/116360154108006454'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/116360154108006454'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/11/blog-post.html' title='เรื่อยเปื่อย (อีกแล้ว)'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-116309630873234644</id><published>2006-11-10T00:40:00.000+07:00</published><updated>2006-11-10T01:18:42.216+07:00</updated><title type='text'>Way Magazine</title><content type='html'>Way  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;�繪��͹Ե���ù�ͧ����  �ӷѾ�º�.�ҡ����� ͸Ԥ� �س��ز�  &lt;br /&gt;��Һ������Ҩ��ա���Դ���˹ѧ��ͨҡ�Ǻ����  &lt;br /&gt;�������֡� ��Ҥ��ӹԵ���ô�� ��Ѻ������&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;�����ҹ�ҹ��ҵ�����������ʴ�&lt;br /&gt;������ҷ� Aday Weekly ���k�����ҹ����詺Ѻ���ġ�쨹��Ѻ�ش���·�����������Һ&lt;br /&gt;�ҡ��鹡��ѧ��ҵԴ��� �������駷������ǡѺ��ûԴ��ǹԵ����  ������¤��͡���Դ�����������������֡&lt;br /&gt;������ѧ�֡��Ҥس͸Ԥ� ���ѧ�ա��ѧ㨡�Ѻ�ҵ������Ѻ�������Ңͧ�Թ��ҡ�˹��ٻẺ�Ե���� �ա�������&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;��ҵ������ҹ�͡˹�ҷ������  ���ͫ��� Way ��Ѻ 01  ��������������ἧ˹ѧ������� �Ǻ�ҹ���բ������&lt;br /&gt;�����ҹ������ҹ����óҸԡ�� ����ͧ���� ���ǡ����� �Դ���ٻ���d���� � ��´���� �ҡ��鹡����� ��ҹ���Ф���y쨹����� By the way  �����¹�֧��٨���ԧ 㹻���繷���ʹ�����кҧ ����Ҩ����������¤Դ  &lt;br /&gt;��ͧ�͡��Ҥ��ⷹ�����������Ҿ���  ��������Һҧ��ǹⴴ���繾���� ���ҧ����� Healh Advocate,  ����y�Դ��Ѻ����, slow food, global report,  global village   ��ǹ�ͧ life ���ѧ�����  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;�����ҹ���稡��觵��������͹���ҹ �������»���繹��ʹ�  �����§�ͺ�Ѻ��͹��ҧ��  �ӹͧ������ �դ���˹ѧ������������ҧ����������&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;��ҹ������� ������ɳ��軡��ѧ  ����ѧʧ�����ҷ�gҹ��йԵ���è�����ѹ�ѧ�&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;��ѧ������u���令��Т���ɳ����ҡ��� ���Ө��������˹�����ҡ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;�ٻ���aзѴ�Ѵ ��д�ɡ����  ��èѴ˹������  ���պҧ˹�ҷ�����ѡ���ͧ������������о�����&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;��Ҵ���ա���ҧ���������ҹ���˹ѧ���˹���.  ����� Way �����Ҵ���  ��Ңͧ��ҹ���������繤س��d��t���Ф��d�d�ҢͧWay �֧���׫�����������  (��ҹ���ʹѺʹع˹ѧ��ʹ����ҧ open, up date, ��ä��   ���˹ѧ����š��ա������Ƿ��������Դ��Ҩ��դ���Ҩ���wع ������͹��Ңͧ��ҹ����ҡ������ �����$�������ͧ�к�ҧ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;��ҹ editor' s way   �����ͧ���ǡ礧��ͧ�������ҧ����դ��º͡&lt;br /&gt;"��.�繤��ѧ�  ˹ѧ��ͷ����ҷӨ��з�͹�͡����������Ѵਹ����ش"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;�����仹� Way&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-116309630873234644?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/116309630873234644/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=116309630873234644' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/116309630873234644'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/116309630873234644'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/11/way-magazine.html' title='Way Magazine'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-116291918391312071</id><published>2006-11-08T00:05:00.000+07:00</published><updated>2006-11-08T00:16:57.106+07:00</updated><title type='text'>Call for papers-The 2007 Annual UTCC International Conference</title><content type='html'>The 2007 Annual UTCC International Conference will be held at the University of Thai Chamber of Commerce from Thursday 7th to Friday 8th June 2007.  The objective of the conference is to discuss recent academic contributions in various areas of economics whether theoretical, econometric, experimental or policy oriented.  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     The Programme Committee invites submission of papers from academic, government and business economists. Submissions must be sent electronically to  Dr. Frederic Tournemaine at the following e-mail address: frederic.tournemaine@uc-utcc.org&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    The deadline for submission is 31 January 2007. Abstracts will be considered, but papers are preferred. Notification of acceptance will be sent by 1 March 2007.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    The Programme Chair is Professor Vimut Vanitchareanthum : vimut@uc-utcc.org&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Other Information&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       Further information on the conference and accommodation will be sent to authors of papers which have been accepted for presentation consideration or upon request. For more specific information, please contact the conference secretary, Miss Apirada Khachonpan, at the following e-mail address: rockget@gmail.com &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.uc-utcc.org/news/conference.html"&gt;Program of 1st Annual UTCC International Conference on "Frontier Research in Economic"&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-116291918391312071?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/116291918391312071/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=116291918391312071' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/116291918391312071'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/116291918391312071'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/11/call-for-papers-2007-annual-utcc.html' title='Call for papers-The 2007 Annual UTCC International Conference'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-116283632831643188</id><published>2006-11-07T01:04:00.000+07:00</published><updated>2006-11-07T01:09:10.613+07:00</updated><title type='text'>Mac girl</title><content type='html'>เราเพิ่งซ์้อแมคมาใช้  เพราะมันสวยดี &lt;br /&gt;ตอนแรกก็งงๆ แต่ก็ลองมั่วๆ คลิกเล่นโน่นนี่ในเครื่องไปตามประสา แล้วก็เข้าไปอ่านในเวบบอร์ดของคนที่ใช้แมค  ตอนนี้ก็เริ่มคุ้นแล้ว&lt;br /&gt;SPSS สามารถรันบนแมคได้ด้วย โอ๊ะโอ ดีจัง&lt;br /&gt;ต้องลองไปค้นๆ ว่ามีโปรแกรมเกี่ยวกับสถิติ ศศ.อะไรที่ใช้บนแมคได้อีกมั่ง&lt;br /&gt;ช่วงนี้เป็นช่วงทดลองโปรแกรมว่าจะใช้โปรแกรมไหนทำอะไรได้บ้าง&lt;br /&gt;วันนี้เราได้ลองใช้ Record Pad โปรแกรมในจินตนาการว่าน่าจะอัดเสียงลงบนเครื่องคอมได้เลย  เวลาที่ไปประชุมจะได้ไม่ต้องพกไอพอดไปด้วยให้บุ่งยาก  เพราะเครื่องแมคมีไมโครโฟนเล็กๆ อยู่ที่ข้างจออยู่แล้ว  เสียงที่อัดชัดใช้ได้  ต้องลองไปใช้ในห้องประชุมจริงว่าจะเป็นไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คงมีเรื่องตื่นเต้นเกี่ยวกับแมคให้สนุกอีกเยอะ &lt;br /&gt;ขอบคุณสตีฟ จอบส์ที่คิดทั้งฮาร์ดแวร์สวยๆ แล้วก็ซอฟแวร์มาให้ใช้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-116283632831643188?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/116283632831643188/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=116283632831643188' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/116283632831643188'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/116283632831643188'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/11/mac-girl.html' title='Mac girl'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-115980830019128452</id><published>2006-10-02T23:57:00.000+07:00</published><updated>2006-10-06T02:07:04.196+07:00</updated><title type='text'>Stroke ทำให้โลกหยุดหมุน ตอนที่ 1</title><content type='html'>ค่ำนี้เราเสียน้ำตาอีกครั้ง แอบเศร้าแต่ไม่กล้าให้เค้าเห็นว่าเราร้องไห้เพราะเค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สะเทือนใจที่เห็นผู้ชายคนนึงท้อแท้ที่ทานอะไรด้วยตัวเองไม่ค่อยได้&lt;br /&gt;ต้องฝึกกินน้ำ กินข้าวต้ม ฝึกเคี้ยว ฝึกกลืน แต่ก็ยังทำไม่ค่อยดีนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายคนนั้นคือ อากง พ่อขอป๊า หรือปู่ของเราเอง&lt;br /&gt;ปีนี้ อากง อายุ 94 ย่าง 95 ปี&lt;br /&gt;จากที่เคยเป็นคนแข็งแรง ไปทำสวนหลังบ้านทุกวัน ไม่มีโรคประจำตัว ไม่ต้องกินยาใดๆ&lt;br /&gt;วันที่ 18 สิงหาคม 2549 อากงต้องไปนอนที่ห้องไอซียู&lt;br /&gt;เพราะการเต้นของหัวใจต่ำมากแค่ 40-50&lt;br /&gt;เส้นเลือดใหญ่ในสมองซีกขวาตีบ (ศัพท์ทางการแพทย์เรียกโรคนี้ว่า Stroke)&lt;br /&gt;ส่งผลให้การทำงานของอวัยวะซีกซ้ายอ่อนแรง หรือเป็นอัมพาตครึ่งซีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้องให้ออกซิเจน ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบชั่วคราว&lt;br /&gt;ต้องให้น้ำเกลือ ให้ยา ให้อาหารทางสายยาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อากงอยู่ในห้องไอซียู 10 วัน&lt;br /&gt;อาการ ดีขึ้น แย่ลง จากการติดเชื้อสลับกันไป&lt;br /&gt;แต่โชคยังดีที่หัวใจกลับมาเต้นในระดับปกติจนถอดเครื่องกระตุ้นหัวใจออกได้และไม่ต้องผ่าตัดใส่แบบถาวรเข้าไป&lt;br /&gt;จากนั้นย้ายออกมาอยู่ห้องธรรมดากลับมีอาการแย่ลงในช่วงเรกเพราะติดเชื้อยังไม่หายดี และสำลักอาหารลงปอดทำให้ปอดบวม&lt;br /&gt;หลังจากที่ให้ยาครบ เหลือเฉพาะยาลดเสมหะที่ให้ทางสายยาง และอาการดีขึ้นคือรู้สึกตัวมากขึ้น ตื่นมากขึ้น&lt;br /&gt;เราก็เริ่มฝึกให้อากงกินน้ำว่าจะสำลักหรือเปล่าด้วยการหยอดด้วยหลอดทีละสองสามหยด ไม่สำลักแฮะ&lt;br /&gt;"อากงกินยาคูลไหม๊" อากงพยักหน้า เราก็เริ่มปฎิบัติการเอายาคูลหยอดให้กินบ้างแทนน้ำเปล่า&lt;br /&gt;สองวันต่อมา อากงชักจะไม่ยอมแล้ว ทำท่าหลอดเจาะยาคูล ประมาณว่าจะดูดเองแล้ว&lt;br /&gt;เราก็เลยลองดู ให้ดูดจากหลอดเล็กๆ ค่อยๆ ฝึก อากงมีแรงดูด แต่ก็ได้ประมาณหนึ่งส่วนสามขวด&lt;br /&gt;เราให้ฝึกดูดยาคูลกับน้ำเปล่าอยู่ห้าวัน แล้วก็เริ่มฝึกให้อากงกินข้าวตุ๋น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครั้งแรกนี่ทุกคนลุ้นระทึกมาก ถึงขั้นถ่ายคลิปเก็บไว้เลย&lt;br /&gt;สองสามคำแรกเราป้อนให้ ไม่สำลัก จะป้อนต่อก็ไม่ยอมแล้ว อยากจะตักเอง&lt;br /&gt;อากงกินไปจนหมดชาม (ถ้วยซุป) กินไปหาวไป ง่วงแต่ก็อยากกิน ตลกดี&lt;br /&gt;รู้สึกว่า อากงและทุกๆ คนจะมีกำลังใจขึ้นมามากว่าอากงน่าจะกลับมากินได้และเอาสายอาหารที่เสียบอยู่ที่จมูกออก&lt;br /&gt;แต่หลังจากนั้น พอเราเอาข้าวต้มที่เหลวๆ เป็นน้ำให้อากงกิน แล้วน้ำก็ไหลออกมาจากปากด้านซ้ายตลอดเพราะเค้าบังคับซีกซ้ายไม่ได้ อากงก็เศร้าๆ เสียใจ&lt;br /&gt;วันนี้เราต้มข้าวต้มแบบข้นๆ เละๆ ต้มซุปเห็ดกับผักไปให้ กินกับปลา อากงกินได้เพราะอาหารมีความหนืด แต่ก็ยังกินได้ไม่เยอะ แค่ประมาณสิบกว่าคำก็โบกมือว่าพอ&lt;br /&gt;รู้สึกว่าอากงเศร้า ซึม ท้อแท้ เพราะอยากกินให้ได้เยอะๆ แต่ก็กินไม่ได้&lt;br /&gt;เราเห็นน้ำตาอากงซึมๆ แววตาไม่สดใสเหมือนวันแรกที่กินได้ก็อดสงสารไม่ได้&lt;br /&gt;จากคนที่เคยแข็งแรง ช่วยเหลือตัวเองได้ทุกอย่าง กลับต้องมานอนอยู่บนเตียง แขน ขาด้านซ้ายขยับไม่ได้ บังคับลิ้นก็ยังไม่ได้&lt;br /&gt;จากที่เราเคยหวังว่าอากงจะกลับมาเดินได้&lt;br /&gt;เหลือแค่นั่งได้ก็พอ&lt;br /&gt;ถอดสายอาหารออกได้ก็พอ&lt;br /&gt;ตอนนี้เราบอกกับอากงว่า "เป็นยังไงก็รักเหมือนเดิม"&lt;br /&gt;ถึงจะต้องกินอาหารทางสายยางไปตลอดชีวิต เดินไม่ได้ นั่งไม่ได้ บังคับลิ้นไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมอบอกว่าใกล้จะกลับบ้านได้แล้วนะเพราะตอนนี้ไม่มียาที่ต้องฉีดให้อากงแล้ว มีเฉพาะยากิน&lt;br /&gt;แต่อย่าคาดหวังว่าจะถอดสายอาหารออกถาวร เพราะคนไข้ที่มีอาการทางสมอง มักจะมีปัญหาเรื่องการสำลักอาหารลงปอดซึ่งจะทำให้ติดเชื้อและมีปัญหาตามมา ถ้าคนไข้กินเองจะกินได้ไม่เยอะ สารอาหารก็คงไม่เพียงพอ ควรให้ทางสายยาง ให้ทานทางปากแค่ให้คนไข้รู้รส มีความสุขกับการได้กิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้อากงกินกล้วย (เหมือนเด็กทารกกินน่ะ) กินโจ๊ก ข้าวตุ๋น ยาคูล น้ำส้ม น้ำ ทุกอย่างหัดใหม่หมด ต้องคอยบอกว่าให้เคี้ยวก่อนนะ เคี้ยวแล้วเกลือนลงไปนะ อย่าอมนะ กลืนหมดหรือยัง กลืนให้หมดก่อน ไหนดูหน่อยอ้าปากซิ หมดแล้วกินอีกนะ พอป้อนแล้วก็มีน้ำหรืออาหารไหลออกมานิดหน่อยที่มุมปากซ้าย ต้องใช้ผ้าคอยเช็ดให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อากงดึงสายอาหารทุกวัน ทั้งๆ ที่ตอนนอนผูกมือไว้กับขอบเตียง เพราะรำคาญสายอาหารที่เสียบอยู่ที่จมูก อากงงอตัวลงและก้มหัวทำตัวคู้ๆ แล้วก็ดึงออกได้ตลอด บางวันดึงสามรอบ เวลาใส่ใหม่ก็จะเจ็บมากเพราะต้องเสียบเข้าทางจมูก สลับข้างไปมา แต่อากงก็ดึงได้ทุกคืน แล้วตอนเช้าค่อยใส่ใหม่ พูดเท่าไหร่ก็ไม่เชื่อ ต้องให้หลานจับมือไว้ตลอด หลับคาเตียงกันเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อากงนอกจากจะดึงสายอาหารแล้ว ยังดึงสายออกซิเจน ดึงสายฉี่ แกะเพมเพอร์สออกเพราะรำคาญ ดื้อเงียบๆ ไม่โวยวาย ดึงออกหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้เปลี่ยนจากสวมคอนดอมต่อสายลงถุง เป็นสวมถุงพลาสติกแล้วเทรวมใส่ขวดเพื่อวัดปริมาณและเอาไปตรวจแทน แต่อากงก็รำคาญอยู่ดี ใช้ขาข้างขวาถีบจนถุงหลุดบ่อยๆ (ใช้คอมฟอร์ทร้อยไม่ได้เพราะถ้าอากงบอกว่าจะฉี่ อีกสองวิอากงก็ฉี่แล้ว ไม่ทันอ่ะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้องเราเอาหมอนข้างหมีพูท์ไปให้อากงกอด อากงก็ลูบหัวหมีพูท์เหมือนลูบหัวหลานๆ เวลาที่ไปเยี่ยม ดึงผ้ามาห่มให้หมีพูห์ เป็นเรื่องขำของพยาบาลมาก พยาบาลชอบไปแกล้งอากงว่าถ้าดื้อจะเอาหมีไปนะ อากงก็จะตื่นตาโต ตลกดี พยาบาลที่นั่นเรียกอากงว่า 'คุณตาหมีพูท์'&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยู่ๆ วันนึงอากงถามว่าตุ๊กตานี้ชื่ออะไร เราก็บอกไปว่า หมีพูท์ เรียกซิ่ อากงได้แต่พยักหน้า&lt;br /&gt;ล่าสุดอากงชี้ที่หมีแล้วถามว่าช่วยอะไร เราก็ขำ บอกไปว่าหลานอากงอีกคนไง จะได้อยู่เป็นเพื่อนอากง อากงก็พยักหน้าหงึกๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และก็เป็นน้องเราอีกน่ะแหละที่เอาผ้าห่มผืนเล็กๆ มาให้อากงห่มที่โรงพยาบาล ผ้าห่มผืนนั้นเป็นลายคิตตี้สีชมพูหวานหยด ใครๆ มาที่ห้องก็พากันถามว่าอากงชอบการ์ตูนเหรอ พวกเราก็ขำ บอกว่าปล่าวค่ะ อากงมีหลานสาวหลายคนก็เลยมีแต่ของพวกนี้ เอามาจากบ้าน ไม่ได้ซื้อใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อากงนอนอยู่บนเตียงพร้อมผ้าห่มคิตตี้สีชมพูแล้วก็กอดหมอนหมีพูท์อีกต่างหาก น่ารักซะไม่มี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พยาบาลมาก็จะพยักหน้า บางทีก็จับมือเช็คแฮนด์ บางทีก็หยิกแก้มพยาบาลคืน(เพราะพยาบาลชอบมาหยิกแก้มอากง) บางทีก็ตะเบะมือแบบตำรวจ ขำๆ ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกเราสอนสัญลักษณ์มือให้อากงทำตาม ทั้งชูสองนิ้ว สู้ตาย, สามนิ้ว โอเค, แล้วก็โบกมือบ๊ายบายเวลาที่คนมาเยี่ยมลากลับ อากงก็ทำตามอย่างว่าง่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อากงจะเป็นห่วงแขนขาข้างซ้ายตลอด ไปนั่งข้างเตียงอากงก็จะชี้ว่าให้นวดข้างซ้ายให้หน่อย จะได้หายเร็วๆ บางทีก็ขอผ้ามาเช็ดหน้า เสร็จแล้วก็เช็ดมือข้างขวาแล้วก็ชี้ว่าให้เอามือข้างซ้ายมาให้หน่อย แล้วก็เช็ดๆ ทำความสะอาดเอง อยู่ว่างๆ อากงก็จะยกแขนขาข้างขวาเพื่อออกกำลังเอง (แต่อาทิตย์นี้ไม่ยอมทำแล้ว อากงท้อแท้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงนี้อยู่ในช่วงของการพักฟื้น กายภาพบำบัดเบื้องต้น และฝึกดื่มน้ำ กินอาหารอ่อนทางปาก หวังว่าทุกๆ อย่างคงจะดีขึ้น&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เวลาไปเยี่ยมพวกเราจะกอดอากงที่อกให้อากงลูบหัว ก่อนกลับบ้านก็จะหอมหน้าผากกับแก้มอากงทุกครั้ง &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;...&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เป็นช่วงเวลาเดือนกว่าๆ ที่พวกเราร้องไห้กันได้ตลอดเวลา บางทีนั่งๆ อยู่ก็ร้องไห้ซะอย่างนั้น สลับกันร้องไห้ บางวันเรา บางวันน้อง บางวันก็อาโกว(ป้า) กินข้าวที่บ้านก็คิดถึงอากง ไปโรงพยาบาลสงสารอากงก็ร้องไห้ ฟังเพลงคิดถึงอากงก็ร้องไห้ การที่อากงป่วยทำให้พวกเรารู้ว่าเรารักแล้วก็แคร์อากงมาแค่ไหน &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;หลายคนไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเราไปหาอากงทุกวัน ทำไมไม่จัดเวร ผลัดๆ กันไป มันไม่เหมือนกันหรอก ถ้าคุณไม่มีคนแก่ที่เค้าเลี้ยงคุณมา อยู่ด้วยกันทุกวัน อยู่บ้านเดียวกันตั้งแต่เกิด อธิบายไปก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงไปอยู่กับอากงวันละหลายๆ ชั่วโมง เราอยากให้กำลังใจเค้า อยากเห็นพัฒนาการในแต่ละวันว่าดีขึ้นแค่ไหน กำลังใจสำหรับคนป่วยเป็นเรื่องสำคัญมาก เราได้แต่หวังว่าถ้าอากงได้กลับไปอยู่บ้าน กำลังใจคงจะดีขึ้นกว่าอยู่โรงพยาบาลแล้วก็ฟื้นฟูร่างกายตัวเองได้ดีว่าตอนนี้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าอากงไม่ใช่คนที่มีพื้นฐานร่างกายที่แข็งแรง อากงอาจจะไม่อยู่กับเราตั้งแต่ติดเชื้อตอนอยู่ไอซียูแล้ว ตอนนั้นหมอบอกว่าโอกาสรอดแค่ 20% ในกลุ่มผู้ป่วยที่อายุมากขนาดนี้ แต่เป็นเพราะอากงไม่มีโรคประจำตัวอะไร ร่างกายสมบูรณ์มาก ให้ยาแรงแค่ไหนก็ได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องแพ้ยา หรือกระทบกระเทือนกับโรคประจำตัว จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้พวกเราในบ้านคำนึงถึงสุขภาพอย่างจริงจัง ต้องออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ เพราะป้องกันง่ายกว่ารักษา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อก่อนอากงจะเป็นคนที่กินแต่อาหารจีนๆ เหมือนๆ เดิม แต่ช่วงสองสามปีหลัง อากงเปลี่ยนไป กินกับข้าวทุกอย่าง ชิมหมด ตั้งแต่น้ำพริกกะปิ แกงส้ม ต้มยำ หลานกินขนมก็จะขอชิมนิดนึงว่าเป็นยังไง ไปทำสวนกลับมาก็จะเปิดสปอนเซอร์กินเอง บางทีก็ยาคูล บางครั้งกินข้าวเสร็จ เดินไปตักไอติม กินเอง พวกเราก็ได้แต่ขำ แต่ก็บอกว่าดีแล้ว กินเถอะอร่อยก็กินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทสนทนาของอากงกับหลาน ส่วนใหญ่เป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว (อากงฟังภาษาไทยได้บ้าง) ที่ข้าพเจ้าต้องพยายามขุดขึ้นมาจากกล่องความทรงจำ ถ้ายากมาก ยาวมาก ก็จะโทรหาป๊าให้ป๊าพูดให้ฟัง หรือไม่ก็ยื่นโทรศัพท์ให้ป๊าคุยกับอากงเลย&lt;br /&gt;ช่วงแรกที่อากงฟื้นและเริ่มพูดใหม่ๆ ฟังไม่ค่อยออกเพราะลิ้นห่อ ต้องใช้ความพยายามในการเดาขั้นสูง ตอนนี้อากงพูดชัดขึ้น และจะพูดกับพยาบาลชัดโดยเฉพาะคำว่า ปล่อย แกะ (ผ้าผูกมือ) เจ็บ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาที่เราคุยโทรศัพท์ อากงมักจะถามว่าป๊าเหรอ อยากได้ยินเสียง อยากคุยกับป๊า งานนี้อากงจากที่ไม่เคยใช้โทรศัพท์ ก็เลยกลายเป็นว่า เราเอาโทรศัพท์ไปแนบหูอากงเกือบทุกวันให้ที่บ้านและญาติๆ ได้คุยกับอากง ช่วยๆ กันให้กำลังใจหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนเด็กๆ ที่เรียนอนุบาล ประถม จำได้ว่าอากงพายเรือไปรับส่งทุกวัน (โรงเรียนห่างจากบ้านประมาณ 1 กิโล บ้านเราติดคลอง โรงเรียนก็ติดคลอง) แล้วเราก็ไม่เคยหิ้วปิ่นโตไปเอง เพราะกลางวันอากงจะพายเรือเอาอาหารกลางวันที่ที่บ้านเพิ่งทำเสร็จร้อนๆ ไปให้กินที่โรงอาหาร พวกเราจะได้กินอาหารอุ่นๆ มื้อกลางวัน ไม่เหมือนเพื่อนที่กินอาหารที่เย็นชืดเพราะหิ้วปิ่นโตมาตั้งแต่เช้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราหลานๆ ยังคุยกันเลยว่าทำไมอากงถึงได้ขยันแล้วก็ทำให้พวกเราขนาดนั้น แค่ให้เราได้กินอาหารอุ่นๆ เนี่ยนะ ไม่รักอากงแล้วจะให้ไปรักใครล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันก่อนระหว่างทางขับรถไปโรงพยาบาล ได้ฟังเพลง &lt;a href="http://www.doo-dd.com/music/play.php?id=2411"&gt;'ยังรอคอยเธอเสมอ'&lt;/a&gt; ของ พรู แต่เป็นเสียง พี่แอม ร้องใน cover night น้ำตาเราไหลตลอดเพลง ฟังแล้วคิดถึงอากงมากเพราะเราเพิ่งเอารูปวันรับปริญญาที่ถ่ายกับอากงและครอบครัวมาดู คิดถึงลายมือภาษาจีนที่อากงเขียนอวยพรสำหรับงานแต่งงานน้องชายที่เราเก็บไว้ คิดถึงรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นมาจากหัวใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะเธอยังอยู่ เธออยู่ในหัวใจ เธอคือพลังให้ฉัน ได้เจอวันดีๆเรื่อยไป ในวันที่ตัวฉันแพ้ ในใจท้อแท้แม้ซักเท่าไหร่ ก็ยังมีเธอ คิดถึงอยู่ฉันก็อุ่นใจ ...ใจของฉันยังมั่นคงอยู่ไม่ขอเปลี่ยนไป &lt;strong&gt;'รักอากงเหมือนเดิม'&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-115980830019128452?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/115980830019128452/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=115980830019128452' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115980830019128452'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115980830019128452'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/10/stroke-1.html' title='Stroke ทำให้โลกหยุดหมุน ตอนที่ 1'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-115695620491235877</id><published>2006-08-30T22:54:00.000+07:00</published><updated>2006-08-30T23:43:35.660+07:00</updated><title type='text'>MSF Reunion</title><content type='html'>เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาไปงาน MSF Reunion&lt;br /&gt;เป็นการรวมรุ่นทั้งที่จบไปแล้วและรุ่นที่ 10 ที่กำลังเรียนอยู่ให้มาทำความรู้จักกันไว้&lt;br /&gt;แต่วัตถุประสงค์หลักเห็นทีจะเป็นเรื่องของการโปรโมทหลักสูตร&lt;br /&gt;ในงานมีการฉาย VTR แบ่งเป็น student set, professor set, alumni set   รวมเอานักเรียนปัจจุบัน บรรยากาศการเรียน การ defence paper  และตัวแทนศิษย์เก่าที่ หน้าตาดี (ประมาณว่าขึ้นกล้องจากรูปทริปทำบุญบ้านปากเกร็ด) และprofile ดีๆ มีการขึ้นชื่อ ตำแหน่ง และบริษัทที่ทำงานปัจจุบัน   และปิดท้ายด้วย &lt;br /&gt;...Next Oppotunity&lt;br /&gt;Ph.D. in Quantitative Finance&lt;br /&gt;in the Next Year&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครสนใจจะเรียนต่อด้านนี้เตรียมตัวสมัครได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราว่า vision ของหลักสูตรโอเคมากๆ กับการเปิดตัวในงาน reunion เพราะกลุ่มเป้าหมายแรกก็คือบรรดาศิษย์เก่า&lt;br /&gt;และหลักสูตรมีการจัดงานอีกครั้งที่โรงแรมหรูเชิญเฉพาะอ.และบรรดา HR ของบริษัทไฟแนนซ์ หลักทรัพย์ ธนาคาร มาโปรโมทหลักสูตรซึ่งเป็นการย้ำว่าหลักสูตมีระบบการเรียนการสอนอย่างไร  จบแล้วไปทำงานที่ไหนกันบ้าง และหลักสูตรมีมาตรฐานที่จะต่อยอดไปถึงปริญญาเอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในงานมีเชิญตัวแทนรุ่นขึ้นไปสัมภาษณ์ว่าทำยังไงถึงจะเรียนจบได้ภายใน 1 ปี ทำยังไงถึงจะเรียนได้ 4.00  แล้วก็ความประทับใจต่างๆ ที่มีเกี่ยวกับหลักสูตร&lt;br /&gt;แถมท้ายด้วยการเล่นเกมใบ้คำ  โดยให้แต่ละคนจะได้คำศัพท์ไฟแนนซ์มาแล้วให้ไปหาอุปกรณ์ที่จะสื่อถึงคำเหล่านั้น &lt;br /&gt;&gt; ดอกเบี้ย    อุปกรณ์คือ บัตรเครดิต เพราะทุกครั้งที่ใช้แล้วไม่ไปจ่ายเงินก็จะโดนคิดดอกเบี้ย&lt;br /&gt;&gt; กองทุนรวม  อุปกรณ์คือ  สลัดและอาหารสาพัดชนิดในหนึ่งจาน  เพราะเราควารดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารให้ครบหมู่และหลากหลาย เปรียบเสมือนการลงทุนในกองทุนรวมซึ่งเป็นการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง &lt;br /&gt;&gt;อนุพันธ์    อุปกรณ์คือ เพื่อนที่เก่งที่สุดในรุ่น  เพราะค่าของอนุพันธ์ขึ้นอยู่กับ underlying asset ตอนเรียนถ้าไม่ได้เพื่อนคนนี้ก็คงจะเรียนไม่จบเพราะทั้งให้ช่วยติว ช่วยทำ case และทำงานกลุ่มร่วมกัน   (พวกเราฟังแล้วก็ได้แต่พูดกันว่า คิดได้ยังไงเนี่ย 555)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้ว่าจะมีจัดงานแบบนี้อีกทีเมื่อไหร่  เพราะครั้งล่าสุดมันเมื่อ 5 ปีที่แล้ว  คงจะจัดทุกๆ 5 ปีละมั้ง&lt;br /&gt;วันนั้นมีเพื่อนเอาการ์ดแต่งงานมาแจกด้วย  เจอกันงานหน้าสงสัยจะอุ้มลูกมาด้วยแหงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครๆ ก็รีบกลับเพราะจะรีบไปดู AF&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-115695620491235877?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/115695620491235877/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=115695620491235877' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115695620491235877'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115695620491235877'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/08/msf-reunion.html' title='MSF Reunion'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-115548271395120870</id><published>2006-08-13T21:18:00.000+07:00</published><updated>2006-08-16T20:26:46.553+07:00</updated><title type='text'>Matlab, BOT Symposium and Mother Day</title><content type='html'>1.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mathworks.com/"&gt;Matlab program &lt;/a&gt;กับการประยุกต์ใช้ในงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์&lt;br /&gt;หลังจากได้ฟังบรรยายจากเพื่อนที่เป็นนักเรียนป.เอกอยู่ที่ U of C พวกเราก็นั่งหัวเราะงอหายว่า ไอ้ความรู้พื้นฐานโปรแกรมภาษา C++ ที่มีอยู่เท่าหางอึ่งได้ใช้แล้วหล่ะคราวนี้ 555&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนแรกที่เราไปนั่งเรียนโปรแกรมภาษา C++ เพราะมีใครบางคนบอกว่าเอาไว้เป็นพื้นฐานในการใช้ GAUSS program แต่ปรากฎว่ามีผู้รู้มาบอกว่าที่เราเรียนกันมันลึกเกินไป :(&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Matlab ทำอะไรได้บ้าง ทำไมต้องใช้โปรแกรมนี้&lt;br /&gt;&gt; เอาไว้จัดการกับข้อมูลจำนวนมากที่ต้องการคำนวนหาผลลัพธ์แบบซับซ้อน ลักษณะเฉพาะของโปรแกรมนี้คือมองข้อมูลเป็นแมทริกซ์ เวกเตอร์ เราสามารถใช้คำสั่งให้โปรแกรมจัดการกับข้อมูลมหาศาลโดยใช้คำสั่งให้เลือกคำนวณเฉพาะชุดข้อมูลที่เป็นกลุ่มย่อยๆ ข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมดโดยการกำหนด row และ colum จากนั้นก็ให้โปรแกรมจัดการให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&gt; ตอนแรกๆ ฟังก็ยังไม่ค่อยเห็นภาพ แต่พอคุณครูยกตัวอย่างฟังก์ชันที่ต้องคำนวณหา optimization แบบว่าไม่สามารถคำนวณหาเองได้ด้วยมือแน่ๆ มาให้ดู เราก็ถึงได้ถึงบางอ้อ ! ว่าอย่างนี้นี่เอง อารมณ์ประมาณว่าไว้เทสต์โมเดล หน้าตาประหลาด ที่มีตัวกรีกเยอะๆ น่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&gt; ตัวอย่างสุดท้ายที่คุณครูทำให้ดูคือทดสอบ Growth Model โค้ดคำสั่งยาวมากกกกกก แล้วก็รันไปเรื่อยๆ จนได้คำตอบออกมา อะยึ๋ย แล้วจะรู้ได้ไงว่าตัวเองเขียนโค้ดผิดคะเนี่ย คำตอบ ง่ายมาก ก็ต้องเช็คเองจากตรรกะและการแปลงเป็นโค้ดคำสั่ง อ่านตรวจทานหลายๆ รอบ และถ้ามันผิดพลาดแบบไม่น่าให้อภัย มันก็จะรันไปไม่ได้ แบบว่าขึ้น error น่ะครับ แต่ถ้าผิดที่ตรรกะ ก็จะเช็คยากหน่อย คำตอบอาจจะออกมาประหลาดมากจนเราต้องเอะใจน่ะ&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&gt;คุณครูจบโทวิศวะจากญี่ปุ่น (ทุน Mobusho) เมนูบาร์ของเครื่องคอมและโปรแกรมก็เลยเป็นภาษาญี่ปุ่น มีแต่คำสั่งที่เขียนบนโปรแกรมที่เป็นภาษาอังกฤษ ตอนคุณครูบรรยาย ก็เลยต้องพากษ์ว่าเมนูที่กำลังคลิก ใช้ภาษาอังกฤษว่าอะไร ก็จดกันกระยุกกระยิก (matlab จะมีให้เลือกตอนลงโปรแกรมว่าจะเลือกติดตั้งเป็นภาษาอังกฤษหรือญี่ปุ่นน่ะ)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&gt;งานนี้คนที่ต้องวิเคราะห์ IO (Input-Output Model) อยู่เป็นประจำ ได้ทางออกในการ inverse matrix ขนาด 180*180 ที่ตัวเองปวดหัวมานานว่า excel ไม่สามารถทำได้ เวลาจะวิเคราะห์อะไรแต่ละทีต้องมานั่งทำไฟล์เล็กไฟล์น้อยให้มันตรงตามต้องการก่อนแล้วค่อยจัดการ แต่คราวนี้สามารถเขียนคำสั่งระบุได้ทั้ง row และ colum แถมยังเขียนเงื่อนไขซับซ้อนอื่นๆ เพิ่มเติมได้อีก ซื่อบื้อกันอยู่ตั้งนาน เย้!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&gt;วันนั้นมีเพื่อนนศ.ป.เอกจาก มธ. มานั่งฟังกับเราด้วย เพราะคนนึงกำลังตัดสินใจจะใช้โปรแกรมนี้ อีกคนกำลังเริ่มต้นใช้ และอีกคนเป็นแขกประจำเวลาที่เราจัดอะไรทำนองนี้ มาร่วมฟัง รับความรู้ไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่นี่เราถือว่าความรู้เป็นสมบัติสาธารณะ เวลาที่จัดบรรยาย บรรยายพิเศษ เรามักจะเชื้อเชิญเพื่อนๆ ที่เรียน หรือทำงานในสายที่เกี่ยวข้อง ให้มาฟังด้วยเสมอๆ โดยไม่เกี่ยงว่าจะอยู่คนละสถาบันหรือเปล่า การถ่ายโอนความรู้ แลกเปลี่ยนความรู้ ตั้งข้อสังเกตุ และข้อสงสัย เป็นสิ่งที่พวกเราหวังจะให้เกิดขึ้นทุกๆ ครั้งที่มีการจัดการบรรยาย ถ้าเป็นแฟนประจำจะรู้ว่ามาที่นี่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าฟัง แถมยังมีขนม น้ำ อร่อยๆ แจกให้ทานเพลินๆ กันอีกด้วย ขนมอันไหนอร่อยก็มีกระซิบกระซาบว่าคราวหน้าขอแบบนี้อีก เป็นที่ขำขันกัน คนเตรียมขนมก็ได้แต่ยิ้มแก้มปริ (^.^)&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.bot.or.th/BOThomepage/DataBank/Econcond/seminar/yearly/symposium2006/papers_2549.asp"&gt;BOT Symposium &lt;/a&gt;2006 (รออีกประมาณสองสัปดาห์ก็จะมีเปเปอร์ให้โหลดกัน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปนั่งฟังมาสองวัน ถามว่าชอบเปเปอร์ไหนมากที่สุด&lt;br /&gt;&gt;Human Capital Policy: Building a Competitive Workforce for 21st Century Thailand&lt;br /&gt;ผู้เขียนบทความ&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.bot.or.th/BOThomepage/DataBank/Econcond/seminar/yearly/symposium2006/image/CV-paper5.pdf"&gt;ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล ดร. อัศวิน อาฮูยา และ ฐิติมา ชูเชิด&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ตอนแรกก็งงๆ ว่านักเศรษฐศาสตร์สายนโยบายการเงินทำไมเขียนเปเปอร์เรื่องนี้ พอฟังจบจนถึงคอมเมนท์แล้วก็ได้แต่นั่งอมยิ้ม ว่าจริงๆ ด้วยแฮะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&gt;บทความนี้เล่าถึงข้อมูลที่ทำการสำรวจโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่นำมาวิเคราะห์ ซึ่งผลที่ได้ก็รู้ๆ กันอยู่ ประมาณเรื่องอุปสรรคการเข้าถึงการศึกษา การพัฒนาการของเด็กในอายุต่างๆ แล้วก็เล่าต่อมาถึงเรื่องระดับการพัฒนาสมองและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มีต่อการเรียนรู้ของเด็ก แน่นอน อายุ 0-7 ปีเป็นช่วงอายุที่ความคุ้มค่าในการลงทุนเพื่อพัฒนาสมองมากที่สุดเพราะ แต่ปรากฎว่าเมื่อพิจารณาข้อมูลการใช้งบประมาณของรัฐเพื่อการศึกษา การพยายามผลักดันให้มีการขยายการศึกษาภาคบังคับจาก 9 ปี ป.1-ม.3 เพิ่มอีก 3 ปี เป็นป.1-ม.6 อาจจะเป็นการใช้งบประมาณของรัฐไปในทางที่คุ้มค่าน้อยกว่า การขยายการสนับสนุน เป็นขยับลงให้เป็นอนุบาล 1-2-3 จนถึงม.3 ซึ่งเท่ากับ 12 ปีเหมือนกัน และยิ่งจะได้ผลมากขึ้นอีกหากเพิ่มการสนับสนุนการสร้างพื้นฐานสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ตั้งแต่เด็กอยู่ในท้องแม่จนถึงก่อนเข้าอนุบาล(อนาคตการศึกษาภาคบังคับ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&gt;policy implication จากงานวิจัยชิ้นนี้มีมูลค่ามหาศาลต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทย เพราะดูเหมือนว่าโครงสร้างการใช้เงินเพื่อพัฒนาการศึกษาที่ผ่านมาจะเป็นการใช้ไปในทางที่บิดเบือนไปจากความคุ้มค่าสูงสุดต่อการพัฒนาการของเด็ก เพราะมีการลงทุนในช่วงมัธยมปลายจนถึงมหาวิทยาลัยอย่างมาก  แต่หากปรับแผนการใช้เงินของรัฐเพื่อนโยบายการศึกษาโดยอ้างอิงจากงานวิจัยชิ้นนี้ จะพบว่า เด็กทุกคนควรจะได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกันตั้งแต่อยู่ในท้องแม่มาจนถึงช่วงที่สำคัญที่สุดต่อการพัฒนาสมองนั่นคืออายุ 0-7 ปี &lt;&lt; นี่แหละ เหตุผลที่เราชอบงานชิ้นนี้&gt;&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันแม่ น้องชายเราไปงัดรูปสมัยเด็กๆ ที่ถ่ายรูปด้วยกันมาใส่กราฟฟิค เขียนว่า รักแม่ Mother's Exhibition มาเป็นของขวัญร่วมกันของพวกเราที่ให้แม่ มานั่งดูแล้วก็ฮาๆ แม่ก็ได้แต่บอกว่า 'โตกันหมดแล้วเนอะ เร็วจัง' พวกเราก็ยุให้แม่เอารูปไปแขวนที่หน้าบ้าน แขกไปใครมาจะได้ให้เค้าทายกันเล่นๆ ว่าคนไหนเป็นคนไหน (อายมั่งไหม๊เนี่ย) แต่พ่อก็แอบเก็บเข้าไปแขวนในห้องนอน บอกว่าเอาไว้ดูขำๆ กันสองคนดีกว่า เดี๋ยวรอให้ถ่ายรูปแอคท่าตำแหน่งเดิมแล้วอัดเหมือนกันอีกรูปแล้วค่อยไปแขวน จะได้ไม่ต้องมานั่งตอบว่าคนไหนโตแล้วหน้าตายังไง อืมมม เข้าท่าดีเหมือนกันแฮะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุขสันต์วันแม่ ขอให้แม่ของทุกคนสุขภาพแข็งแรง และมีความสุขเพิ่มขึ้นเพราะลูกทำตัวดี น่ารัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;............&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สองสัปดาห์ที่ผ่านมาฟัง&lt;br /&gt;ความเจ็บปวด,กุญแจที่หายไป-ปาล์มมี่&lt;br /&gt;คำถามโง่ๆ,ที่ฉันรู้-บอยด์&lt;br /&gt;วัดใจ-ซิลลี่ฟูล&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-115548271395120870?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/115548271395120870/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=115548271395120870' title='11 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115548271395120870'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115548271395120870'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/08/matlab-bot-symposium-and-mother-day.html' title='Matlab, BOT Symposium and Mother Day'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>11</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-115454050329160516</id><published>2006-08-03T00:40:00.000+07:00</published><updated>2006-08-03T19:16:57.200+07:00</updated><title type='text'>เรื่องเรื่อยเปื่อย#2</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;1.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ขอเชิญฟังการบรรยายเรื่อง &lt;strong&gt;"Matlab Program กับการประยุกต์ใช้ในงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์"&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;โดย &lt;strong&gt;อ.ธนภูมิ ดำรักษ์&lt;/strong&gt; &lt;em&gt;Ph.D. student at University of Chicago, Research Assistant to Prof.Robert&lt;/em&gt; &lt;em&gt;M.Townsend &lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม 2549 เวลา 9.00 - 11.00 ห้อง 10406 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;สำรองที่นั่งได้ที่ คุณปาริชาต 06-677-6472 email:parichat.pyp@gmail.com&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;2.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;epsie หายป่วยแล้วนิดนึง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ตอนนี้ออกมาซ่า ไปว่ายน้ำ ช้อปปิ้ง ดูหนังได้แล้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เมื่อวานไปดู Sad Movie ที่สยามพารากอน วันนี้ไปชอปปิ้งที่เอ็มโพเรียม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ขอบคุณทุกๆ ท่านที่เป็นห่วงเป็นใย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ข้าพเจ้าจะพยายามออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และเลิกคิดฟุ้งซ่าน จะได้ไม่เวียนหัวอีก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ยังคงทานยาที่หมอให้มาไม่หมด (เพราะลืมประจำ ) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เรามีปมด้อยด้านการสร้างงานศิลปะ ได้แต่ดูและเลือกว่าชอบแบบไหน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;คงจะใช้ศิลปะบำบัดไม่สำเร็จ ขอเปลี่ยนเป็นฟังเพลงบำบัดแทนละกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ช่วงนี้ใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตน้อยลง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เช็คเมล์ อ่านโอเพ่น อ่านข่าว แล้วก็นอน พักผ่อนค่ะ พักผ่อน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;3.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;วันเสาร์ที่ผ่านมาไปทำบุญที่บ้านปากเกร็ด &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;นำทีมโดยอ.ร่วมกับผองเพื่อนชาว MSF รวม 16 ชีวิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เป็นครั้งแรกที่เราไปทำบุญกันที่นี่ไม่รู้เลยว่าเป็นยังไง ได้ข่าวมาว่ามีหลายบ้านสรุปว่าไปบ้านเด็กอ่อน แต่พอถึงวันจริงไปทั้งบ้านเด็กอ่อน บ้านเด็กพิการ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เด็กพิการที่นี่ถ้าอายุ 1-7 ขวบ จะอาศัยอยู่ที่บ้านเฟื่องฟ้า &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เด็กพิการที่อายุมากกว่า 7 ปีจะย้ายไปอยู่ที่บ้านราชาวดี โดยแยกเป็นหญิง และชาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เราแวะไปที่บ้านราชาวดีชาย ซึ่งมีการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันโดยคณะนักศึกษากลุ่มหนึ่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เฉพาะที่บ้านนี้มีเด็กพิการอยู่ประมาณ หกร้อยคน บ้านเด็กพิการหญิงอีกประมาณเจ็ดร้อยคน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;คนที่ทานข้าวด้วยตัวเองได้ก็มานั่งทานอาหารที่โรงอาหาร&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;มีบางส่วนที่พิการซ้ำซ้อน ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องมีคนป้อนอาหาร หรือให้อาหารทางสาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ถ้าใครต้องการเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ ทั้งบ้านหกร้อยชีวิต อัตราค่าบริจาคอยู่ที่ หกพัน เจ็ดพัน แปดพัน หนึ่งหมื่นบาทแล้วแต่เราจะระบุ และต้องจองวันล่วงหน้า แต่ถ้าต้องการบริจาคสบทบทุนค่าอาหารบางส่วนก็สามารถทำได้ &lt;/span&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;การบริจาคทำได้ทั้งการบริจาคเงิน อาหาร เสื้อผ้า สิ่งของ ได้ทั้งใหม่และที่เราไม่ใช้แล้ว&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;รู้สึกโชคดีที่ตัวเองมีครอบครัวที่อบอุ่น มีร่างกายครบสามสิบสอง ได้เรียนหนังสือ และมีโอกาสเลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;หลังจากทำบุญร่วมกัน พวกเราไปทานอาหารกลางวันพร้อมกับนั่งคุย รายงานตัวว่าแต่ละคนไปทำอะไรที่ไหนยังไงกันมาบ้างให้อ.ฟัง และก็อัพเดทเรื่องงาน ย้ายงาน เรียนต่อ แต่งงาน ให้กันฟัง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;จากนั้นก็นั่งเรือข้ามไปเดินเล่นที่เกาะเกร็ดกัน เพราะมีเพื่อนที่ไม่ได้มาทำบุญแต่อยากเจออ. อยากเจอเพื่อนไปรออยู่ที่โน่นแล้ว เราก็เลยยกขบวนไปกันหมด เดินดูวิถีชาวบ้าน ซื้อของกันเป็นที่สนุกสนาน ของที่ขึ้นชื่อของที่นี่คือเครื่องปั้นดินเผา พวกเราซื้อกาแฟเย็น ใส่โถดินเผาหิ้วกันมาคนละใบ เอากลับมาทำแจกัน เป็นของ OTOP ที่มาประยุกต์ใช้ได้ดี &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;งานนี้เราไม่ได้เอากล้องส่วนตัวไปเลยไม่มีรูปมาโพสต์ให้ดู รูปที่ถ่ายเป็นกล้องของคณะที่ได้รับคำสั่งมาว่าให้ถ่ายรูปพวกเราไปเยอะๆ จะเอาไปเลือกว่าใครจะผ่านด่านเข้าไปเป็นพรีเซนเตอร์เพื่อทำ VTR ครบรอบ 10 รุ่นของหลักสูตรที่จะจัดขึ้นในเดือนหน้า &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ตอนที่อ.บอกเรื่องนี้พวกเราจากที่ยืนให้ถ่ายรูปหมู่กันอยู่วงแตกกระจาย ประมาณว่าขอตัวละงานนี้ ยอมทำงานแบกหามดีกว่าอยู่ในเฟรม แถมบอกว่าขอให้รุ่นเราส่งตัวแทนฝ่ายหญิง เพราะฝ่ายชายได้แล้ว (มีดาราคนนึงมาเรียนน่ะ) กรรม ทำไมต้องเป็นรุ่นหนูด้วยเนี่ย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-115454050329160516?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/115454050329160516/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=115454050329160516' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115454050329160516'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115454050329160516'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/08/2.html' title='เรื่องเรื่อยเปื่อย#2'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-115341408995019076</id><published>2006-07-20T23:44:00.000+07:00</published><updated>2006-07-20T23:48:10.586+07:00</updated><title type='text'>ป่วย</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เมื่อวานได้รับข่าวดีจาก P'KL ว่าพี่ Ly ตั้งท้องได้สองเดือนแล้ว เพิ่งเช็คกับหมอเสร็จ&lt;br /&gt;ข่าวดีมาก ๆ จากที่เรานอนอยู่บนเตียง รีบเด้งตัวขึ้นมาเพื่อที่จะคุยโทรศัพท์ให้ถนัด&lt;br /&gt;แต่แล้วก็ต้องล้มตึงลงมา เพราะเวียนหัวอย่างหนัก บ้านหมุนติ้วววว&lt;br /&gt;เราก็ได้แต่นอนคุยไป แสดงความดีใจ และคุยเล่นอีกนิดหน่อย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;กะว่านอนต่ออีกแป๊บก็คงหายอย่างเคย ก็เลยโทรหาเพื่อนๆ เรื่องนัดไปทำบุญ  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;แล้วก็คุยกับใครต่อใครอีกหลายสาย  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ลุกขึ้นมาแล้วก็บ้านหมุนเหมือนเดิม แถมหนักกว่าเก่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นอาการเวียนหัวอย่างหนักก็กำเริบ รู้สึกปวดหัว ปวดท้อง แล้วก็อยากอาเจียน&lt;br /&gt;อาการแบบนี้เกิดขึ้นเป็นปกติตลอดช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา แต่จะเป็นไม่ครบสูตร&lt;br /&gt;ปวดหัวบ้าง เวียนหัวบ้าง ปวดท้องบ้าง อาการหนักหน่อยก็อาเจียน&lt;br /&gt;บางวันเวียนหัวบ้านหมุนจนลุกไม่ได้ ต้องนอนต่อจนเฉียดเที่ยง ลุกขึ้นมาเริ่มงานตอนบ่ายๆ ของวันแทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระดับความรุนแรงจะแปรผันกับความเครียด&lt;br /&gt;สภาพจิตใจย่ำแย่ สุขภาพร่างกายก็พลอยทรุดตามไปด้วย ล้มเป็นโดมิโน่เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โทรไปจองคิวหมอประจำแล้วก็ลากสังขารตัวเองขึ้นแท็กซี่ไปโรงพยาบาล&lt;br /&gt;ประวัติที่มาหาด้วยอาการนี้ยาวเหยียด แต่วันนี้อาการมากกว่าที่เคยเป็น&lt;br /&gt;หมอก็เลยจับให้น้ำเกลือผสมยาลงไปในน้ำเกลือเลย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ต้องกินยาป้องกันการคลื่นไส้อาเจียน ยาแก้ปวดหัว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ระหว่างให้น้ำเกลือก็ทำกายภาพบำบัด&lt;br /&gt;เพราะปวดบริเวณไหล่และต้นคอมาก&lt;br /&gt;มีเจลลดไข้เย็นๆ มาแปะที่หน้าผาก&lt;br /&gt;แล้วก็มีอะไรบางอย่างมาแปะที่บริเวณไหล่ใช้เครื่องกระตุ้น&lt;br /&gt;ให้รู้สึกเหมือนมีคลื่นอะไรบางอย่างวิ่งเข้ามาที่จุดที่แปะไว้&lt;br /&gt;แล้วก็มีผ้าอุ่นๆ มาแปะที่บริเวณไหล่ทั้งสองข้าง&lt;br /&gt;ระหว่างนั้นเราไม่ค่อยรู้สึกอะไรแล้วมึนไปหมด&lt;br /&gt;อาจจะทั้งเวียนหัว ปวดหัว และฤทธิ์ยา&lt;br /&gt;นอนให้น้ำเกลือไปประมาณครึ่งขวดก็ขอพยาบาลสั่งโจ๊กมาทาน&lt;br /&gt;เพราะหิวมา ไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้า&lt;br /&gt;เป็นโจ๊กกุ้งที่อร่อยมากๆ สงสัยจะหิวจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมอมาตรวจ เอาผลเลือดมาให้ปรากฏว่า เกล็ดเลือดต่ำ โลหิตจาง ความดันต่ำ&lt;br /&gt;แต่ก็อนุญาตให้กลับบ้านได้&lt;br /&gt;นอนให้น้ำเกลือจนหมดขวด ก็ยังมึนๆ ด้วยฤทธิ์ยา&lt;br /&gt;ได้ยามาหนึ่งกอง ทั้งยาแก้ปวด ยาบำรุง เต็มไปหมด&lt;br /&gt;หมอบอกว่าต้องทานอาหารเนื้อสัตว์และผักใบเขียวเยอะๆนะ&lt;br /&gt;ดื่มน้ำมากๆ และต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ออกกำลังกาย เราไม่ได้ว่ายน้ำมา 10 เดือนเต็ม ไม่ได้ออกกำลังกายเลย&lt;br /&gt;แล้วก็อยู่แต่หน้าคอม นอนไม่เป็นเวลา กินอาหารไม่เป็นเวลา&lt;br /&gt;ไม่ได้ดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้องจัดระเบียบตัวเองใหม่&lt;br /&gt;ทั้งเรื่องใจและร่างกาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ดีขึ้นบ้างแล้วแต่ก็ยังปวดหัวอยู่ รู้สึกเหมือนมีไข้&lt;br /&gt;วันนี้ทานน้ำผักผลไม้รวมทั้งวัน หมดไปสองกล่องยักษ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีใครหลายคนที่รู้ข่าวโทรมา ก็ได้แต่รับปากไปว่าจะดูแลตัวเองดีๆ จะรักตัวเองให้มากๆ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ได้คุยกับเพื่อนที่อยู่ไกลแต่รู้สึกนึกถึงทุกทีเวลาเครียดๆ ช่วยให้ดีขึ้นเยอะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ยามป่วยไข้(ทั้งกายและใจ)คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้พูดคุยกับกัลยาณมิตรละมั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าลืมรักษาสุขภาพกายด้วยการออกกำลังกาย&lt;br /&gt;และรักษาสุขภาพใจด้วยการปล่อยวาง (ตามหลักทฤษฎี ที่เราเองก็ยังทำไม่ค่อยได้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอให้ทุกคนสุขภาพกายและใจแข็งแรง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-115341408995019076?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/115341408995019076/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=115341408995019076' title='8 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115341408995019076'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115341408995019076'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/07/blog-post_20.html' title='ป่วย'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>8</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-115315665787825233</id><published>2006-07-18T00:17:00.000+07:00</published><updated>2006-07-20T23:51:55.783+07:00</updated><title type='text'>Open Voice</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;font-size:100%;"&gt;สวัสดีค่ะทีมงานโอเพ่น พี่ภิญโญ และอ.ปกป้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตั้งแต่มีโอเพ่นออนไลน์ จากเดิมที่ตัวเองเช็คเมล์เสร็จก็จะอ่านข่าวจากเวบผู้จัดการและกรุงเทพธุรกิจ พฤติกรรมหลังจากมีโอเพ่น คือเช็คเมล์เสร็จ อ่านโอเพ่น แล้วค่อยอ่านข่าว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:100%;"&gt;&lt;br /&gt;อ่านโอเพ่นเป็นประจำเพราะเช็คเมล์ทุกเช้าหลังตื่นนอน และก่อนเข้านอน ลุ้นว่าจะมีคอลัมน์ไหนขึ้นอัพเดทสีส้มบ้าง บางวันเข้ามาก็ตาลายเพราะส้มแว๊บๆ เป็นสิบคอลัมน์ พักหลังเปิดเข้ามาก็มักจะมีคอลัมน์ใหม่เกิดขึ้นทั้งด้านซ้ายด้านขวา ละลานตาไปหมด และก็คงจะมีเปิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกตามที่ท่านบก.แจ้งข่าวดีล่วงหน้าไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทความหลากหลาย เพราะคนเขียนมีความสนใจและความถนัดเฉพาะตนแตกต่างกันคนละแง่มุม คนนึงเขียนหลายคอลัมน์ อ่านแล้วก็สนุกดี อ่านจนบางทีอ่านไม่ทันเพราะมีบทความจำนวนมาก และขนาดยาว จนต้องพรินท์กลับมาอ่านที่บ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยส่วนตัวคิดว่าตอนนี้โอเพ่นเป็นห้องสมุดทางปัญญาออนไลน์ที่เข้มแข็งและทรงพลังมากที่สุดเวบหนึ่งของชาวไซเบอร์ไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เข้าเรื่องดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่เขียนมาวันนี้ก็เพราะเห็น อ.ปกป้องเล่าถึงไอเดีย open voice&lt;br /&gt;ไม่รู้เหมือนกันว่าทีมงานจะเซ็ตออกมาแบบไหน แต่ก็คิดว่าน่าจะทำเป็นหลายช่องได้ (อันนี้จินตนาการเองโดยไม่ได้คำนึงถึงว่าโอเพ่นจะมีทีมงานเพียงพอหรือไม่)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;open voive ช่อง 1 เป็นลักษณะการพูดคุยเนื้อหาประมาณที่เขียนๆ กันในโอเพ่น น่ามีตารางออกอากาศสด ซักสัปดาห์ละครั้งสองครั้ง เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับทีมงานจนเกินไป หรือไม่ก็ไม่ต้องมีแบบสดเลย เป็นแบบอัดไว้แล้วมาโพสต์ให้โหลดไปฟังกันเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;open voice ช่อง 2 เปิดเพลงที่ทีมงานโอเพ่นและแฟนๆ ชื่นชอบตลอด 24 ชม.ให้ฟัง คือพูดถึงวิทยุก็จะนึกถึงเพลงน่ะ ลองเซ็ตเป็นเวลาตลอด 24 ชม.ว่าช่วงไหนจะเป็นของคอลัมนิสต์คนไหน แล้วก็ให้ส่งไฟล์เพลงที่แต่ละคนชอบมาเก็บสต็อคไว้ เสร็จแล้วก็ให้โปรแกรมจัดการเลือกขึ้นมาเปิดตามช่วง คงสนุกดี เราจะได้ฟังเพลงหลากหลายแนวเพราะแต่ละคนก็คงจะมีรสนิยมในการเสพที่ต่างกันไป ตรงนี้ก็สามารถที่จะเปิดให้แฟนๆ ร่วมสนุกส่งเพลงเข้ามาร่วมแจมด้วย แต่ไม่ต้องมีดีเจ ฟังเพลงกันล้วนๆ อย่างมากก็ขี้นเครดิต ชื่อเพลง อัลบัม ชื่อคนร้อง (มากไปป่าว) นัยว่าต่อไปเวลาเข้ามาโอเพ่นก็จะมีเสียงเพลงประกอบการอ่านบทความขนาดยาว เพื่อสุนทรียภาพ 555&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับ open voice ช่อง 1&lt;br /&gt;ตัวเองไม่ได้มีความรู้อะไรด้านเทคนิคด้านนี้หรอก เป็นเพียง user ที่เพิ่งใช้บริการ podcast มาระยะหนึ่งเห็นว่าสะดวกดี ก็เลยคิดว่าโอเพ่นน่าจะลองรับเทคนิคนี้ไปพิจารณา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นบริการให้โหลดไฟล์เสียงจากเวบไซต์ต่างๆ เช่น BBC &lt;/span&gt;&lt;a href="http://news.bbc.co.uk/2/hi/programmes/4977678.stm"&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:100%;"&gt;http://news.bbc.co.uk/2/hi/programmes/4977678.stm&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:100%;"&gt;ใช้ร่วมกับโปรแกรม iTunes&lt;br /&gt;สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี แค่กรอกอีเมล์ลงไปก็ดาวน์โหลดไปใช้ได้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.apple.com/itunes/download/"&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:100%;"&gt;http://www.apple.com/itunes/download/&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:100%;"&gt;เราเข้าไปฟัง แล้วก็เลือก subscribe สำหรับเวบที่เราต้องการให้มันอัพเดทไฟล์เสียงให้อัตโนมัติ สะดวกมากโดยเฉพาะคนที่ใช้ iPod เพราะมันจะอัพเดทเข้าเครื่องให้อัตโนมัติไปฟังที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลาที่ฟัง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:100%;"&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้าใครไม่ต้องการโหลดไฟล์เก็บไว้ไปฟังที่อื่นก็คลิกเลือกฟังด้วยโปรแกรม real palyer / windown media player ถ้าเป็นแบบนี้ก็มักจะมีปัญหาไฟล์กระตุก ถ้าใช้อินเตอร์เน็ตความเร็ววต่ำ และมีการเข้ามาโหลดฟังพร้อมๆ กันจำนวนมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่แน่ใจเหมือนกันว่านโยบายของโอเพ่นเป็นยังไง ต้องการให้ฟังเฉพาะบนเวบ ไม่ต้องการให้โหลดไฟล์ไปเก็บไว้หรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้น podcast ก็อาจจะไม่เหมาะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้ว่าช่วยอะไรได้หรือเปล่า บางทีทีมงานอาจจะใช้ podcast กันอยู่แล้ว แค่อยากมีส่วนร่วมแสดงความเห็นนิดหน่อยในฐานะแฟนคลับน่ะค่ะ ^_^&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รออยู่นะคะว่า โมเดลใหม่ของโอเพ่นจะเป็นยังไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอาใจช่วยค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Epsilon&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-115315665787825233?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/115315665787825233/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=115315665787825233' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115315665787825233'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115315665787825233'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/07/open-voice.html' title='Open Voice'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-115307176897012614</id><published>2006-07-17T00:42:00.000+07:00</published><updated>2006-07-17T00:45:33.446+07:00</updated><title type='text'>คนดีที่โลกรอ  หมอโฮจุน</title><content type='html'>วันนี้ได้มีโอกาสดูหนังเกาหลีเรื่อง &lt;a href="http://www.thaitv3.com/film/hojun/index.html"&gt;' คนดีที่โลกรอ  หมอโฮจุน'&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้เรื่องอะไรมาก่อน  แต่ดูแค่ตอนเดียวก็ทำให้นั่งดูต่อจนจบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนื้อเรื่องของวันนี้คือ  หมอโฮจุนจะเดินทางเข้าไปสอบเป็นหมอหลวงที่เมืองหลวง&lt;br /&gt;ต้องผ่านเมืองเมืองหนึ่ง&lt;br /&gt;พอชาวบ้านรู้ว่ามีหมอผ่านทางมาชาวบ้านที่ป่วยก็มาขอให้หมอช่วยรักษาให้&lt;br /&gt;ในขณะที่เพื่อนหมอคนอื่นอ้างว่าต้องไปสอบที่เมืองหลวงขอตัวเดินทางไปก่อน&lt;br /&gt;แต่หมอโฮจุนกลับอยู่ที่หมู่บ้านที่เพื่อรักษาคนไข้ เนื่องจากทนเห็นผู้ป่วย เจ็บไข้ไม่ไหว ต้องช่วยเหลือตามจิตสำนึกและจรรยาบรรณวิชาชีพ&lt;br /&gt;โดยที่ตกลงกับผู้ใหญ่บ้านและผู้ป่วยว่าจะช่วยรักษาให้จนกว่าพระจันทร์จะขึ้น &lt;br /&gt;เพราะหมอต้องเดินทางต่อ&lt;br /&gt;แต่สุดท้ายหมอก็ขยายเวลาอยู่ที่หมู่บ้านออกไป&lt;br /&gt;เพราะมีคนป่วยหนักอีกจำนวนมากที่ต้องรอดูอาการและรักษา&lt;br /&gt;อดหลับอดนอนติดต่อกันเป็นเวลา 4 วันเพื่อรักษาคนไขั้ให้ได้มากที่สุด&lt;br /&gt;โดยที่หมอคำนวณเวลาว่าจะต้องเดินวันละ 130 ลี้สองวันโดยไม่หยุดพักจึงจะไปทันเวลาสอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีชาวบ้านคนนึงที่อาสานำทางให้หมอ บอกว่าตัวเองรู้ทางลัด จะช่วยย่นระยะเวลาได้ 20 ลี้&lt;br /&gt;หมอเดินตามไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ร่างกายอ่อนล้ามาก  แล้วก็ไปถึงหน้าบ้านของชายที่อาสานำทาง  (หมอโดนหลอก) เค้าขอให้หมอเข้าไปรักษาแม่ของเค้าที่ป่วยหนัก   เค้าเคยให้หมออื่นมาดูอาการแม่แต่หมอก็บอกว่าไม่มีทางรักษา  เค้ามีความหวังอยู่ที่หมอโฮจุนเท่านั้นเพราะได้ข่าวว่าเป็นหมอเทวดา&lt;br /&gt;แต่หมอก็ยืนยันว่าไม่สามารถรักษาให้ได้เพราะต้องรีบไปสอบ  จะไม่ทันเวลาแล้ว&lt;br /&gt;ชาวบ้านคนนั้นก็โกรธหมอที่จะไม่ช่วย ไปหยิบมีดมาจะทำร้ายหมอ  เสียงเอะอะหน้าบ้านทำให้แม่ที่ป่วยในบ้านลุกออกมาที่ประตูและไอออกมาเป็นเลือด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความเป็นหมอ  หมอโฮจุนก็เลยรีบรักษาแม่ของชาวบ้านคนนั้นด้วยการฝังเข็ม และให้เลือดด้วยการกัดนิ้วก้อยของตัวเอง หยดเลือดเข้าปากคนไข้ที่มีอาการทรุดหนักในระหว่างที่ให้ชาวบ้านคนนั้นไปซื้อยาตามรายการที่สั่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมอต้องตัดสินใจอีกครั้งระหว่างต้มยาว่าจะจากไปเลย&lt;br /&gt;เพราะไม่ทันเวลาหรือจะอยู่รอต้มยาให้คนไข้ก่อนเพราะยาที่ต้มมีส่วนที่เป็นสารพิษอยู่ด้วย&lt;br /&gt;ถ้าต้มไม่เป็นยานี้จะกลายสารพิษที่ทำให้ถึงตายได้&lt;br /&gt;หมอก็คือหมอ  หมอตัดสินใจอยู่จนป้อนยาให้คนไข้  และคิดว่าตัวเองคงไปสอบไม่ทันแน่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชาวบ้านผู้นั้น เสนอว่าจะไปหาม้ามาให้หมอ  สำหรับขี่ไปเมืองหลวง&lt;br /&gt;ถ้ามีม้าก็ไปทันสอบแน่ๆ  หมอได้แต่ขอบใจชาวบ้าน  หมอรออยู่จนขึ้นวันใหม่  ชาวบ้านผู้นั้นกลับมาพร้อมทหารที่มาจับตัวหมอโฮจุนไปด้วย  ในข้อหาขโมยม้า&lt;br /&gt;ชาวบ้านบอกกับทางการว่าเค้าต้องขโมยม้า เพื่อที่จะให้หมอโฮจุนไปเมืองหลวง  ทางการก็เลยเข้าใจว่าหมอโฮจุนเป็นผู้ที่สั่งให้ชาวบ้านไปขโมยม้า  ทั้งๆ ที่หมอไม่รู้เรื่องด้วยเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมอและชาวบ้านผู้นั้นต้องเข้าไปอยู่ในคุก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชาวบ้านรู้เรื่องนี้เข้าก็รีบยกขบวนไปพบนายอำเภอ ไปอธิบายความดีของหมอโฮจุนที่ช่วยรักษาชาวบ้านจำนวนมากทั้งๆ ที่ตัวเองต้องไปสอบหมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายอำเภอจึงเข้าใจและด้วยความดีความชอบนี้เอง  นายอำเภอก็เลยจัดม้าให้หมอและมอบจดหมายเพื่อเป็นใบเบิกทาง เวลาที่ต้องผ่านด่านตรวจต่างๆ ให้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากการที่ให้ม้าวิ่งเป็นระยะทางไกลมากโดยที่ไม่หยุดพัก  ม้าก็เลยพยศ หยุดไม่ยอมวิ่งต่อ  พอหมอกระตุกให้ม้าวิ่งต่อ  ม้ากลับสะบัดจนหมอตกลงจากม้าลงไปนอนที่พื้น  คงประกอบกับหมอร่างกายอ่อนล้าไม่ได้พักผ่อน  ก็เลยทำให้หมอสลบไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอฟื้นขึ้นมาก็รีบขี่ม้าต่อเข้าไปที่เมืองหลวงเพื่อขอเข้าสอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องวันนี้จบลงตรงที่  หมอมาขอเข้าสอบแต่นายทหารที่คุมอยู่ที่ประตูไม่ให้เข้าสอบเพราะเลยเวลามามากแล้ว   กำลังจะหมดเวลาสำหรับสอบข้อเขียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมอก็ได้แต่เดินออกมาคิดถึงคำพูดของคนรอบๆ ตัว ตั้งแต่อาจารย์  ภรรยา และเพื่อนหมอด้วยกันในเรื่องของการเป็นหมอของโฮจุน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สัปดาห์หน้าคงต้องนั่งลุ้นหน้าจอว่าเืรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โอกาสในชีวิตของหมอโฮจุน ต้อง trade off กับ ความเห็นแก่ตัวของใครหลายคน&lt;br /&gt;ใครๆ ก็ต้องการให้ตัวเอง คนที่ตัวเองรักหายป่วยจากโรค  พยายามรั้งหมอไว้ให้นานที่สุดเพื่อให้รักษาอาการป่วย&lt;br /&gt;โดยไม่คำนึงถึงว่าหมอต้องไปให้ทันเวลาสอบ&lt;br /&gt;ทำไมหมอต้องเสียสละโอกาสของตัวเองที่จะสอบเป็นหมอหลวง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุึุผลูยิ่งใหญ่  เพราะ  โอกาสของหมอ แลกกับ ชีวิตหลายชีวิตให้ยืนยาวต่อไป เพราะถ้าช้าอีกเพียงนิดเดียว  ชีวิตเหล่านั้นอาจจะไม่มีเวลาสำหรับหายใจอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะมีซักกี่คนที่จะเลือกทำอย่างหมอโฮจุน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างนี้ละมั้ง เค้าเลยตั้งชื่อเรื่องว่า คนดีที่โลกรอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;'โอกาส' ไม่ได้เข้ามาในชีวิตของเราบ่อยนัก&lt;br /&gt;มีใครบางคนเคยบอกกับเราว่า&lt;br /&gt;ให้เราทำตัวให้พร้อมที่สุด สำหรับ'โอกาส'ที่เราไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อไหร่&lt;br /&gt;เพราะถ้าโอกาสนั้นมาถึง  คนที่พร้อมเท่านั้นจึงจะได้รับโอกาสสำหรับบทบาทใหม่ของชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเห็นโอกาสอยู่ข้างหน้า&lt;br /&gt;แต่ยังไม่มีโอกาสที่จะคว้ามันไว้&lt;br /&gt;เพียงเพราะต้อง trade off กับ 'บางสิ่งบางอย่าง'&lt;br /&gt;ที่ไม่ใช่ชีวิตคน อย่างที่หมอโฮจุนต้องชั่งน้ำหนัก&lt;br /&gt;แล้วเราจะยอมเสียสละโอกาสของตัวเอง  ทำำไมกัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-115307176897012614?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/115307176897012614/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=115307176897012614' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115307176897012614'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115307176897012614'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/07/blog-post.html' title='คนดีที่โลกรอ  หมอโฮจุน'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-115271495396765425</id><published>2006-07-12T21:28:00.000+07:00</published><updated>2006-07-16T22:40:41.690+07:00</updated><title type='text'>fw mail</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/1600/image6.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/320/image6.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/1600/image5.jpg"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;  &lt;/a&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของคนเราคือ....&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การตกหลุมรักใครสักคน&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การได้จูบครั้งแรก&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การได้หัวเราะจนท้องแข็ง&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การได้นั่งอ่านจดหมายเก่าในวันว่าง&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การได้ใช้เวลาว่างในที่ๆ&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   lang="TH" &gt; &lt;/span&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;แสนงดงาม&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การได้ฟังเพลงที่ชอบทางวิทยุ&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การได้นอนฟังเสียงฝนตก&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;เมื่อเวลาที่เราอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   lang="TH" &gt; &lt;/span&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;แล้วเจอผ้าเช็ดตัวอุ่น&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การสอบเสร็จ&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การได้รับโทรศัพท์จากใครสักคนที่ไม่ได้พบเจอเขาบ่อยน&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   lang="TH" &gt; &lt;/span&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;ัก&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การเจอเงินที่เราซ่อนไว้ตั้งนานมาแล้ว&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การได้ยิ้มกับใครสักคน&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การได้คุยโทรศัพท์ได้เป็นชั่วโมงกับคนรัก&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การยิ้มโดยไม่ต้องมีเหตุผล&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การถูกชมอย่างกะทันหัน&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การตื่นขึ้นมาแล้วตระหนักได้ว่ามันน่าจะนอนต่อได้อีก&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   lang="TH" &gt; &lt;/span&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;ตั้งชั่วโมงแน่ะ&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การได้ฟังเพลงที่ทำให้เรานึกถึงคนพิเศษของเรา&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การมีเพื่อนใหม่&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การรู้สึกเหมือนผีเสื้อบินว่อนอยู่ในท้องคุณเวลาคุณเ&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   lang="TH" &gt; &lt;/span&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;จอหน้าเค้าคนนั้น&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การผ่านช่วงเวลานึงไปได้พร้อมกับเพื่อนที่ดีที่สุดขอ&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   lang="TH" &gt; &lt;/span&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;งคุณ&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การได้เห็นคนที่คุณชอบมีความสุข&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การได้ใส่เสื้อของคนที่เราชอบทั้งๆ&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   lang="TH" &gt; &lt;/span&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;ที่กลิ่นหอมของเค้ายังกรุ่นอยู่&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การได้เจอเพื่อนเก่าอีกครั้งแล้วรู้สึกเหมือนไม่มีอะ&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   lang="TH" &gt; &lt;/span&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;ไรเปลี่ยนไปเลย&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การได้มองท้องฟ้ายามโพล้เพล้&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การได้ยินใครสักคนบอกรักคุณ&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;ที่สุดคือ&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:100%;color:black;"   &gt;…&lt;/span&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:arial;"&gt;การได้รู้ว่าเราเป็นที่รักของคนที่เรารัก&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Arial;font-size:16;"  &gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-115271495396765425?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/115271495396765425/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=115271495396765425' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115271495396765425'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115271495396765425'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/07/fw-mail.html' title='fw mail'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-115220769570841613</id><published>2006-07-07T00:38:00.000+07:00</published><updated>2006-07-07T00:42:32.440+07:00</updated><title type='text'>จดหมายถึงพี่โญ Open-รอลองกอง</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;สวัสดีค่ะพี่โญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเขียนมาชมงานเขียน&lt;a href="http://www.onopen.com/2006/02/696"&gt;รอลองกอง&lt;/a&gt;ว่า ‘โดน’ ซะเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;การที่มนุษย์คนหนึ่งจะเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์นั้น เขาจำเป็นต้องมีอิสรภาพ มีเสรีภาพ รวมทั้งมีความกล้าหาญที่จะเลือกเส้นทาง และปล่อยวางตนเองออกจากความคาดหวังของหนึ่งผู้ใด&lt;br /&gt;ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว สังคมรอบข้าง&lt;br /&gt;และที่สำคัญ คือ ความคาดหวังของตนเอง&lt;br /&gt;ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแลกมาด้วยเวลาและความเจ็บปวด&lt;br /&gt;ซึ่งเราเรียกมันรวมๆ ว่าประสบการณ์ชีวิต&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนูว่างานเขียนแนวนี้เป็นลักษณะเฉพาะของพี่เลยนะ ชอบอ่านประมาณนี้แหละค่ะ รู้สึกเหมือนคิดหาทางออกได้จากทุกข์ที่เคยเผชิญ ถึงจะรู้ว่าควรจะทำยังไงแล้ว ก็ยังย้อนระลึกถึงเรื่องเก่าๆ อยู่เป็นระยะ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;ปีที่แล้วเคยเส้นตึง (เพราะหยุดนวดประมาณสองเดือน พยายามไม่คิดอะไรเครียดๆแทน) หมุนตัวหยิบของแล้วเส้นพลิกคอหันไม่ได้ ก้มไม่ได้ ต้องใส่เฝือกคออยู่ห้าวัน อันตรายมากๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวเองเพิ่งไปนวดอีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์หลังจากร้างลาไปปีกว่า ปวดไหล่ ไล่ไปถึงต้นคอ หมอไล่เส้นปุ๊บบอกว่ามาถึงกลางหลังแล้วนะ แถมเครียดลงเส้นที่ท้อง หมอกดๆ แล้วก็บ่นเลยหล่ะว่าอายุยังน้อยทำไมเป็นเยอะขนาดนี้ หมอพยายามนวดไอ้ที่สะสมไว้เป็นปีให้หมด กลับมาต้องกินยาเลยหล่ะ เจ็บมากๆ แล้วก็บอกว่าให้ไปอีกครั้งสองครั้งถ้ามีเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ่านที่พี่เขียนแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนรุ่นหนุ่มสาวที่ต้องพึ่งพาการนวดอยู่คนเดียว แบบว่าอุ่นใจที่มีเพื่อนเป็นแบบเรา :)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะลองฝึกศิลปะขั้นสูงในการดำเนินชีวิตดูนะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณที่เขียนงานดีๆ ให้อ่านค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Epsilon&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-115220769570841613?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/115220769570841613/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=115220769570841613' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115220769570841613'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115220769570841613'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/07/open.html' title='จดหมายถึงพี่โญ Open-รอลองกอง'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-115116499182575686</id><published>2006-06-24T22:58:00.000+07:00</published><updated>2006-06-24T23:03:30.660+07:00</updated><title type='text'>Prof.Robert M.Townsend @ UTCC</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;The University of Thai Chamber of Commerce and the University of Chicago-UTCC Research Center cordially invite you to attend a Grand Opening Ceremony of the Center new office. Our celebration begins with a multimedia presentation on the center activities, followed by a special lecture on &lt;strong&gt;“The Thai Economy: Growth, Inequality, Poverty and the Evaluation of Financial System”&lt;/strong&gt; &lt;span style="color:#3333ff;"&gt;by &lt;strong&gt;Professor Robert M. Townsend&lt;/strong&gt;, Charles E. Merriam Distinguished Service Professor of Economics, University of Chicago.&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;  &lt;br /&gt;Join our celebration on Friday June 30 from 09:00 am until noon. &lt;/span&gt;&lt;a id="form1:linkAction1" onclick="document.forms['form1']['form1:_idcl'].value='form1:linkAction1'; document.forms['form1'].submit(); return false;" href="http://www.uc-utcc.org/register/#"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;Register Here!&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;or make reservations at +66 (0) 2697-6632-6 Fax. +66 (0) 2692-3168&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;Schedule&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;09:00-09.30 am.&lt;br /&gt;Registration, at Room 10201 building 10 the 2nd floor&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;br /&gt;09.30-09.45 am.&lt;br /&gt;Welcome Remarks&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;09.45-10:00 am.&lt;br /&gt;Presentation “The Center 2004-2006: Transforming Ambitions to Reality”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10:00-11:50 am.&lt;br /&gt;Lecture “The Thai Economy: Growth, Inequality, Poverty and the Evaluation of Financial - System” by Professor Robert M. Townsend, University of Chicago&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11:50-12:00 pm.&lt;br /&gt;Reception and hors d’oeuvres&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12.00-13.00 pm.&lt;br /&gt;New Office Opening Ceremony &amp; Cocktail Party&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;*** Free of charge&lt;br /&gt;&lt;/em&gt;   &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-115116499182575686?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/115116499182575686/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=115116499182575686' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115116499182575686'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115116499182575686'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/06/profrobert-mtownsend-utcc.html' title='Prof.Robert M.Townsend @ UTCC'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-115047308192138025</id><published>2006-06-16T22:21:00.000+07:00</published><updated>2006-06-16T22:55:53.216+07:00</updated><title type='text'>ดูแลสุขภาพกันเถอะ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ช่วงหลังๆ รู้สึกว่าตัวเองทานอาหารเย็นแล้วท้องอืดบ่อยๆ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ประมาณว่าอาหารไม่ย่อย  ทานเยอะไม่ได้ ทานดึกไม่ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ทรมาณมากๆ เพราะ The Gang มักจะตั้งก๊วนทานข้าวเย็นกันประมาณทุ่มสองทุ่มแถมยังตระเวนไปหาร้านอร่อยๆ กินกันอีกต่างหาก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;หลังจากทรมานอยู่พักใหญ่ก็เลยบ่นๆ ให้คนแถวๆ นี้ฟัง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ท่านหมึกดำผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารอร่อยก็ให้คำแนะนำว่าเราควรจะทาน &lt;/span&gt;&lt;b style="font-family: courier new;"&gt;แอปเปิล ไซเดอร์  เวเนการ์ กับน้ำผึ้ง  &lt;/b&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เพื่อช่วยระบบย่อยอาหาร (เมตาบอลิซึ่ม  อะไรประมาณนี้) โดยให้สูตรมาว่าทุกๆ เช้าหลังจากตื่นนอน ให้ดื่ม แอปเปิล ไซเดอร์ เวเนการ์ กับน้ำผึ้ง  อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ  ละลายในน้ำเย็น 1 แก้ว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เคยไ้ด้ยินสรรพคุัณของแอปเปิล ไซเดอร์มาพักใหญ่ ว่าช่วยบรรเทาอาการของคนเป็นไซนัส บ้างละ  ช่วยลดโคเลสเตอรอลบ้างละ  แต่ตัวเองก็ไม่เคยลอง  งานนี้ก็เลยเชื่อหมึกดำไว้ก่อน  ทั้งสองอย่างสามารถหาซื้อได้จากซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ขวดละประมาณแปดสิบกว่าบาท  แถมตอนนี้ไฮซ์ มีแพคเกจขายแอปเปิลไซเดอร์ เวนการ์กับน้ำผึ้งเป็นชุดอีกต่างหาก โฆษณาบนกล่องประมาณว่าของขวัญจากธรรมชาติ     &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เราลองทานมาสัปดาห์นึงแล้ว รู้สึกว่าระบบย่อยและระบบขับถ่ายดีขึ้น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ตัวเองชอบอาหารรสเปรี้ยวอยู่แล้วก็เลยเอร็ดอร่อยจนสองวันที่ผ่านมาขยับเป็นทานเช้า 1 แก้ว  และก่อนนอน 1 แก้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เริ่มแนะนำให้คนรอบข้างทานบ้างก็ได้คำตอบกลับมาว่าเป็นสูตรลดน้ำหนัก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ก็เลยเริ่มรู้สึกว่าทำไมเราไม่หารายละเอียดสรรพคุณจริงๆ เนี่ย  ฟังมาก็เชื่อเฉยเลย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เจอแล้วหล่ะสรรพคุณเยอะเลย (ชะลอความแก่ด้วยอ่ะ)&lt;br /&gt;มาดูแลสุขภาพกันเถอะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;font-family:courier new;" &gt;แอปเปิล ไซเดอร์ วีนีการ์ (APPLE CIDER  VINEGAR)&lt;br /&gt;VS&lt;/span&gt;&lt;b style="font-family: courier new;"&gt;&lt;br /&gt;น้ำผึ้ง(HONEY BEE)&lt;/b&gt; &lt;p   style="text-decoration: none;font-family:courier new;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;b&gt;ส่วนที่ 1 ว่าด้วยแอปเปิล  ไซเดอร์ วีนีการ์ (ACV)&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;ul  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;p  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;b&gt;ACV&lt;/b&gt; คือ  น้ำส้มสายชูหมักจากผลแอปเปิล มีคุณสมบัติเป็นกรดสูง รสเปรี้ยวจัด  มีส่วนประกอบของกรด 5 % ( 5%Acetic Acid) มีสีเหลืองคล้ายสีชา  มีส่วนประกอบของธาตุโพแทสเซี่ยมสูง ซึ่งธาตุโพแทสเซี่ยมมีคุณสมบัติ  ช่วยในการแบ่งเซลล์ ถ้าร่างกายขาดธาตุนี้ ร่างกายจะมีอาการผิดปกติคือ เติบโตช้า  แก่เกินวัย ผมร่วง และหงอกเร็ว ฯลฯ และ ACV ยังประกอบด้วยธาตุอาหารกว่า 30 ชนิด  มีวิตามินมากกว่า 6 ชนิด มีกรดอะมิโน และสารเพ็คติน  ล้วนแต่เป็นประโยชน์แก่ร่างกายทั้งสิ้น นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติเป็นยาอีกด้วย  คือเป็นพวก ยาปฏิชีวนะ ยาฆ่าเชื้อ และมีเอนไซม์หลายชนิดรวมอยู่ด้วย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/ul&gt; &lt;p   style="text-decoration: none;font-family:courier new;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;b&gt;ACV&lt;/b&gt;  ช่วยร่างกายได้หลายประการ กล่าวคือ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;ol  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;ชะลอความแก่  ช่วยให้เป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่เสมอ  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;ช่วยย่อยอาหาร  คือช่วยระบบย่อยอาหาร แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;ช่วยระบบหายใจ แก้ไซนัส  แก้เจ็บคอ แก้หวัด แก้การเกิดเสมหะ  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;ช่วยลดน้ำหนักได้ดี  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;ช่วยลดการปวดข้อ  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;แก้โรคคัน กำจัดรังแค  แก้ผมแตกปลาย  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;ช่วยความจำให้ดีขึ้น  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;ป้องกันโลหิตจาง  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;แก้อ่อนเพลีย &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt; &lt;p   style="text-decoration: none;font-family:courier new;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;b&gt;ส่วนที่ 2 ว่าด้วยน้ำผึ้ง  (HONEY BEE)&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;ul  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;p  style="text-align: justify; text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;น้ำผึ้งเป็นผลิตผลของน้ำหวานจากดอกไม้  แหล่งน้ำหวานอื่นๆ ที่ผึ้งเก็บมา  และผ่านการเปลี่ยนแปลงทางเคมีจากเอนไซม์ในต่อมน้ำลายของผึ้งที่ขับออกมา  แล้วเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคส และฟรุกโตส ให้เป็นน้ำตาลแปรรูป ซึ่งเป็นน้ำตาลเชิงเดี่ยว  ได้แก่ น้ำตาลกลูโคส 38.19% และเดกโทรส 31.28 % นอกจากนั้นเป็นน้ำตาลเชิงคู่  และเชิงซ้อนอีก 10% และยังมีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์อีกมากมาย ได้แก่ โพแทสเซี่ยม  แคลเซี่ยม โซเดียม ฟอสฟอรัส ซัลเฟอร์ เหล็ก แมงกานีส นอกจากนั้นยังมีพวกน้ำย่อย  เช่นเอนไซม์กลูโคออกซิเดส ที่ทำหน้าที่เปลี่ยน น้ำตาลกลูโคส เป็นกรดกลูโคนิค  และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งตัวหลังนี้มีคุณสมบัติยับยั้งและทำลายเชื้อโรคได้  น้ำผึ้งมีวิตามินอยู่หลายชนิด ได้แก่ วิตามิน บี1 วิตามิน บี 2&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p  style="text-align: justify; text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;ไนอาซิน  วิตามิน บี 6 แพนโทซินิคแอซิค และวิตามิน ซี ในปริมาณต่างๆกันไป  ขึ้นอยู่กับชนิดของดอกไม้ องค์ประกอบสุดท้ายที่มีอยู่ในน้ำผึ้ง คือ น้ำ  น้ำผึ้งที่ถูกบ่มโดยสมบรูณ์จะมีน้ำอยู่ประมาณ 17-20 % เท่านั้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/ul&gt; &lt;p   style="text-decoration: none; color: rgb(0, 0, 153);font-family:courier new;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;b&gt;ส่วนที่ 3  ว่าด้วยการใช้แอปเปิล ไซเดอร์ วีนีการ์ ร่วมกับน้ำผึ้ง&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p   style="text-decoration: none; color: rgb(0, 0, 153);font-family:courier new;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;เมื่อท่านทราบคุณสมบัติของน้ำแอปเปิล  ไซเดอร์ วีนีการ์ และน้ำผึ้งแล้ว ท่านจะใช้ร่วมกัน หรือ ใช้อย่างเดียว  ก็ขึ้นอยู่กับว่าท่านต้องการจะใช้เพื่อรักษา หรือป้องกันโรคอะไร ดังนี้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;ul style="color: rgb(0, 0, 153);font-family:courier new;" &gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;ช่วยชะลอความแก่  (ให้หนุ่มสาวอยู่เสมอ) นำน้ำผึ้ง 1 ส่วน ACV 1 ส่วน ผสมให้เข้ากันเป็นอย่างดี  กินครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ ระยะตื่นนอนใหม่ๆและ ก่อนเข้านอน ควรดื่มน้ำตาม 1 แก้ว  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;ช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องอืด  ท้องเฟ้อ ใช้ ACV อย่างเดียว 2 ช้อนชา ละลายในน้ำดื่ม 1 แก้ว ดื่มทุกครั้ง  ขณะรับประทานอาหาร  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;แก้ท้องร่วง ท้องเสีย  ก่อนทานอาหาร 30 นาที ใช้น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา ผสมกับน้ำ ACV 2ช้อนชา ผสมกันแล้วดื่ม  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;แก้โรคไขข้ออักเสบ  ให้ดื่มน้ำผึ้ง 2 ช้อนชา หรือ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับ ACV 2 ช้อนชาหรือ 1 ช้อนโต๊ะ  ดื่มน้ำตาม 1แก้วทุกครั้งหลังอาหาร  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;ช่วยลดน้ำหนักได้ดี ให้ใช้ ACV  1 ช้อนแกง ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนแกง แล้วผสมน้ำ grape fruit ที่ไม่หวาน 1 แก้ว ดื่ม 30  นาที ก่อนทานอาหารทุกมื้อ  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;ช่วยให้ความจำดีขึ้น ให้ใช้  ACV 2 ช้อนชาผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนชา ดื่มน้ำตาม 1 แก้ว ดื่มวันละ 2 ครั้ง  ตื่นนอนตอนเช้าและก่อนนอน  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;แก้ปลายผมแตกแห้ง กำจัดรังแค  หรือคันศรีษะ เนื่องจาก ACV เป็นกรดสูง และมีเอนไซม์ ประกอบด้วยหลายชนิด  จึงสามารถรักษามิให้ผิวหนังมีโรครังแค หรือ ผมแห้ง หรือคันศรีษะได้ การรักษา คือ  เอาสำลี จุ่มน้ำจนเปียกแล้วจุ่ม ACV แล้วนำไปนวดหนังศรีษะ ให้หมักทิ้งไว้ 2-3  ชั่วโมง(อาจจะใช้หมวกพลาสติกครอบไว้) หลังจากนั้นสระผมด้วยแชมพู หรือ นำเอา ACV  ที่อุ่นๆ ไปทาศรีษะให้เปียกจนทั่ว แล้วใช้หมวกพลาสติกคลุมทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง  แล้วจึงใช้น้ำธรรมดาล้างออก  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;แก้เจ็บคอ ใช้ ACV 1 ส่วน  และน้ำผึ้ง 1ส่วนผสมให้เข้ากัน แล้วดื่มครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ ทุกๆ 4 ชั่วโมง หรือใช้  ACV อย่างเดียว 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำอุ่น แล้วอมกลั้วคอ ทุก ๆ 1 ชั่วโมง กลั้วในลำคอ  ให้ลึก ไปถึงส่วนล่างของลำคอ แต่อย่ากลืนลงไปในกระเพาะ เมื่อการเจ็บคอบรรเทาลง  ให้กลั้วคอต่อไปทุก ๆ 2 ชั่วโมง เพราะ ACV ทำหน้าที่เป็นสารปฏิชีวนะ  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;แก้อ่อนเพลียและเมื่อยล้า  หลังทำงานหนัก หรือหลังจากออกกำลังกาย แนะนำให้ท่านดื่มน้ำผึ้งผสม ACV  ท่านจะหายเพลียได้ โดยใช้น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับ ACV 1ช้อนโต๊ะ ละลายน้ำดื่ม 1  แก้วเต็ม ๆ  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;แก้ปวดหัว  การปวดหัวที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจาก อาหารที่เรารับประทานเป็นด่างมากเกินไป  การทาน ACV ที่เป็นกรดอ่อนๆ ลงไป จะช่วยให้อาหารลดความเป็นด่าง คือเป็นกลาง  การปวดหัวก็จะหายไป หรือลดบรรเทาอาการปวดหลังลงได้ ทางที่ดี ท่านควรทาน ACV 2  ช้อนชา ผสมกับ น้ำผึ้ง 2 ช้อนชาเต็มๆ ทุกครั้งที่ทานอาหาร  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);font-size:100%;" &gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 255);"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;  &lt;p  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;อนึ่งท่านที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคไต และโรคเบาหวาน  ควรพบแพทย์สม่ำเสมอ ถ้าท่านจะทานน้ำผึ้ง หรือ ACV ขอ  ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;b&gt;อัตราส่วน&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;ul&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;3 ช้อนชา  = 1 ช้อนโต๊ะ  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;1 ช้อนชา  = 5 มิลลิลิตร  &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li  style="text-decoration: none;font-size:10pt;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;1 ช้อนโต๊ะ = 15 มิลลิลิตร&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;รวบรวมและเรียบเรียง  โดยอาจารย์ปรัชญา ธัญญาดี เลขาชมรมคนรักต้นไม้ F.M.97&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;http://www.trinityradio.com/html/apple_cider_vinegar.html&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-115047308192138025?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/115047308192138025/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=115047308192138025' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115047308192138025'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115047308192138025'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/06/blog-post_16.html' title='ดูแลสุขภาพกันเถอะ'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-115038962486591827</id><published>2006-06-15T23:39:00.000+07:00</published><updated>2006-06-15T23:40:25.283+07:00</updated><title type='text'>จดหมายถึง Open#5 ทำดีแล้วทำดีอีก</title><content type='html'>&lt;p&gt;สวัสดีค่ะทีมงานโอเพ่น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;วันนี้ได้นั่งอ่านบทสนทนาขนาดยาวที่ถอดเทปจากงานเสวนา วิพากษ์เศรษฐกิจ  พิศการเมือง   ก็เลยอยากจะเมล์มาขอบคุณที่อุตส่าห์ถอดเทปมาให้อ่าน จำได้ว่าตัวเองอยากไปแต่ติดงานอันยุ่งเหยิง   ว่าจะขอบคุณตั้งแต่มีการลงบทสนทนาจากตอนที่ล้อมวงคุยเรื่องแปรรูป กฟผ.แล้ว    เอาเป็นว่าอยากให้ลงแบบนี้อีกถ้าโอเพ่นจัดเสวนา  และขอบคุณล่วงหน้านะคะ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;กำลังอ่าน Toppling Thaksin  ต้องใช้สมาธิอย่างแรง   อ่านจากคอมไม่ไหวเลยต้องไปพรินท์มาอ่านแทน  เจ๋งสุดๆ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ขอบคุณที่รวบรวมบทความดีๆ มาให้อ่านได้ทุกวัน &lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt;Epsie&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-115038962486591827?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/115038962486591827/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=115038962486591827' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115038962486591827'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115038962486591827'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/06/open5.html' title='จดหมายถึง Open#5 ทำดีแล้วทำดีอีก'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-115021131313790792</id><published>2006-06-13T22:03:00.000+07:00</published><updated>2006-06-13T22:41:20.336+07:00</updated><title type='text'>ค่ายลูกแม่ไทรจิตใจงาม</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;กบน้อยเคโระ เคโระ&lt;br /&gt;ตะลึ่ง ตึ่งโป๊ะ&lt;br /&gt;เคโระ แดนซ์กระจาย&lt;br /&gt;โยกย้าย ทั้งซ้าย และขวา&lt;br /&gt;โยกย้าย ทั้งซ้าย และขวา&lt;br /&gt;มาซิมา โป๊ะ ตึ่ง โป๊ะ ตึ่ง โป๊ะ ตึ่ง โป๊ะ (ซ้ำ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตึ่ง ตึ่ง โป๊ง โป๊ง ตึ่ง&lt;br /&gt;ตึ่ง ตึ่ง โป๊ง โป๊ง ตึ่ง&lt;br /&gt;โป๊ง มะ โล๊ง มะ โล๊ง มะ โล๊ง โป๊ง ตึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปีนี้เพลง 'กบน้อย' เป็นเพลงฮิตประจำค่ายลูกแม่ไทรจิตใจงาม ค่ายต้อนรับน้องใหม่ที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้นทุกปีนับถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 9&lt;br /&gt;รุ่นละสองวันหนึ่งคืนทั้งหมด 4 รุ่นรุ่นละเกือบสองพันคน ที่เข้ามาเป็นน้องใหม่ให้พวกเราได้ดูแลและสร้างความประทับใจ&lt;br /&gt;มหาลัยเป็นเจ้าภาพในการจัดค่ายรับน้อง โดยคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และพี่ๆ นักศึกษา และเป็นกิจกรรมบังคับที่นักศึกษาทุกคนต้องผ่าน&lt;br /&gt;ถ้าปีที่เข้าเป็นนักศึกษาน้องใหม่ไม่เข้าค่าย ลาค่าย ด้วยเหตุผลใด ๆ ภายใน 4 ปี ก่อนจบก็จะต้องกลับมาเข้าค่าย 1 ครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานนี้ใช้ทีมงานกว่า 400 ชีวิต บางส่วนรับผิดชอบตลอดสี่ค่าย บางส่วนสลับผลัดเปลี่ยนกันเข้ามา&lt;br /&gt;มีตั้งแต่ฝ่ายสวัสดิการดูแลอาหารว่าง อาหารหลัก น้ำ&lt;br /&gt;ฝ่ายรปภ.ที่ดูแลการเข้าออกของคนที่เข้ามาร่วมค่ายและคนที่เข้าออกมหาวิทยาลัย&lt;br /&gt;ฝ่ายพยาบาล&lt;br /&gt;ฝ่ายระเบียบวินัยงานค่าย&lt;br /&gt;ฝ่ายประสานงานกลาง&lt;br /&gt;ฝ่ายพิธีการ&lt;br /&gt;ฝ่ายเวทีกลางที่สร้างความสนุกสนานตลอดช่วงเวลาที่น้องๆ เข้ามาอยู่ในหอประชุม&lt;br /&gt;ฝ่ายพี่เลี้ยงและอาจารย์พี่เลี้ยง&lt;br /&gt;ฝ่ายช่างภาพ ทั้งภาพนิ่ง ภาพวีดีโอ ที่คอยเก็บภาพตลอดงานเพื่อทำ Hot Shot มาฉายกันวันต่อวัน&lt;br /&gt;ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของค่ายนี้เป็นครั้งที่สองในฐานะอาจารย์พี่เลี้ยง&lt;br /&gt;หนึ่งค่ายแบ่งเป็น 10 ยูนิต&lt;br /&gt;1 ยูนิตจะมีอาจารย์พี่เลี้ยงดูแล 2 คน Head Staff 1 คน และพี่เลี้ยง 12 คน&lt;br /&gt;และใน 1 ยูนิตจะแบ่งเป็น 6 G (group)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กว่าจะได้อยู่ในทีมพี่เลี้ยง อาจารย์ เจ้าหน้าที่และสโมสรนักศึกษาปีก่อนหน้า และปีที่กำลังจะเข้ารับตำแหน่งต้องไปอบรมผู้นำกิจกรรมร่วมกัน และมีการเก็บคะแนนโดยแมวมองจากกองกิจการนักศึกษา ว่าใครจะผ่านการคัดเลือกเข้ามาร่วมกิจกรรมนี้ และเข้าไปมีส่วนร่วมที่ส่วนงานใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลักจากผ่านการคัดเลือกเบื้องต้นแล้ว ตัวเองก็ต้องมาร่วมกิจกรรมเก็บตัวกับน้อง ๆ อาสาสมัครที่สมัครเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงในงานนี้ ประมาณว่าเป็นแมวมอง หา Head Staff ให้ได้ 10 อรหันต์ที่จะทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ในการนำลูกทีมสร้างความสนุกสนานให้กับน้องๆ และมีความสามารถในการตัดสินใจเมื่อเผชิญปัญหาเฉพาะหน้าได้ด้วย รวมทั้งต้องให้คะแนนเพื่อคัดเลือกและคัดออกสำหรับคนที่จะมาเป็นพี่เลี้ยง แบ่งคะแนนเป็นลำดับเพื่อให้การจัดกลุ่มพี่เลี้ยงในแต่ละยูนิตได้พี่เลี้ยงที่มีฝีมือเข้าตาเฉลี่ยๆ กันไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความร่วมมือร่วมใจจากทุกๆ ฝ่ายในมหาวิทยาลัย ตั้งแต่แม่บ้าน คนสวน รปภ. เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย อาจารย์ทุกคณะ สโมสรนักศึกษา คณะกรรมการนักศึกษาทุกคณะ และอาสาสมัครจากทุกคณะ ทำให้เกิดงานนี้ขึ้นมาได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครั้งหนึ่งในชีวิตภายใต้รั้วมหาวิทยาลัยเอกชน ใครจะคาดคิดว่ามีการรับน้องอย่างอบอุ่นไม่แพ้การรับน้องจากพี่ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยรัฐบาล&lt;br /&gt;และยิ่งไปกว่านั้น ทั้งหมดจัดโดยมหาวิทยาลัยและบุคคลากรภายใน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;ความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีบายศรีสู่ขวัญจากอาจารย์ในคณะ รุ่นพี่ปัจจุบันและศิษย์เก่า ทำให้ใครหลายคนหลั่งน้ำตาด้วยความอบอุ่น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;ความสนุกสนานที่เกิดจากความพยายามเล่นเกมส์โดยทีมเวทีกลางและพี่ๆ ประจำยูนิตเพื่อละลายพฤติกรรม จนทำให้น้องๆ ฮึดสู้ลุกขึ้นมาเต้นท่าประหลาดๆ เพื่อบูมยูนิตแสดงสปิริตแข่งกับยูนิตอื่นแบบลืมเขิน จากที่ไม่รู้จักใคร กลายเป็นว่าได้เพื่อนอีกหลายคนที่ร่วมทำกิจกรรม ร่วมหัวเราะ ร่วมกันทำท่าแปลกๆ ร่วมกันออกกำลังกาย ฯลฯ ได้รุ่นพี่จากคณะตัวเองและต่างคณะที่เป็นพี่ประจำ G ประจำยูนิต ได้รู้จักอาจารย์คณะตัวเองและต่างคณะที่อยู่ในยูนิต จากการปฐมนิเทศของคณะ และพิธีการบายศรีสู่ขวัญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ค่าย มีแต่รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ถึงแม้ว่าเราจะเหนื่อยกันมากเพราะกิจกรรมในแต่ละวันเริ่มที่ 6.30 น. และเสร็จส่งน้องเข้านอนพร้อมกับเช็คชื่อส่งคืนส่วนกลางจบลงที่เที่ยงคืน แต่ความอิ่มใจที่ได้เห็นน้องๆ หัวเราะ ขำกับเกมส์ที่พวกเราขอความร่วมมือให้เล่น เห็นน้องๆ ยักย้ายส่ายสะโพกไปกับพี่ๆ เพราะสนุกไปด้วย (บิลด์ขึ้น) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;จนถึงวันปิดค่ายเราได้เห็นทั้งพี่เลี้ยงและน้องที่มาอยู่กับเราสองวันหนึ่งคืนเสียน้ำตา อย่าให้เล่าบรรยากาศวันสุดท้ายของค่ายรุ่นที่สี่ ต่อมน้ำตาแตกกระจาย ไอ้ที่เห็นฮาๆ มา แปดวัน วันสุดท้ายสะอื้นจนต้องดึงเข้ามากอด&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;มีน้องปีหนึ่ง(น้องในยูนิตที่เราดูแลเอง -น้องคนนี้ให้ความร่วมมือดีมาก เต้นได้น่ารักมาก ออกมายืนข้างหน้ากับพี่ๆ เลย แต่เต้นมากไม่ได้เพราะเหนื่อยง่าย แถมความน่ารักระดับเป็นดาวจนช่างภาพของสโมมาขอถ่ายรูปเก็บไว้)ลุกขึ้นมาเปิดใจก่อนปิดค่ายว่าเค้าป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง ไม่ได้ไปโรงเรียนช่วงม.1 และ ม.3 เพราะอยู่โรงพยาบาล หมอต้องการให้เค้าผ่าตัดอีกครั้ง แต่เค้าไม่ยอม นี่เป็นครั้งแรกที่เค้าได้มาอยู่ค่าย มานอนที่อื่นที่ไม่ใช่บ้านและโรงพยาบาล ตื่นเต้นมาก เก็บกระเป๋าล่วงหน้าหนึ่งเดือน เค้าสนุกมาก มีความสุขมาก เค้าขอบคุณที่ทำให้เค้ามีความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับชีวิตมหาวิทยาลัย เพราะเค้าไม่แน่ใจว่าจะมีชีวิตถึงวันไหน...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:100%;"&gt;ส่วนน้องอีกคนก็เป็นมะเร็งในลำไส้ แต่อยากร่วมกิจกรรม เลื่อนการผ่าตัดออกไปหนึ่งสัปดาห์เพื่อจะมาค่ายนี้ ปวดท้องมาก พี่ๆ พาน้องไปส่งโรงพยาบาล พอรู้ว่าน้องเลื่อนการผ่าตัดเพื่องานนี้ ก็ได้แต่อึ้งไป กลัวลูกเค้าเป็นอะไรไป แต่น้อง ที่บ้าน และคุณหมอโอเค บอกว่ายังไม่ต้องผ่าวันนี้ได้ น้องตื่นขึ้นมาก็ขอให้พาไปดูเพื่อนทำกิจกรรม ไม่ได้ร่วมกิจกรรมขอนั่งดูก็ยังดี &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:100%;"&gt;พี่เลี้ยงที่ถือไมค์เล่าในห้องประชุมก่อนปิดค่ายร้องไห้ตั้งแต่ลุกขึ้นยืน และคงไม่ต้องเล่าต่อว่าพวกเราเสียน้ำตากับเรื่องนี้หรือเปล่า &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;&lt;br /&gt;นักศึกษาปีสี่ที่จบแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม ส่วนใหญ่คือสโมสรนักศึกษารุ่นที่เพิ่งหมดวาระเข้ามาทำหน้าที่อยู่ในส่วนของเวทีกลาง ไม่ยอมไปทำงาน ขอเริ่มงานหลังจากจบค่ายทั้งๆ ที่บริษัทโทรมาเรียกตัว เป็นอย่างนี้ทุกรุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้เห็นพัฒนาการของเด็กๆ แล้วก็ได้แต่ปลื้มใจ&lt;br /&gt;บางคนเราจำได้จากค่ายที่เค้าเข้ามาเป็นปีหนึ่ง เพราะเค้าโดดเด่น ให้ความร่วมมือมาก สนุกสนาน และลุกออกมาเต้นได้น่ารักน่าชัง&lt;br /&gt;ปีนี้เค้ามาเป็นพี่เลี้ยงเพราะอยากให้น้องได้สนุก ประทับใจ อย่างที่เค้าได้รับจากรุ่นพี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กับน้องบางคนเห็นตั้งแต่เค้าเป็นพี่เลี้ยง จนปีต่อมาเค้าได้เป็น Head Staff และปีนี้เค้าอยู่เวทีกลาง ฝีไม้ลายมือในการสร้างความสนุกสนานให้คนทั้งหอประชุม อยู่ในระดับ A plus&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพที่เห็นจนชินตาคือภาพที่น้องๆ ลุกขึ้นมาเต้นตามเพลงน่ารักๆ พร้อมท่าประกอบ อย่างเพลงกบน้อย&lt;br /&gt;การบูมยูนิตส่วนใหญ่จะเป็นการคิดแก๊กเริ่มต้น และการเชื่อมต่อเพลงต่างๆ ให้เป็นเมดเลย์ พร้อมทั้งลีลาการจบแบบหักมุม&lt;br /&gt;ยูนิตละประมาณห้าเพลงต่อหนึ่งบูม ค่ายละ 10 ยูนิต ทั้งหมด 4 ค่าย&lt;br /&gt;ไม่รู้เหมือนกันว่าไปเอาเพลงมาจากไหนเยอะแยะ ก็มีซ้ำกันบ้าง บางเพลงก็ต่อเติม ดัดแปลง แต่งเพลงใหม่&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;แถมยังมีการแต่งเพลงแก้กันไปแก้กันมา ให้ฮาครืนกันเป็นระยะๆ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;จากกบน้อย ก็กลายเป็น เขียด อึ่ง คิตตี้ และกบน้อยโดนแกล้ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;จากสบู่ตราลูกเป็ด แก้เป็น สบู่ตราลูกไก่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;รถตู้ แท๊กซี่ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;ลูกเป็ดคอมโบ : ลูกเป็นอาบน้ำฝักบัว ลูกเป็ดไปเที่ยวซอยสี่ ลูกเป็ดหลับฝันดี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;ฯลฯ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;ปีนี้มีแดจังกึม กับหมดโฮชุนด้วย เอากับเค้าซิ่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;ยืนเต้นไม่ได้เพราะยูอื่นบูม พี่ๆ ก็นั่งเต้นทำท่าตามเฉพาะท่อนบน ร่าเริ่งกันสุดฤทธิ์จนน้องๆ แซวว่าคนที่สนุกที่สุดในค่ายคือพี่เลี้ยง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;หลังจากเสร็จค่ายเราจะให้น้องๆ ลอดซุ้มประแป้งออกมาเจอพี่ๆ ที่เต้นเพลงเมดเลย์เป็นขบวนยาวเหยียด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;เมดเลย์นี่อยู่ในระดับกว่าห้าสิบเพลง เต้นไปเรื่อยๆ จนกว่าน้องจะลอดซุ้มหมด &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;น้องหมดแล้วพี่ๆ ก็ยังไม่เลิกเต้น วิ่งไปรวมกันที่สนามบาสเต้นกันต่อ เด็กบางคนก็เข้ามาร่วมแจมแบบว่าปล่อยกลับบ้านแล้วแต่ยังสนุกอยู่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;คุณพ่อคุณแม่ที่มารับน้องๆ กลับบ้านก็จะมายืนดูเด็กๆ เต้นส่งน้องลอดซุ้ม ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านจะรู้สึกอย่างไรที่เห็นพวกเราเต้นท่าบ้าๆ บอๆ กันอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่เราก็แอบเห็นผู้ปกครองส่วนใหญ่ยิ้มๆ ค่อยโล่งใจหน่อย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;ไม่อยากจะโม้เลยว่าป้าepsie เคยเต้นกับน้องๆ ไม่เลิกไม่ราตลอดสี่ค่าย แต่มาปีนี้สังขารไม่ค่อยอำนวยกับกลัวกล้อง ก็เลยแอบวิ่งไปอยู่ในขบวนเฉพาะตอนที่เค้าเริ่มร้องว่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;แจว มาแจวจ้ำจึก น้ำนิ่งไหลลึก นึกถึงคนแจว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;แจวเรือไปซื้อ&lt;strong&gt;กระดาษ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;ของเชิญ&lt;strong&gt;เศรษฐศาสตร์&lt;/strong&gt;ลุกขึ้นมาแจว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;ปล.โพสต์คลิปวีดีโอไม่เป็น ไม่งั้นจะให้ดูว่ากบน้อยเต้นยังไง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-115021131313790792?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/115021131313790792/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=115021131313790792' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115021131313790792'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/115021131313790792'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/06/blog-post.html' title='ค่ายลูกแม่ไทรจิตใจงาม'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-114812014047139746</id><published>2006-05-20T17:05:00.000+07:00</published><updated>2006-05-20T17:18:50.066+07:00</updated><title type='text'>ปรัชญาผ้าขี้ริ้วและคำถามจากแม่</title><content type='html'>&lt;div  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="color: rgb(128, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;ปรัชญาผ้าขี้ริ้ว&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span class="text1"  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="font-family:courier;"&gt;ผ้าขี้ริ้วยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด &lt;br /&gt;เสน่ห์ของคนอยู่ที่ยอมลำบากเพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div align="left"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="font-family:courier;"&gt;พ่อแม่ยอมเหนื่อยเพื่อให้ลูกหลานอยู่สุขสบาย &lt;br /&gt;ความสุขแท้ของคนคือการได้ยืนแอบยิ้ม &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div align="left"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="font-family:courier;"&gt;อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้อื่น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผ้าขี้ริ้วดูดซับความสกปรกได้ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div align="left"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="font-family:courier;"&gt;แต่ก็สลัดความสกปรกออกจากตัวได้ตลอดเวลา &lt;br /&gt;เสน่ห์ของคนอยู่ที่รู้ตัวเองว่าสกปรก ถึงเวลาต้องชำระล้างแล้ว  &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div align="left"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="font-family:courier;"&gt;มิใช่อมความสกปรกไว้แล้ว  แกล้งบอกว่าตนเองสะอาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผ้าขี้ริ้วเป็นผ้าที่สะอาดที่สุด  ในขณะที่คนมองว่าสกปรกที่สุด&lt;br /&gt;เหมือนคนที่ฝึกหัดขัดเกลาตนเอง  รู้จักถ่อมตนและอ่อนโยน &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div align="left"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="font-family:courier;"&gt;ไม่โอหังอวดดีให้เป็นที่รังเกียจหมั่นไส้ของคนอื่น &lt;br /&gt;เขาจะเป็นคนที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะมาจากสกุลใด &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div align="left"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="font-family:courier;"&gt;ก&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="font-family:courier;"&gt;ารศึกษามากหรือน้อยก็ตาม &lt;br /&gt;เป็นผู้ใฝ่รู้แต่ไม่อวดดี เหมือนผ้าขี้ริ้วห่อทอง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผ้าขี้ริ้วถึงจะเป็นผ้าไม่มีราคา แต่มีคุณค่ายิ่งใหญ่ได้ &lt;br /&gt;เหมือนคนที่พยายามทำตนให้มีคุณค่า &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div align="left"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="font-family:courier;"&gt;ด้วยการทำงานมิใช่ด้วยการประจบ&lt;br /&gt;ทำตนให้มีประโยชน์ ให้มีค่า  ไม่ใช่งอมืองอเท้า &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div align="left"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="font-family:courier;"&gt;น้อยเนื้อต่ำใจในวาสนาชะตาชีวิต &lt;br /&gt;ต้องสร้างกำลังใจให้ตนเองอย่ารอคอยจากคนอื่น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผ้าขี้ริ้วไม่เกี่ยงงอนว่าจะถูกใช้เช็ดถูอะไร &lt;br /&gt;เหมือนคนที่ยอมตัวอาสาทำงานที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่ปริปากบ่น&lt;br /&gt;รู้จักอาสาคน  อาสาทำงาน ต้องตั้งใจทำงานโดยไม่เกี่ยงงอน &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div align="left"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="font-family:courier;"&gt;ไม่ว่าจะเป็นงานใด ๆ ก็ตาม &lt;br /&gt;คนที่ตกงานเพราะไม่ยอมทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผ้าขี้ริ้วยอมให้ถูกใช้งานในที่สกปรกที่สุด &lt;br /&gt;เหมือนคนที่ยอมทำในสิ่งที่คนทั้งหลายรังเกียจ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div align="left"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="font-family:courier;"&gt;ที่เขาเห็นว่าเป็นงานชั้นต่ำ &lt;br /&gt;แต่ก็ตั้งใจทำให้เป็นของมีค่าขึ้นมาได้ หรือยินดีในการบริการ &lt;br /&gt;เหมือนคนที่อิ่มเอิบเมื่อได้บริการรับใช้คนอื่น รับใช้สังคม &lt;br /&gt;ดีใจเมื่อคนยินดีมาใช้บริการความรู้ ความสามารถของตน &lt;br /&gt;และยินดีที่ได้เสนอตัวเข้าไปบริการมากกว่าเข้าไปบริหาร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผ้าขี้ริ้วพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสะอาด &lt;br /&gt;เหมือนคนควรพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จของคนอื่น &lt;br /&gt;ต้องมีความพอใจที่จะทำงานปิดทองหลังพระ เป็นนายอินหรือนางอิน &lt;br /&gt;ผู้ปิดทองหลังพระ มีความสุขและภูมิใจที่ได้มอบความสำเร็จให้คนอื่น &lt;br /&gt;มีมากที่ผู้น้อยบางคน ทำงานแล้วทำให้ผู้ใหญ่เล็กลง ขณะที่ตัวเองโตขึ้น &lt;br /&gt;ผ้าขี้ริ้วทนทานต่อการขัดถูซักล้างไม่เปราะบาง&lt;br /&gt;เหมือนคนที่มีความอดทน  ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div align="left"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="font-family:courier;"&gt;แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็อดทนได้&lt;br /&gt;เพื่อให้สำเร็จ  ประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น มีจิตใจหนักแน่นไม่เปราะบางหักง่าย &lt;br /&gt;คือไม่เป็นคนทุกข์ง่ายใจเบา แต่นิ่งและหนักแน่นคงดุจแผ่นดิน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผ้าขี้ริ้วแม้จะถูกมองว่าเป็นผ้าขี้ริ้ว แต่ไม่ทำตัวให้ขี้เหร่ &lt;br /&gt;เหมือนคนที่รู้ตัวเองว่า กำลังถูกึนปรามาสสบประมาท &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div align="left"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="font-family:courier;"&gt;จะต้องตั้งใจเอาชนะอุปสรรค  ครั้งนั้นให้ได้&lt;br /&gt;ไม่พ่ายแพ้ต่อคำปรามาสของผู้อื่น  รู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไร&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div align="left"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="font-family:courier;"&gt;และมีกำลังใจในสิ่งนั้น &lt;br /&gt;มองเห็นคุณค่าจากสิ่งที่คนทั้งหลายมองว่าไร้ค่า &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div align="left"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="font-family:courier;"&gt;เมื่อมีปัญหาให้หัดมองสองด้านเสมอ &lt;br /&gt;ผ้าขี้ริ้วมีเสน่ห์เพราะยอมสัมผัสกับสิ่งสกปรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน  หากทนความทุกข์ยากลำบาก&lt;br /&gt;ยอมสัมผัสกับงานที่ต่ำต้อยได้ก็จะมีเสน่ห์  และมีความหมาย&lt;br /&gt;ทุกคนจึงควรพากเพียรพยายามสร้างเสน่ห์ให้กับชีวิต &lt;br /&gt;อย่างที่ผ้าขี้ริ้วสร้างเสน่ห์ให้กับตนเอง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div align="left"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="font-family:courier;"&gt;คุณเห็นด้วยไหม  ที่ว่าเราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่า&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div align="left"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="font-family:courier;"&gt;และมองเห็นค่าของตัวเองก่อน  แล้วเราจะไม่รู้สึกท้อแท้หมดหวัง &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;br /&gt;..................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);font-family:courier;font-size:100%;"  &gt;&lt;strong&gt;คำถามจากแม่&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 0);font-family:courier new;font-size:100%;"  &gt;แม่ของผมเคยถามผมว่า ส่วนไหนของร่างกายที่สำคัญที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมได้ทายสิ่งที่ผมคิดว่ามันเป็นคำตอบที่ถูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อตอนผมยังเป็นเด็กเล็ก&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;ผมเคยคิดว่าเสียงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเราในฐานะที่เป็นมนุษย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น ผมจึงบอกแม่ว่า "มันคือ หู ผมไง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่แม่บอกว่า "ไม่ใช่จ้ะ  คนจำนวนมาก หูหนวก แต่ก็ยังอยู่ได้"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลูกลองคิดดูไปก่อนนะ แล้วเร็วๆ  นี้แม่จะถามลูกใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายปีผ่านไปก่อนที่ แม่จะถามผมเรื่องนี้อีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตั้งแต่ที่ผมทายผิดครั้งแรก ผมก็พยายามครุ่นคิดหาคำตอบที่ถูกต้องตลอดมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และในตอนนี้ผมบอกกับแม่ว่า "การมองเห็น สำคัญมากสำหรับทุกๆ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;คนดังนั้นมันต้องเป็นตาของเราแน่เลย ที่สำคัญที่สุด"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่มองมาที่ผม และบอกกับผมว่า&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;"ลูกเรียนรู้ได้เร็วมากแต่ว่าคำตอบก็ยังไม่ถูกจ้ะ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;เพราะว่า ยังมีคนอีกมากมายที่ตาบอดแต่ก็ยังอยู่ได้"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อึ้งไปอีกครั้ง แต่ผมก็ยังคงพยายามค้นคว้า หาความรู้ต่อมาอีกหลายปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และแม่ก็ยังคงถามผมอีก หลายครั้ง และทุกครั้ง คำตอบของแม่ก็คือ  &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;"ไม่ใช่จ้ะ แต่ลูกก็ฉลาดขึ้นทุกๆครั้ง นะจ๊ะ ลูกรัก"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนเมื่อปีที่แล้ว ปู่ของผมตายลง ทุกคนในบ้านเศร้าใจกันมาก ทุกคนร้องไห้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้แต่พ่อของผมก็ร้องด้วย ผมจำได้ดีเพราะว่ามันเป็นเพียงครั้งที่สอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ผมเห็นพ่อร้องไห้ แม่มองมาที่ผม&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;ตอนที่เรากล่าวคำอำลาครั้งสุดท้ายต่อคุณปู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วแม่ก็ถามผมว่า "ลูกรู้หรือยังส่วนไหนของร่างกายเราสำคัญที่สุดลูกรัก"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมรู้สึกงุนงง ที่แม่ถามผมตอนนี้ ผมคิดตลอดมาว่าคำถามนี้เป็นเกมส์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระหว่างผมกับแม่ แม่มองเห็นสีหน้ามึนของผม &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;และก็บอกว่าคำถามนี้สำคัญมากลูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันแสดงให้เห็นความจริง  ในชีวิตของเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับอวัยวะต่างๆที่ลูกเคยบอกกับแม่ว่าสำคัญ  ในอดีตที่ผ่านมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และแม่ได้บอกกับลูกว่า มันผิดมาตลอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พร้อมกันนั้นแม่ก็ได้ยกตัวอย่างให้ลูกฟังว่าทำไมมันถึงผิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ว่าวันนี้เป็นวันที่ลูกจะได้เรียนบทเรียนที่สำคัญที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่  ก้มลงมองมาที่ผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความรู้สึกลึกซึ้งอย่างที่แม่คนหนึ่งจะทำได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเห็นตาแม่เอ่อด้วยน้ำตา และแม่ก็พูดว่า &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;"ลูกรัก ส่วนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของลูกก็คือ บ่า จ้ะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมถามแม่ว่า "เป็นเพราะว่ามันคอยรองรับหัวของเราไว้ ใช่มั้ยครับ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่ตอบว่า &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;"ไม่ใช่จ้ะ แต่เป็นเพราะว่ามันสามารถรองรับ ศีรษะของเพื่อนของเรา&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;หรือคนที่เรารัก  เมื่อยามที่เค้าร้องไห้"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเราทุกคนต้องการบ่าใครซักคนไว้คอยซบยามร้องให้&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div  style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span class="text1"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;ในบางช่วงเวลาของชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลูกรัก แม่เพียงแต่หวังว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลูกจะมีเพื่อนและคนรักที่จะมีบ่าพร้อมที่จะให้ลูกซบตอนร้องไห้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยามเมื่อลูกต้องการตรงนั้นเองที่ผมได้รู้ว่า สิ่งสำคัญที่สุดของร่างกายเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คือการไม่เห็นแก่ตัว และมันคือความรู้สึกร่วมรับรู้กับความเจ็บปวดของคนอื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเราอาจจะลืม สิ่งที่คุณพูด.......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเราอาจจะลืมสิ่งทีคุณทำ.........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ไม่มีใครลืม  สิ่งที่ทำให้เค้า "รู้สึก" ได้......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้นฉบับของจม.ฉบับนี้มาจาก ไหนไม่ทราบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนที่ดีก็เหมือนดวงดาวบนท้องฟ้า....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณไม่ได้เห็นมันตลอดเวลาหรอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่คุณรู้ว่า  พวกเค้าอยู่ที่ตรงนั้นกับคุณ ตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.....................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางครั้งเสียเวลาซักสองสามนาทีอ่าน fw mail ที่ได้จากเพื่อน&lt;br /&gt;ก็ได้ข้อคิดดีๆ ไม่น้อย&lt;br /&gt;ขอบคุณที่ยังคิดถึงกันอยู่&lt;br /&gt;และเราก็รู้ว่าถึงเราจะไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกันเหมือนเก่า&lt;br /&gt;แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนที่ปันสุขเฉลี่ยทุกข์กันตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;'ขอบคุณ' เพื่อนทุกคนที่เป็นเืพื่อนที่ดีต่อกันตั้งแต่วันเริ่มต้นรู้จักจนถึงวันนี้ไม่มีเปลี่ยนแปลง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-114812014047139746?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/114812014047139746/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=114812014047139746' title='7 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114812014047139746'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114812014047139746'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/05/blog-post_20.html' title='ปรัชญาผ้าขี้ริ้วและคำถามจากแม่'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>7</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-114777982561762234</id><published>2006-05-16T18:34:00.000+07:00</published><updated>2006-05-16T23:01:08.626+07:00</updated><title type='text'>ECON UTCC Symposium on May 26,2006</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Verdana, Geneva, Arial, Sans-serif;font-size:130%;color:#660033;"&gt;เอกสารประกอบการสัมมนา Macro Model   วันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา (ที่เคยโพสต์ไว้เมื่อสองตอนก่อน)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Verdana, Geneva, Arial, Sans-serif;font-size:130%;color:#660033;"&gt;สามารถดาวน์โหลด เปเปอร์ที่แจกในงานและ presentation ได้ที่นี่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;a onclick="return top.js.OpenExtLink(window,event,this)" href="http://www.citsonline.net/" target="_blank"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#0000ff;"&gt;http://www.citsonline.net/&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 0, 0);"&gt;และด้านล่าง   Symposium ประจำปี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สัมมนาวิชาการคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;วันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม 2549 เวลา 8.30 – 16.30 น.&lt;br /&gt;ณ ห้อง Grand Hall 2 โรงแรม Rama Gardens  ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8:30 – 9:00 น.      &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;ลงทะเบียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9:00 – 9:15 น.      &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;พิธีเปิดการสัมมนา&lt;br /&gt;    คณบดีกล่าวรายงาน&lt;br /&gt;    อธิการบดีกล่าวเปิดงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9:15 – 10:00 น.   &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt; &lt;strong&gt;“หวยใต้ดิน – หวยบนดิน: พฤติกรรมการบริโภคของไทย”&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์&lt;br /&gt;คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;วิจารณ์บทความโดย       &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธันวา  จิตต์สงวน &lt;br /&gt;รองอธิการบดีฝ่ายการต่างประเทศ  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10:00 – 10:45 น.   &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;&lt;strong&gt;“การประเมินผลกระทบโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ (Mega Projects) :&lt;br /&gt;นัยที่มีต่อภาคอุตสาหกรรมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และเศรษฐกิจไทย”      &lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;โดย ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช&lt;br /&gt;อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์&lt;br /&gt;ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;วิจารณ์บทความโดย          &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์&lt;br /&gt;ผู้อำนวยการส่วนนโยบายเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10:45 – 11:30 น.    &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;&lt;strong&gt;“การสำรวจทัศนคติของประชาชนเพื่อการพัฒนานโยบายสาธารณะที่ดี การออม การจัดสวัสดิการ และการเกื้อกูลกันโดยภาคประชาชน”&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;ศาสตราจารย์ ดร.ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์&lt;br /&gt;อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;วิจารณ์บทความโดย          &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;รองศาสตราจารย์ ดร.วิมุต วานิชเจริญธรรม&lt;br /&gt;อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย    &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;11.30 – 13.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;13:00 – 13:45 น.   &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;&lt;strong&gt;“เหนือ กลาง อีสาน ใต้: ศักยภาพทางเศรษฐกิจของใครเด่นสุด?”&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;โดย ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย&lt;br /&gt;อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์&lt;br /&gt;ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;วิจารณ์บทความโดย         &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;ดร.ปรเมธี วิมลศิริ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน&lt;br /&gt;สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13:45 – 14:30 น.   &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;&lt;strong&gt;“มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด: ปฎิบัติการของสหรัฐอเมริกาต่อสินค้าไทย”&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;โดย ดร.พนารัช ปรีดากรณ์&lt;br /&gt;รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย          &lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;วิจารณ์บทความโดย        &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;คุณกรกฎ ผดุงจิตต์&lt;br /&gt;กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&lt;br /&gt;ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการตอบโต้การทุ่มตลาดและอุดหนุน กระทรวงพาณิชย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14:30 – 15:15 น.   &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;&lt;strong&gt;“Extended Generalized Purchasing Power Parity and Optimal Currency Area in East Asian Countries” &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;โดย ดร.ภูมิฐาน รังคกูลนุวัฒน์&lt;br /&gt;อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt; วิจารณ์บทความโดย          &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;ดร.ไชยพัฒน์ พูนพัฒน์พิบูล&lt;br /&gt;เศรษฐกรอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;15:15 – 16:30 น.  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt; &lt;strong&gt;“การประเมินต้นทุนสวัสดิการสังคม (Welfare Cost) ของเงินเฟ้อ : กรณีศึกษาของประเทศไทย”&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;โดย รองศาสตราจารย์ ดร.วิมุต วานิชเจริญธรรม&lt;br /&gt;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโก -  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;br /&gt;และผู้อำนวยการหลักสูตร Ph.D.- M.ECON&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;วิจารณ์บทความโดย          &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;ดร.อัศวิน อาฮูยา&lt;br /&gt;เศรษฐกรอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;16:30 น.             &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;ปิดการสัมมนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ 1.รับจำนวนจำกัด&lt;br /&gt;                2.ไม่เสียค่าใช้จ่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่&lt;br /&gt;คณะเศรษฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;Home Page: &lt;/span&gt;&lt;a href="http://econ.utcc.ac.th/"&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;http://econ.utcc.ac.th&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style=";font-family:arial;font-size:100%;"  &gt;โทรศัพท์ 02-697-6302-5  โทรสาร 02-277-4359&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-114777982561762234?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/114777982561762234/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=114777982561762234' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114777982561762234'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114777982561762234'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/05/econ-utcc-symposium-on-may-262006.html' title='ECON UTCC Symposium on May 26,2006'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-114753591950293412</id><published>2006-05-13T21:54:00.000+07:00</published><updated>2006-05-15T00:47:09.406+07:00</updated><title type='text'>สันโดษ...เคล็ดลับของความสุข</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เวลามีตะกอนในใจ  หรือความรู้สึกที่มันเหวี่ยงออกจากทางสายกลางมากๆ ก็ต้องหาทางจัดการกับสภาพจิตใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;วิธีที่ข้าพเจ้าใช้บ่อยๆ คือพยายามระลึกถึงคำสอนทางศาสนา 'ปล่อยวาง'&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;แต่ถ้าอยู่คนเดียวแล้วยังไม่สามารถขจัดความรู้สึกที่แบกอยู่จนเป็นทุกข์สาหัสได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ก็จะไปวัด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ไปนั่งสมาธิ  ฟังเทศน์  สนทนาธรรมกับหลวงพ่อ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;....&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;วันหยุดเนื่องในวันพืชมงคล  วันวิสาขบูชาที่ผ่านมานี้ ข้าพเจ้าตัดสินใจไป &lt;/span&gt;&lt;a style="font-family: courier new;" href="http://www.watpahsunan.org/"&gt;วัดป่าสุนันทวราราม &lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt; จ.กาญจนบุรี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ไปฟังธรรมจาก&lt;/span&gt;&lt;a style="font-family: courier new;" href="http://www.jintanakarn.com/watpah/th/gHistory.html"&gt;หลวงพ่อมิตซูโอะ  คเวสโก&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;หลวงพ่อเป็นชาวญี่ปุี่นที่ออกเดินทางจากประเทศบ้านเกิดตอนอายุ 20 ปี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เพื่อค้นหาความหมายของชีวิตโดยคิดว่าการเิดินทางจะเป็นเครื่องมือในการช่วยค้นหาคำตอบนั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;หลังจากเดินทางท่องเที่ยวและทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการรับจ้างทำงานในประเทศต่างๆ จนถึงประเทศอินเดีย  ท่านจึงเริ่มมีความสนใจในคำสอนของพุทธศาสนา  จากนั้นก็เดินทางมาที่ประเทศไทย  บวชเป็นพระที่วัดเบจมบพิตร ประมาณ 3 เดือน จากนั้นได้เดินทางไปจำพรรษาที่วัดหนองป่าพง  จ.อุบลราชธานี และเป็นลูกศิษย์&lt;/span&gt;&lt;a style="font-family: courier new;" href="http://www.watnongpahpong.org/"&gt;หลวงพ่อชา สุภัทโท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ช่วยบุกเบิก&lt;/span&gt;&lt;a style="font-family: courier new;" href="http://www.watpahnanachat.org/"&gt;วัดป่านานาชาต&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ิ  และปัจจุบันท่านเป็นเจ้าอาวาสของวัดป่าสุนันทวราราม  วัดสาขาที่ 117 ของวัดหนองป่าพง ซึ่งได้รับการบริจาคที่ดินกว่า 1000 ไร่ จากคุณยายสุนัน (ปัจจุบันคุณยายอายุ 85 ปี ถ้าไปวัดช่วงวัดสำคัญทางศาสนาจะได้พบคุณยายทุกครั้ง)    ผู้เลื่อมใสในคำสอนของหลวงพ่อชา  ให้สร้างวัดในพื้นที่นี้และทำเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์  (เนื่องจากพื้นที่วัดครอบคลุมพื้นที่เขา และป่าที่ยังคงอุดมสมบูรณ์  ซึ่งปัจจุบันได้รับการดูแลอย่างดี)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ก่อนเข้าวัดก็ตัดสินใจแวะ&lt;/span&gt;&lt;a style="font-family: courier new;" href="http://www.watmai.net/"&gt;โรงเรียนวัดใหม่ดงสัก  &lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;แวะไปเยี่ยมครูรักษ์ กับครูจุ๋ม  คนที่มีหัวใจเป็นครูอย่างแท้จริง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เดี๋ยวจะเล่าอีกทีเรื่องร.ร.และครูทั้งสองท่านนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เรื่องมันยาววววว (ติดไว้กี่เรื่องแล้วเนี่ย)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;จากเดิมที่ว่าจะเล่ากิจกรรมที่ไปทำที่วัด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ขอเปลี่ยนเป็๋นสิ่งที่ได้จากวัดแทนละกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ไปนั่งสมาธิ  เดินจงกลม เวียนเทียน  ฟังธรรม จากหลวงพ่อ  พระอาจารย์ และพระใหม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;สนุกสนานไม่เบื่อเลย  การเทศน์ของพระที่นี่จะเล่าเนื้อหาธรรมที่ยากๆ ให้เข้าใจง่าย  ยกตัวอย่างเป็นเหตุการณ์ทั่วไปที่เรามักจะเจอในชีวิตประจำวัน  และก็มักจะเป็นเรื่องที่โดนใจโดยบังเอิญทุกทีซิ่น่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ที่นี่จะมีช่วง Q &amp; A ให้เขียนคำถามใส่กระดาษขึ้นมาถาม    (หลวงพ่ออ่านภาษาไทยได้อ่ะ)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ช่วงนี้จะเป็นช่วงแห่งการรอคอยของข้าพเจ้าเลย  เพราะจะเป็นอะไรที่ลุ้นว่าใครจะถามอะไรกันบ้าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;แล้วท่านจะตอบอย่างไร จะเชื่อมโยงกับหลักธรรมข้อไหน  จะเอาทฤษฎีอะไรมาตอบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;แค่ที่ท่านสอนธรรมะด้วยภาษาไทยที่แตกฉาน จนอึ้งกิมกี่ไปแล้ว ท่านยังแตกฉานภาษบาลีด้วย  บางครั้งก็อธิบาย 3 ภาษาเลย  บาลี ไทย อังกฤษ เป็นที่ฮือฮามาก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เพราะบางครั้งท่านพูดภาษาไทยไม่ชัด กลัวว่าพวกเราจะเข้าใจผิดก็จะพูดศัพท์ภาษาอังกฤษด้วยเพื่อยืนยันว่าท่านหมายความอย่างนี้นะ  และมักจะต่อท้ายด้วยเสียงฮาครืนจากพวกเรา  555&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;....&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ื้ท่านบอกให้เชื่อในการทำความดี  ทำดีได้ดีแน่นอน เพียงแต่บางครั้งยังไม่เห็นผล  ต้องเจอวิบากกรรมก่อน  อย่าท้อใจในการทำความดี  เราย่อมรู้ตัวกว่าใครว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นคือความดี  และในเบื้องต้นเราต้องซึ่อสัตย์ต่อการกระทำของตนเองว่าตั้งอยู่บนหลักคุณธรรม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ท่านบอกให้ปล่อยวาง  ให้ละตัวกูของกู  ให้มองความจริง  พิจารณาด้วยใจที่เป็นกลาง  และระลึกรู้เท่าทันความคิด ความรู้สึก ให้มีสติต่อสิ่งที่เกิดขึ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ท่านบอกอีกหลายอย่างในระหว่างการสอนแบบรวมๆ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ช่วงเวลาพัก เราได้เข้าไปกราบนมัสการท่านเป็นการส่วนตัว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ปรึกษาท่านหลายเรื่องทั้งเรื่องพาเด็ก ๆ เป็นหมู่คณะมาปฎิบัติที่นี่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;และเรื่องที่ตัวเองแบกทุกข์อยู่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ท่านบอกให้คิดน้อยๆ  คิดนิดเดียว  อย่าฟุ้งซ่าน  ให้คิด ให้มองเข้ามาในจิตใจตัวเอง  พัฒนาจิตใจตัวเองให้ดีขึ้น  อย่ากังวลกับสิ่งภายนอก  อดีต อนาคต  ให้อยู่กับปัจจุบัน  ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด  แล้วผลลัพธ์ที่ออกมาจะดีเอง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ให้หมั่นนั่งสมาธิทุกวัน วันละ 20 นาทีเป็นอย่างน้อย ถ้าเป็นไปได้ก็ให้นั่งสมาธิให้เป็นเวลา  เวลาเดียวกันทุกๆ วัน  สมาธิจะเกิดง่ายกว่า  ฝึกอานาปานสติ  ระลึกรู้ลมหายใจ ฝึกสมาธิ   ฝึกสติ  แล้วจะดีขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังจำคำตอบได้หรือเปล่าที่เคยถามว่า 'คุณค่าของการมีชีวิตคืออะไร'&lt;br /&gt;ถ้าจำได้แล้วยังสงสัยอะไรอีก  ยังลังเลอะไรอีก  ทำตามนั้นหรือเปล่า  ทำได้หรือเปล่า&lt;br /&gt;ทำเอาเราต้องกลับมานิ่งคิดทบทวนอีกพักใหญ่  ว่าเราได้เพิ่มคุณค่าของการมีชีวิตอยู่หรือยัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ได้มีโอกาสฟังธรรมะมาราธอน ในคืนวันวิสาขบูชา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;หลวงพ่อท่านให้พระบวชใหม่ขึ้นเทศน์ธรรมมาศแรก  ว่ามีความรู้สึกอย่างไรตั้งแต่บวชที่นี่่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ฟังธรรมกันถึงเที่่ยงคืนครึ่ง สนุกมากกก ทั้งๆ ที่เพิ่งเทศน์กันเป็นครั้งแรก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;พระที่นี่การศึกษาค่อนข้างสูง  เป็นข้าราชการระดับสูงที่เออร์ลี่รีไทร์, จบวิศวะ  ธรรมศาสตร์อินเตอร์, จบรัฐศาสตร์  จุฬา, จบปริญญาเอกวิศวะ  พูดจาฉะฉาน  มีการยกตัวอย่างเปรียบเทียบชัดเจน  และค่อนข้างเป็นตัวของตัวเอง     จนน่าเสียดายที่พระบางรูปลางานบวชแค่เพียง 45 วันซึ่งเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่  ถ้าบวชต่ออาจจะเป็นพระนักเทศน์ประจำวัดที่ดังไปเลยก็ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ข้อคิดสำคัญที่ได้จากการฟังธรรมะมาราธอน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&gt; เมื่อเกิตเหตุการณ์ใด ๆ กับเราจงใช '้ความเข้าใจ' ให้มากกว่า ความอดทน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&gt; มนุษย์เราควรที่จะ 'เอาใจใส่' ต่อกันให้มากๆ  เพราะมันหมายถึงการคิดถึงความรู้สึกคนอื่นด้วย ไม่ใช่แค่คิดถึงแต่ตัวเอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&gt; เราควรจะหาจุดสมดุลของการใช้ชีวิตให้กับตัวเอง  ซึ่งจุดสมดุลของแต่ละคนไม่เหมือนกัน  แต่ก็มีความจำเป็นที่จะต้องหาให้เจอ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;จากนั้นก็อ่านหนังสือธรรมะของท่านเรื่อง  &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-weight: bold;font-family:courier new;font-size:130%;"  &gt;'สันโดษ...เคล็ดลับของความสุข'&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เป็นหนังสือธรรมะ ภาพประกอบเป็นการ์ตูนสวยงาม เล่มเล็กๆ   ที่เอาหลักธรรมมาอธิบายด้วยเรื่องเล่า เขียนภาพประกอบ  และใช้เทคนิคการจัดฟอนท์ ให้เป็นกราฟฟิคสวยงามน่าอ่าน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;สันโดษ แปลว่า ยินดี พอใจ อิ่มใจ สุขใจ กับของของตน  กล่าวโดยย่อคือ ให้รู้จักพอ ให้รู้จักประมาณตน  คือยินดีตามมี ยินดีตามได้ ยินดีตามควร(ควรแก่ฐานะ ควรแก่ความสามารถ  ควรแก่ศีึลธรรม) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ในพุทธศาสนา ให้ใช้หลักอิทธิบาท 4 คู่กับสันโดษ เพื่อความสุขในชีวิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ิิอิทธิบาท 4 คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ฉันทะ   มีความพอใจในส่ิงที่ทำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;            โดยเราควรตั้งเป้าหมายไว้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;            ตามความเหมาะสมกับฐานะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;            และกำลังความสามารถของเรา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;วิริยะ    ความเพียรพยายามและตั้งใจทำสิ่งนั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;จิตตะ   ความเอาใจใส่ จิตใจจดจ่อกับสิ่งที่ทำอยู่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;วิมังสา ปัญญาที่พิจารณาใคร่ครวญหาเหตุผล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;            เพื่อแก้ปัญยาหรือพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-weight: bold;font-family:courier new;font-size:130%;"  &gt;อิทธิบาท 4  เป็นการสร้างเหตุที่ดีของการกระทำเพื่อให้ประสบความสำเร็จ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-weight: bold;font-family:courier new;font-size:130%;"  &gt;สันโดษ         เป็นความยินดี พอใจในผลที่ได้รับ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เมื่อเราตั้งใจทำดีด้วยใจที่สงบ  เราได้ทำเหตุที่ดีแล้ว  ก็ต้องยอมรับผลด้วยใจที่สงบด้วยเหมือนกัน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;สิ่งที่เรามักไม่สันโดษ  มักแสวงหาอย่างไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักประมาณ ได้แก่  อำนาจ ยศ ตำแหน่ง ทรัพย์สมบัติ กามคุณ 5 และอาหาร  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;อ่านแล้วก็นิ่งไปเลย  ทำไมเวลามีปัญหาร้อยแปดพันเก้า ในยุคมิลเลเนียม คิดกลับไปหาสาเหตุแห่งทุกข์และวิธีการดับทุกข์  ก็จะเจอคำสอนของพระพุทธเจ้าที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทุกทีไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;หลักธรรมที่ท่านค้นพบช่างคลาสสิคอะไรเช่นนี้่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ได้ฟังธรรม และอ่านหนังสือธรรมะเล่มบางๆ เล่มนี้ เราก็รู้สึก'คลิก' อะไรบางอย่างขึ้นมา  สบายใจอย่างบอกไม่ถูก  ไอ้ที่แบกไว้เต็มหัว  วางลงไว้ที่วัดหมด &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;จากที่ตั้งใจว่าจะอยู่ถึงวันอาทิตย์  ข้าพเจ้าตัดสินใจขับรถกลับวันเสาร์แทน  จะได้มีเวลาสำหรับตัวเองเพื่อพักผ่อนและเคลียร์งานเพิ่มอีก 1 วัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ว่าแล้วก็ไปกราบลาหลวงพ่อ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ถ้ามีเวลาหนูจะมากราบนมัสการอีกนะคะ  ขอบคุณมากๆ ค่ะ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-114753591950293412?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/114753591950293412/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=114753591950293412' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114753591950293412'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114753591950293412'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/05/blog-post.html' title='สันโดษ...เคล็ดลับของความสุข'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-114621281409501068</id><published>2006-04-28T15:16:00.000+07:00</published><updated>2006-04-28T21:39:14.276+07:00</updated><title type='text'>Macro Model Conference, UTCC on May 4, 2006</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ขอเชิญร่วมงานสัมมนาวิชาการ&lt;br /&gt;เรื่อง &lt;strong&gt;“แบบจำลองเศรษฐกิจมหภาคของไทย: ความท้าทายและการพัฒนา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;โดย ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ&lt;br /&gt;ร่วมกับ&lt;br /&gt;คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤษภาคม 2549 เวลา 9.00 น. – 16.00 น.&lt;br /&gt;ณ ห้องพิมานเมฆ แกรนด์ บอลรูม ชั้น 3 โรงแรม เดอะ แกรนด์ ถ.รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;09.00 – 09.30 น. ลงทะเบียนพร้อมรับเอกสารสัมมนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;09.30 – 09.45 น. กล่าวรายงานการสัมมนา&lt;br /&gt;โดย ผศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์&lt;br /&gt;คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;09.45 – 10.00 น. กล่าวเปิดการสัมมนา&lt;br /&gt;โดย รศ.ดร.จีรเดช อู่สวัสดิ์&lt;br /&gt;อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10.00 – 10.30 น. ปาฐกถาพิเศษ “ประสบการณ์การใช้แบบจำลองเศรษฐกิจมหภาคเพื่อการวางแผนเศรษฐกิจ”&lt;br /&gt;โดย &lt;/span&gt;&lt;a name="OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;รศ.ดร.กิตติ ลิ่มสกุล&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10.30 – 10.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10.45 – 12.00 น. นำเสนอแบบจำลองเศรษฐกิจมหภาค&lt;br /&gt;· “แบบจำลองการค้าระหว่างประเทศรายไตรมาสของไทย&lt;br /&gt;(The Quarterly Trade Econometric Model of Thailand: QTEM)”&lt;br /&gt;โดย ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช&lt;br /&gt;ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;· “แบบจำลองเศรษฐกิจมหภาค”&lt;br /&gt;โดย ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์&lt;br /&gt;สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&lt;br /&gt;· “แบบจำลอง Macro Economic Model – ธนาคารแห่งประเทศไทย”&lt;br /&gt;โดย ดร.อมรา ศรีพยัคฆ์&lt;br /&gt;ธนาคารแห่งประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิพากย์โดย ผู้ร่วมเสนอแบบจำลองทั้ง 3 หน่วยงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13.00 – 14.30 น. นำเสนอแบบจำลองเศรษฐกิจมหภาค&lt;br /&gt;· “แบบจำลองเศรษฐศาสตร์มหภาค (ภาคเกษตร)”&lt;br /&gt;โดย นางสาวสุภาพร บงสุนันท์&lt;br /&gt;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&lt;br /&gt;· “แบบจำลองเศรษฐกิจมหภาค: สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม”&lt;br /&gt;โดย ดร.สมชาย หาญหิรัญ&lt;br /&gt;สำนักเศรษฐกิจอุตสาหกรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิพากย์โดย ผู้ร่วมเสนอแบบจำลอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.30 – 14.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.45 – 16.00 น. นำเสนอแบบจำลองเศรษฐกิจมหภาค&lt;br /&gt;· “แบบจำลองเศรษฐกิจมหภาค”&lt;br /&gt;โดย ดร.สมชัย จิตสุชน&lt;br /&gt;สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย&lt;br /&gt;· “แบบจำลอง Current Quarterly Model (CQM)”&lt;br /&gt;โดย น.ส.อานันท์ชนก สกนธวัฒน์&lt;br /&gt;สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิพากย์โดย ผู้ร่วมเสนอแบบจำลอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;16.00 น. พิธีปิดการสัมมนา&lt;br /&gt;โดย ผศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์&lt;br /&gt;คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;br /&gt;***************************************************************************&lt;br /&gt;สำรองที่นั่งได้ที่ ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ โทรศัพท์ 02-697-6348 และ 02-697-6353 โทรสาร 02-697-6347&lt;br /&gt;หมายเหตุ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-114621281409501068?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/114621281409501068/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=114621281409501068' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114621281409501068'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114621281409501068'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/04/macro-model-conference-utcc-on-may-4.html' title='Macro Model Conference, UTCC on May 4, 2006'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-114581249540525123</id><published>2006-04-23T23:49:00.000+07:00</published><updated>2006-04-28T21:27:07.956+07:00</updated><title type='text'>On Vacation ตอนที่ 1</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;"&gt;เพิ่งกลับมาจากพักร้อนที่เกาะกูดค่ะ เริ่มต้นที่นี่เลย เมล์ที่เสี่ยส่งข้อมูลมา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;Subj: ข้อมูลไปเที่ยวครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;a href="http://www.kohkood.com/home.html"&gt;ใบกูด แชมเบล่า รีสอร์ท&lt;br /&gt;&lt;/a&gt;Address : 43/8 Moo 2, Baan Klong Chao, Koh Kood, Trat, Thailand &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;เกาะกูด,เกาะที่อยู่ไกลที่สุดในท้องทะเลตราด มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของไทย และใหญ่เป็นอันดับ 2 ในตราดรองจากเกาะช้าง ครอบคลุมพื้นที่ 105 ตารางกิโลเมตร หรือ 65,625 ไร่&lt;br /&gt;ใบกูด แชมเบล่า ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของเกาะกูด หาดคลองเจ้า ทอดยาวตามชายหาดตลอด 82 กิโลเมตรบนชายฝั่งเกาะกูด ท้องทะเลแห่งภาคตะวันออก&lt;br /&gt;ใบกูด แชมเบล่า รีสอร์ท เป็นรีสอร์ทหรู สไตล์บูติค ด้านหน้ารีสอร์ทท่านจะได้พบกับน้ำทะเลใสสะอาด ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนเมืองร้อน และแวดล้อมด้วยธรรมชาติ ที่นี่คุณจะสามารถมีโอกาสหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมืองมาหาความสงบส่วนตัว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;br /&gt;สถานะการดำเนินการ (กำหนดการเหมือนเดิมคือ 20-22 เมษายน 2549)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ขณะนี้ได้ทำการจองห้องพักแล้ว ชื่อปีกทราย 1 หลัง นอนได้ 4 คน เพิ่มเติมคนละ 600 บาท ซึ่งเป็นห้องที่ติดทะเลที่สุด (อ้างจากเจ้าหน้าที่รีสอร์ท) ในบรรดาห้องพักทั้งหมด เหตุที่เลือกที่นี่เพราะว่า เป็นที่ที่ค่อนข้างดีทัศนียภาพดี ไม่เถื่อนจนเกินไป ราคาสมเหตุสมผล (เมื่อเปรียเทียบกับรีสอร์ทในระดับเดียวกันในเกาะ) แต่มีจุดด้อยบ้างคือ ถึงแม้ว่ารีสอร์ทติดทะเล แต่เป็นทะเลหิน หาดทรายมีให้เล่นแต่ต้องเดินเท้าไปในกรณีน้ำลงหรือพายเรือไปในกรณีน้ำขึ้น (ดูรูปเอาเอง ผมก็งง???)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ตอนนี้จองไว้แล้วแต่ยังไม่แจ้งว่าจะไปแบบไปเองหรือซื้อแพคเกจ จึงได้ทำการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อให้ทุกท่านพิจารณาดังตารางด้านล่าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;(อัพตารางไม่เป็น ติดไว้ก่อนละกัน)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Remarks:&lt;br /&gt;ไฟฟ้า : บริการ 24 ชั่วโมง และน้ำจืดตลอดวัน&lt;br /&gt;เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำน้ำอุ่นให้บริการ 5.00 pm. - 8.00 am.&lt;br /&gt;สิ่งที่รวมในแพ็กเกจ&lt;br /&gt;ค่าเรือไปกลับระหว่างตราดและเกาะกูด&lt;br /&gt;สิ่งอำนวยความสะดวก&lt;br /&gt;อาหาร 8 มื้อ., ฟรี เครื่องดื่ม, กาแฟ, โอวัลติน และชา&lt;br /&gt;น้ำตก&lt;br /&gt;ดำน้ำตื้นดูปะการัง&lt;br /&gt;คายัค&lt;br /&gt;ประกัน&lt;br /&gt;ไม่อนุญาตให้นำอาหารสดและปรุงอาหารในรีสอร์ท&lt;br /&gt;100 bath per pack of any self-carrying of drink requirement into the resort.&lt;br /&gt;Peeksai House (บ้านที่จองไว้)&lt;br /&gt;- บีชฟร้อน, เครื่องปรับอากาศ, ทีวีและระเบียงส่วนตัว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;รายละเอียดเพิ่มเติมที่ &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.kohkood.com/kohkood_island.html"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;http://www.kohkood.com/kohkood_island.html&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;สิ่งที่ต้องการคือ&lt;br /&gt;1. เห็นด้วยหรือไม่กับ resort ที่เสนอมา&lt;br /&gt;2. ถ้าเห็นด้วย ควรเป็นแพคเกจหรือไม่&lt;br /&gt;3. ถ้าไม่เห็นด้วย มีที่ไหนแนะนำบ้าง จะหาข้อมูลเพิ่มเติมให้&lt;br /&gt;ช่วยแจ้งกลับด้วยทาง mail หรือโทรศัพท์ก็ได้ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ห้ามอ้างอิงไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;.....&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;เมื่อทุกๆ คนในทริปโอเค (เนื่องจากเห็นข้อมูลและความอุตสาหะของคนจัดทริปแล้ว)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ก็จัดการเคลียร์งาน ลางาน และรอให้ถึงวันนัดหมาย ก่อนวันเดินทาง 3 วัน ก็มีจดหมายจากเสี่ยผู้ดำเนินการจัดทริปเมล์มา และ ถูก reply mail กลับด้วยข้าพเจ้าเอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;RE: เตรียมตัวกันได้แล้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;-ใกล้วันเข้ามาทุกทีแล้ว ใครยังไม่ซักผ้าตัวโปรด ให้รีบซัก ใครยังไม่ซื้อครีม ให้รีบไปซื้อ (ขอใช้ด้วย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;ขอใส่เสื้อตัวใหม่ที่พี่ Awawaซื้อมาฝาก และขอความกรุณาทุกท่านพกไปด้วย ไว้ไปใส่พร้อมๆ กันวันที่อยู่ที่เกาะ โย่ !&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;วันนี้ลืมซื้อครีมหลอดใหม่ ใช้ที่มีอยู่ได้ป่ะ SPF 50 น่าจะโอ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;-อยากให้ทุกคนเจอกันที่บ้านพี่Wiliam 30 ออก ตี5 ถึงโน่นเที่ยง (อย่าแปลกใจว่าทำไมโคตรนาน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;กะลังคิดอยู่ว่าจะไปนอนที่บ้านพี่Williamดีป่าว เพราะกลัวไม่ตื่น เดี๋ยวบอกอีกทีอ่ะ ถ่าไปขอดูหนังรอบดึกซักเรื่องได้มะ ไม่ได้ดูหนังนานแล้ว เรื่องล่าสุดจำไม่ได้อ่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;-เสื้อผ้าขอให้สีฉุดฉาดหน่อย เพราะตกลงกับEpsieว่าจะถ่ายรูปกันเยอะ อุตสาห์ไปทะเลทั้งที อย่าให้รูปออกมาจืด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;เดี๋ยวเอาไปหลายๆ สีเผื่อสีซ้ำกะใครจะได้เปลี่ยน 555&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;-ผมเอาไพ่ไปด้วยตามคำเรียกร้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;เล่นไม่เป็นง่ะ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;-เบียร์พกไปจากบ้าน (เพราะเหลืออยู่เยอะ) ประมาณ 5 ขวด ถ้าท่านใดต้องการให้เพิ่มเติม โทรแจ้งด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;อยากกินสไปรท์ บ้านพี่มีป่าว พกไปเผื่อหน่อยจิ่ :)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;-มีกล้องดิจิตอน กล้องฟิมล์ กล้องวีดีโอ ขาตั้งกล้อง (Epsieมึงหิ้วด้วยนะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;บอกว่ากล้องฟิล์มไม่ต้องก็ได้ F80 นี่มันหนักกว่า EOS เยอะนะพี่ สงสารน้องมั่งดิ่ แค่ขาตั้งกล้องกะวีดีโอก็จะแย่แล้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;-จำนวนเงินที่ต้องใช้คือ 5650 สำหรับแพคเกจ 1500 ค่าน้ำมัน (คำนวณที่ลิตรละไม่เกิน 27 บาท)และอื่นๆ (อาหารทะเลที่ระยองขากลับ)กาแฟ ใครใคร่เตะจุ้ยกิน ออกเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;ตกลงเป็น 5650+1500 = 7150 ใช่ป่าว รูดบัตรเครดิตชาร์ตป่าวเพ่&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;-ขากลับจะแวะที่ระยองกินอาหารทะเลกัน แวะซื้อกุ้งแห้ง ปลาเค็ม กะปิ และอื่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;กิน ๆ อยากกินปูง่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;-ถึงบ้านประมาณ 3-4 ทุ่ม (เอาแน่เอานอนไม่ได้นะครับ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;โอเช&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;****มีกำหนดการแนบมาให้ดูด้วย เมื่อดูแล้วจะปรึกษากันต่อว่า จะต่อรองเพื่อไม่เอาโปรแกรมใดๆ หรือไม่เพื่อลดค่าใช้จ่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;อยากกินปูง่ะ &lt;a href="http://www.s-beach.net"&gt;S-Beach &lt;/a&gt;อยู่ไกลมะ น้องข้าพเจ้ามันบอกว่าปูที่นั่นตัวโต๊โต น้ำจิ้มเด็ด อยากไปชิม (แหะ ๆ จะโดนตีนไม๊เนี่ย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;****Epsie พี่ดูที่ S-Beach แล้ว บ้านดูไม่ค่อยดี เลยตัดสินใจที่เดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;ก็กะอยู่แล้ว เอาไงเอากันอ่ะพี่&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;****Honey อย่าเพิ่งเสียใจนะ เดี๋ยวกลับมา จะพาไปเที่ยว ดูโปรแกรมไปพลางๆ ก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;เอ่อ ทริปที่จะพาHoneyไปเนี่ย พวกเราที่ไปทริปนี้เกี่ยวป่าว หรือว่าไปกันสองต่อสอง วี๊วววว (^.^)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;....&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;อันนี้มันเป็นเหตุการณ์ตอนเตรียมตัว ส่วนไปแล้วเป็นยังไง เดี๋ยวกลับมาอัพต่อ เริ่มง่วงอ่ะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-114581249540525123?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/114581249540525123/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=114581249540525123' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114581249540525123'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114581249540525123'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/04/on-vacation-1.html' title='On Vacation ตอนที่ 1'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-114512156829586965</id><published>2006-04-15T23:30:00.000+07:00</published><updated>2006-04-16T00:26:00.063+07:00</updated><title type='text'>สุขสันต์วันสงกรานต์ทั่วแคว้นแดนสยาม</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;สงกรานต์... ช่วงวันหยุดที่ข้าพเจ้ากลับมานอนแอ้งแม้งที่บ้าน อ่านหนังสือที่ซื้อมาจากงานสัปดาห์หนังสือ อยู่กับที่บ้านให้คุณนายแม่ทำกับข้าวให้กิน (แหะๆ ก็ทำเองไม่อร่อยเหมือนแม่อ่ะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สงกรานต์... เห็นเด็กๆ เค้าเล่นน้ำแล้วน่าสนุก แต่ป้าแก่ๆ อย่างเรา ไปตากแดดแรง ๆ เล่นน้ำคงไม่ไหว เห็นรถปิคอัพบรรทุกถังน้ำบ้าง โอ่งมังกรบ้าง ใส่น้ำพร้อมน้ำแข็ง และแก๊งค์เด็กวัยรุ่นไปจนถึงคนแก่หัวใจวัยซ่าขับรถเล่นสาดน้ำกันตลอดทางแล้วก็หวาดเสียวแทน ส่วนใหญ่แถวบ้านนอกที่เราอยู่เค้าก็จะขับรถไปเล่นที่วัด (น้ำฟรี บริการไม่อั้น) เฉพาะถนนเส้นนี้วัดก็น่าจะเกิน 10 วัด แต่ละวัดก็จัดงานไม่ตรงกันวันที่ 13 /14 /15 บ้าง บางส่วนก็ขับเลยออกไปเล่นน้ำที่ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา (แปดริ้ว) หรือไม่ก็ไปกันถึงบางแสน พาเด็กๆ ไปเล่นน้ำทะเลด้วยเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากจะมีเหล่าบรรดารถปิคอัพบรรทุกคนไปเล่นน้ำแล้ว แก๊งค์มอเตอร์ไซค์ซิ่งก็ใช่หยอกขี่รถไปเล่นน้ำไป อันตรายพอๆ กัน แถมยังมีกลุ่มเด็ก ๆแต่ละบ้านที่ออกมาตั้งถังน้ำ กันหน้าบ้าน จับกลุ่มกันตลอดแนวถนน สาดน้ำรถที่วิ่งผ่านกันเป็นที่สนุกสนานตลอดสี่วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีเล่นน้ำตามประสาเด็กแล้ว ที่วัดก็ยังมีจัดทำบุญช่วงเช้าและสรงน้ำพระเป็นประจำ แถมปีนี้วัดใกล้บ้านยังไปเชิญชวนคนเฒ่าคนแก่ให้ไปนั่งให้ลูกหลานรดน้ำดำหัวกันเป็นที่ชื่นใจ เด็กที่บ้านก็ได้แต่แซวป๊าว่า "เฮีย ที่วัดเค้าจัดงานให้ผู้สูงอายุน่ะ ไม่ไปเหรอ" ว่าแล้วคนถูกแซวก็รีบปฎิเสธว่าอายุยังไม่สูงมากนัก ถ้าขาดคนเดี๋ยวจะส่งอากงไปแทน 555&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-114512156829586965?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/114512156829586965/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=114512156829586965' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114512156829586965'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114512156829586965'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/04/blog-post_15.html' title='สุขสันต์วันสงกรานต์ทั่วแคว้นแดนสยาม'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-114460469174408077</id><published>2006-04-10T00:43:00.000+07:00</published><updated>2006-04-25T16:32:57.810+07:00</updated><title type='text'>สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นด้วยตา</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักเราจัดงาน &lt;/span&gt;&lt;a href="http://pg.photos.yahoo.com/ph/phdmecon/album?.dir=cf35&amp;.src=ph&amp;amp;store=&amp;prodid=&amp;amp;.done=http%3a//photos.yahoo.com/ph//my_photos"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;The 1st UTCC Annual International Conference on “Frontier Research in Economics"&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครที่พลาดงานวันนนั้น สามารถดาวน์โหลดเปเปอร์ไปอ่านได้จาก&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.uc-utcc.org/conference/"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;http://www.uc-utcc.org/conference/&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกเราก็เลยมีโอกาสได้พา ว่าที่ดร.เศรษฐศาตร์ จากสำนักชิคาโก &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;ไปทัวร์ตลาดน้ำดำเนินสะดวก อุทยานร.2 และปิดทริปด้วยการ ฝึกจับหอยหลอด เป็นที่สนุกสนาน&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ออกเดินทางจากกทม. หกโมงเช้า ถึง ตลาดน้ำ แปดโมงกว่า ๆ ลงเรือพายลำละ 7 คน ล่องไปตามคลองของตลาดน้ำดำเนินสะดวก ครั้งแรก ค่ะครั้งแรก ข้าพเจ้าและสมาชิกในทริปไปที่นี่เป็นครั้งแรก ตื่นตาตื่นใจ มีผลไม้ ของกินที่ทำกันสดๆ บนเรือ ทั้งก๋วยเตี๋ยวและขนมไทย ผลไม้เยอะมาก ชมพู่ ส้มโอ ลิ้นจี่ มะพร้าว มะม่วง ซื้อมะม่วงกวนของโปรดมาด้วย อร่อยมาก ๆ ของที่ระลึก มีขายทั้งในเรือและร้านสองข้างทางตลอดแนวคลอง บางร้านก็คือเอาของมานั่งขายหน้าบ้านตรงท่าน้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราได้แวะซื้อก๋วยเตี๋ยวมาหม่ำบนเรือ ตามด้วยน้ำมะพร้าวสด ๆ ทานไปชมสองข้างทางไป ช่างมีความสุขซะนี่กระไร ทานเสร็จก็เอาชามกับช้อนไว้ในเรือได้เลย เสร็จแล้ว เรือกับคนขายเค้าจะจัดการไปคืนกันเอง เพราะเค้ารู้จักกันหมด พ่อค้าแม่ค้าที่นี่เป็นชาวบ้านแถวนั้นจริงๆ ที่เก็บของจากสวน หรือทำของกินมาขาย ไม่ใช่คนต่างถิ่นที่ซื้อของมาขาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พายเรือไปถึงที่ดูการสาธิตการทำน้ำตาลสด น้ำตาลปึก ไปดูต้นตาลของจริงว่าเป็นยังไง ของที่ระลึกประเภทที่ทจากไม้เยอะแยะไปหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ของบางอย่างที่ขายเป็นของที่ระลึกให้ชาวต่างชาติ ดูๆ ไปก็รู้สึกว่ามันคล้ายๆ กันไปหมดทุกที่ ตอนค่ำ พาแก๊งค์นี้ไปทานอาหาร นวดน้ำมัน และเดินช๊อป ที่ถนนข้าวสาร เรารู้สึกว่าของที่ขายอยู่ ประเภทไม้ แกะสลัก เครื่องเงิน ผ้าไทยต่างๆ มันเหมือนกับเราสามารถซื้อที่ไหนก็ได้ ซื้อที่ตลาดน้ำ ถ.ข้าวสาร ถ.สีลม สวนลุมไนท์บาร์ซ่า สวนจตุจักร เชียงใหม่ไนท์บาร์ซ่า จน เหมือนกับมันไม่เหลือเสน่ห์ของความเป็น สินค้าที่จะสามารถซื้อได้เฉพาะที่เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราเคยฉุกคิดเรื่องนี้มาหลายครั้ง แล้วมันก็หายไป เรื่องของความที่มันมีอะไรๆ เหมือนกันไปหมดทุกที่ ไปทางไหนก็มีเซเว่น มีสตาร์บัค มีแมคโดนัล และตอนนี้ไปทางไหนก็มีของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวขายเหมือนๆ กันหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็คงจะเป็นข้อดีที่เราไม่ต้องไปไกลถึงแหล่งกำเนิดสินค้า สามารถซื้อของที่เราต้องการได้ในทุกๆ ที่ที่ไป แต่มันก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบเวลาที่เข้าไปร้านขายของชำท้องถิ่น กินกาแฟแบบที่ชาวบ้านแถวนั้นเค้ากิน ซื้อของที่ระลึกที่ชาวบ้านที่นั่นทำเอง และไม่มีขายที่อื่น ว่ามะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความน่ารักของว่าที่ดร.เศรษฐศาสตร์ อยู่ที่เค้าตั้งคำถาม และพยายามหาคำตอบกับทุกๆ เรื่องที่เค้าพบเจอ ในงานสัมมนาเค้าถามคำถามกับทุกๆ เปเปอร์ เสร็จงานแล้ว ก็ยังไปยืนเขียนสมการที่กระดานดำ ถกเถียงสิ่งที่เค้าต้องการคำตอบกันอีก ระหว่างพาไปเที่ยวก็ถามคำถามสารพัด ด้วยความสนใจอยากรู้ว่าเมืองไทยเป็นยังไง คนไทยคิดยังไง ทำไมอันนี้เป็นอย่างนั้น ทำไมเรียกอย่างนี้ เวลาคุยกันก็ใช้คำอธิบายทางทฤษฎีศศ. มาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น จนข้าพเจ้านั่งหัวเราะไม่หยุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หวังว่าหลังจากเรียนจบแล้ว แต่ละคนจะยังคง บินกลับมา พรีเซนต์เปเปอร์ หรือมา เลคเชอร์ให้เราได้ทุกๆ ปี แวดวงวิชาการศศ.ไทยจะได้คึกคักขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันเสาร์ไปงานสัปดาห์หนังสือ ไปซื้อหนังสือที่ตั้งใจไว้ และหนังสือที่เจอแล้วก็อดซื้อไม่ได้ หลัง ๆ หนังสือในบ้านเราออกแบบรูปเล่มสวยงาม น่าอ่านขึ้นมาก เทคนิคการทำปกด้วยการยิงสปอร์ต (ทำตัวอักษรหรือภาพให้เป็นตัวนูน) ฮอตฮิตติดลมมาก หันไปทางไหนก็มีแต่ปกที่ทำแบบนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่อึ้งก็คือ เราซื้อหนังสือ '&lt;em&gt;สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นได้ด้วยตา' &lt;/em&gt;หนึ่งในหนังสือชุด '&lt;em&gt;Dhamma talk'&lt;/em&gt; ที่ท่านอ. ว.วชิรเมธี พูดคุยกับคุณโตมร ศุขปรีชา และคุณวุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ นอกจากทำปกแบบสปอร์ต ออกแบบสวย กระดาษน้ำตาล และทำเป็นซีรีส์ คือออกมาพร้อมกัน 3 เล่ม เล่มแรก ทุกข์กระทบ ธรรมกระเทือน พูดคุยกับอ.หมอพรทิพย์ โรจนสุนันท์ เล่มที่ 2 ตื่นรู้อยู่ด้วยรัก พูดคุยกับนางแบบ โอเด็ต และ เข็ม กฤตธีรา เล่ม 3 ก็คือ สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นได้ด้วยตา พูดคุยกับบก.หนังสือ แต่เราเลือกซื้อมาเล่มเดียว (ที่ตัวเองดูจากหัวข้อในสารบัญแล้วสนใจ) จ่ายเงินในราคาลดจากหน้าปก แล้วคนขายก็ถามว่าจะรับ Wrist band สีอะไรครับ มีให้เลือกเป็นสายหนังสีดำ กับสีน้ำตาลเข้ม เราเลือกสีน้ำตาลเข้มมา เป็นสายหนังที่พิมพ์ว่า ทุกข์กระทบ ธรรมกระเทือน ว.วิชรเมธี อืมมมม เท่ไม่เบา ข้าพเจ้าก็เลยใส่ซะเลย 555&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังสือเล่มอื่นๆ เดี๋ยวจะมาอัพเพิ่มแล้วกัน ตอนนี้นั่งเขียนบล็อกอยู่บ้านนอกคอกนา จำชื่อบ่ได้น่ะ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาอัพต่อ...&lt;br /&gt;ซื้อหนังสืออะไรมามั่งหว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;em&gt;'จินตนาการสำคัญกว่าวความรู้ Imagination is more important than knowledge'&lt;/em&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;หนังสือรวบรวมวาทะไอน์สไตน์ และเป็นสมุดโน๊ตในเล่ม เล้งมานานละ ได้ฤกษ์ซะที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;em&gt;'เด็กกำพร้าแห่งสรวงสวรรค์' &lt;/em&gt;&lt;/strong&gt;โดย ภาณุ ตรัยเวช&lt;br /&gt;หนังสือที่ตั้งใจว่าต้องซื้อมาอ่านให้ได้จากงานนี้ เดินตรงดิ่งไปที่บูทนานมี&lt;br /&gt;พอถามถึงหนังสือเล่มล่าสุดของคุณภาณุ&lt;br /&gt;คนขายรีบบอก เล่มนี้เข้ารอบหนังสือซีไรท์ด้วยนะคะ มีลุ้นค่ะ&lt;br /&gt;ว้าววววว ไม่ธรรมดานะเนี่ย&lt;br /&gt;รีบอ่านด่วน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;em&gt;'Word'&lt;/em&gt; &lt;/strong&gt;โดย อ.วรากรณ์ สามโกเศศ&lt;br /&gt;รวมรวมน้ำจิ้มอาหารสมอง ที่อ.เขียนประกอบคอลัมน์อาหารสมอง ในมติชนสุดสัปดาห์&lt;br /&gt;มาเป็นแพ็คคู่กับสมุดโน๊ตเล่มเล็กน่าใช้ (จนไม่กล้าใช้)&lt;br /&gt;ใส่กล่องอย่างดี เหมาะเป็นของขวัญของฝาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;&lt;strong&gt;'จาก Thaksinomics สู่ทักษิณาธิปไตย'&lt;/strong&gt;&lt;/em&gt;โดย อ.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์&lt;br /&gt;ภาค 1 การเมืองระบอบทักษิณ&lt;br /&gt;ภาค 2 การบริหารราชการแผ่นดิน&lt;br /&gt;ภาค 3 เศรษฐกิจระบอบทักษิณ&lt;br /&gt;ไม่ซื้อไม่ได้ ทำไมเพิ่งเห็นหนังสือชุดนี้ไม่รู้ ตกยุคไปเกือบปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;&lt;strong&gt;'30 วัน เล่ม 2'&lt;/strong&gt;&lt;/em&gt; โดยพี่ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา&lt;br /&gt;ยังไงก็ต้องซื้อ อ่านเล่ม 1 จนติดหนึบมาแล้ว เล่ม 2 คงสนุกแถมได้สาระไม่แพ้เล่มแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;em&gt;'เซนอย่างมูซาชิ บทรักของนักกลยุทธ์ '&lt;/em&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;และ '&lt;strong&gt;&lt;em&gt;36 เพลงดาบสยบมาร จิตสำนึกแห่งทางเลือกในยุคทักษิณครองเมือง'&lt;/em&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;โดยอ.สุวินัย ภรณวิลัย&lt;br /&gt;ตามอ่านมูซาชิมาสองเล่ม มีภาคต่อมาแล้วจะไม่ให้อ่านยังไงไหว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;&lt;strong&gt;'To think well is good to think right is better'&lt;/strong&gt;&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;คุณสฤณี อาชวานันทกุล เจ้าของบล็อก&lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.fringer.org"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;คนชายขอบ&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;พลังเหลือ ที่บอกเล่าเรื่องราวดีๆ และความรู้หลากหลายจนเป็นบล็อกท็อปฮิตที่ข้าพเจ้าปลีกตัวเข้าไปอ่านบ่อย ๆ มาพักหลังที่อุณหภูมิการเมืองคุกรุ่น บล็อกนี้เป็นบล็อกที่บอกเล่าเรื่องราวบรรยากาศการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรได้อย่างมีชีวิตชีวาที่สุดบล็อกหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะอ่านหมดเมื่อไหร่เนี่ย epsie&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-114460469174408077?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/114460469174408077/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=114460469174408077' title='7 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114460469174408077'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114460469174408077'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/04/blog-post_10.html' title='สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นด้วยตา'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>7</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-114441491721245666</id><published>2006-04-07T19:54:00.000+07:00</published><updated>2006-04-07T20:01:58.150+07:00</updated><title type='text'>ระวังโดนมันต้มกันทั้งประเทศ!!!!</title><content type='html'>..........โปรดอ่าน ผมเขียนเอง...........555555&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ---------This is the World.---------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมล์จากเฮีย  เจ้าเก่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหลี่ยมประกาศจะ ***"ไม่รับตำแหน่ง"*** หลังจากคราวนี้เปิดสภาได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แทนที่ เหลี่ยม จะ ประกาศ ***"ลาออก"*** ณ ตอนนี้ เพื่อเปิดทางให้การเมืองเป็น &lt;br /&gt;***ศูนย์อากาศ*** เพราะรัฐมนตรีทั้งคณะจะต้อง ***ไปพร้อมกัน*** &lt;br /&gt; เพื่อจะได้ใช้มาตรา 7 แห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อขอนายกพระราชทาน มาทำการ &lt;br /&gt; ***ล้างบ้าน*** ให้สะอาด แต่หากใครได้ฟังเมื่อวานที่มันแถลงข่าว &lt;br /&gt; ไอเหลี่ยมมันบอกว่า การใช้มาตรา 7 นั้น ***ไม่ใช่หนทางของประชาธิปไตย*** &lt;br /&gt; ก็ลองคิดกันเอาเองว่ามันเป็นเพียง ***ข้ออ้าง*** ที่จะไม่เอา &lt;br /&gt; ***นายกพระราชทาน*** เนื่องจาก&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; ประการที่ 1 บทบัญญัตินี้อยู่ในรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt; ประการที่ 2 เคยมีการใช้นายกพระราชทานมาแล้ว เช่นนายกอานันท์&lt;br /&gt; ประการที่ 3 เหลี่ยมมันกลัวคนกลางมา ***ตรวจสอบ*** ความเลวของมัน&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; การที่เหลี่ยมประกาศ ***"ไม่รับตำแหน่ง"*** &lt;br /&gt; จ้อทางหน้าจอทีวีเมื่อวานนี้หลังจากไป ***เข้าเฝ้าฯ*** เพราะมีเหตุผลทาง &lt;br /&gt; ***การเมือง*** แฝงอยู่ เนื่องจากไม่มีเหตุผลจำเป็นอะไรที่จะต้องไป &lt;br /&gt; ***เข้าเฝ้าฯ*** หลังจากเลือกตั้งเสร็จแล้วเพียง ***1 วัน*** แถมยัง &lt;br /&gt; ***ไม่ให้*** ผู้สื่อข่าว ถามคำถามหลังจากแถลงข่าว &lt;br /&gt; ตกลงไม่รู้ว่ามันไปเข้าเฝ้าฯด้วยเรื่องอะไร ใช่เรื่องนี้หรือไม่??? &lt;br /&gt; เพราะไอหมอมิ้งเมื่อวาน มันยังมาบอกว่าเป็นการเข้าเฝ้าฯถวายรายงาน &lt;br /&gt; ***ตามปกติ*** แต่กลับมาแถลงข่าวใหญ่ และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไป &lt;br /&gt; ***กราบทูล*** เรื่องที่ตัวเองจะไม่รับตำแหน่งในครั้งต่อไป&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; มาดูเหตุผลเบื้องหลังจากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ว่ามีเหตุผลอะไรบ้าง&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; ประการที่ 1 ***สร้างภาพ*** ให้ผู้คนเข้าใจว่า การไป ***เข้าเฝ้าฯ*** ครั้งนี้ &lt;br /&gt; เกี่ยงข้องกับการแถลงข่าวไม่รับตำแหน่ง&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; ประการที่ 2 ลดความร้อนแรง ของฝ่ายต่อต้าน บอกว่า ***กรูถอยแล้วนะมรึง*** &lt;br /&gt; ให้ฝ่ายต่อต้าน ***ขัดแย้งกันเอง*** เพราะจะต้องมีคนบอกว่า ก็เหลี่ยมมันถอยแล้ว &lt;br /&gt; จะไปเอาอะไรกับมันอีก ลองสังเกตให้ดีว่า ***หลังแถลงข่าว*** &lt;br /&gt; มีอะไรเกิดขึ้น........... ***ยี้ห้อย*** เข้าไปกอดเหลี่ยม แล้ว ***ร้องไห้*** &lt;br /&gt; หลังจากนั้น ***น้ำตาท่วมจอทีวี*** ไปกอดอ้อ กอดลูก 3 คน.......... แล้วอ้อ กับ &lt;br /&gt; ลูก 3 คน เป็นอะไร ทำไม ***ต้องไปทำเนียบฯ*** ไปแถลงข่าวด้วยกัน????? &lt;br /&gt; มันไม่ใช่หน้าที่อะไรที่เกี่ยวกับ ***บ้านเมือง*** แต่พวกนั้นมีหน้าที่ &lt;br /&gt; ***Build อารมณ์*** คนดูทีวี ว่าเหตุการณ์นี้มันช่าง ***เศร้า*** &lt;br /&gt; เสียนี่กระไร...... บอกให้ว่า ผมดูแล้ว ***ขำโครต*** 55555&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; ประการที่ 3 แทนที่จะลาออกเพื่อเปิดทางให้มีนายกพระราชทาน กลับมา &lt;br /&gt; ไม่รับตำแหน่งทางการเมือง โดยจะวาง ***ทายาทอสูร*** ทางการเมือง มาเพื่อเป็น &lt;br /&gt; ***ร่างทรง*** ให้เหลี่ยม ซึ่งรายชื่อทั้งหมดมี 4 &lt;br /&gt; รายชื่อจากรายการกรองสถาณการณ์เมื่อวันจันทร์ คือ 1.นายโภคิน พลกุล, 2.นายสมคิด &lt;br /&gt; จาตุศรีพิทักษ์, 3.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หรือ 4.พล.ต.อ.ชิดชัย &lt;br /&gt; วรรณสถิตย์ แต่คงยังไม่เลือกตอนนี้ ..... เพราะคงต้องดูสถาณการณ์ต่อไป&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; แล้วสถาณการณ์แบบไหน ถึงจะเลือกคนไหน???&lt;br /&gt; 1. หากคนรู้ทัน ไม่เอานายก ***norminee*** แล้วยังมีการชุมนุมใหญ่ต่อเนื่อง &lt;br /&gt; มันจะเลือก ชิดชัย มาปราบผู้ชุมนุม&lt;br /&gt; 2. หากผู้ชุมนุมยังรอดู สภาเปิดได้เร็ว &lt;br /&gt; แล้วก็มีการต่อต้านในเรื่องราวบ้างเป็นระยะ มันจะเลือก โภคิน&lt;br /&gt; 3. หากโดนมันหลอกทั้งประเทศ ยอมมันทุกอย่าง มันจะเลือก สมคิด&lt;br /&gt; 4. ส่วนเจ๊หน่อย คงไม่ได้โดนเลือกหรอก 5555555&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; ประการที่ 4 ต้องการให้คนไทยทั้งประเทศยอมรับให้มีการเปิดสภาผู้แทนราษฎรได้ &lt;br /&gt; และเป็นสภาผู้แทนราษฎรที่มี ส.ส. พรรคไทยรักไทยเกือบ 500 คน &lt;br /&gt; และแม้ว่าจะไม่ครบจำนวนที่รัฐธรรมนูญกำหนดก็ต้องการให้มีการยอมรับให้มีการเปิดสภาได้ &lt;br /&gt; นั่นคือคนไทยจะต้องยอมรับความวิปริต วิปลาส พิกลพิการ และเป็น &lt;br /&gt; ***เผด็จการหุ่นเชิด*** ของสภาชุดนี้ เพื่อ ***ตัวเอง*** จะได้ไป &lt;br /&gt; ***ปู้ยี่ปู้ยำ*** รัฐธรรมนูญ ที่จะแก้ไขใหม่&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; ประการที่ 5 หากได้ฟังที่มันแถลงข่าว สรุปได้ว่ามันยังคง ***นโยบายประชานิยม*** &lt;br /&gt; อยู่ต่อไป ไม่ว่าจะเป็น FTA ขายหุ้น กฟผ. หรือ อื่นๆ และมันยังคงเป็น &lt;br /&gt; ***หัวหน้าพรรค*** ที่เป็น ***เผด็จการ*** คิดนโยบายต่างๆแทน ***นายก คนใหม่*** &lt;br /&gt; ซึ่งจะเห็นได้ว่า มีเค้าลางของ นายก norminee ในอนาคต จริงๆ เพราะ &lt;br /&gt; ***หัวหน้าพรรค*** ย่อมมีอำนาจ ***เบ็ดเสร็จ*** ในการให้ &lt;br /&gt; นายกคนใหม่ในพรรคตัวเองที่ยังอยู่ ***ใต้อำนาจ*** ของเหลี่ยม เหมือน บริษัท &lt;br /&gt; เมื่อก่อน เหลี่ยมเป็นกิจการเล็กๆ เจ้าของกิจการจะบริหารงานเอง &lt;br /&gt; ทำทุกอย่างเบ็ดเสร็จอยู่ในตัว แต่ตอนนี้จะเปลี่ยนสถานะ เป็นบริษัทใหญ่ขึ้น &lt;br /&gt; เหลี่ยมมันก็ ***ขึ้นหิ้ง*** เป็น ***Chairman*** เหมือน ***โรมัน &lt;br /&gt; เจ้าของทุนทีมฟุตบอลเชลชี*** แต่ต่างกันตรงที่ โรมัน ไม่ได้มา ***ล้วงลูก*** &lt;br /&gt; การบริหารงาน ของ เฮียมูรินโย่.... แต่กับเหลี่ยม รับรองได้ว่า อำนาจ &lt;br /&gt; ***เบ็ดเสร็จ*** ยังอยู่ในมือเหลี่ยม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt; ***************************************************************&lt;br /&gt; ดังนั้น สิ่งที่จะต้อง ***ติดตาม และตรวจสอบ และต่อสู้*** ต่อไปสำหรับเราๆท่านๆ &lt;br /&gt; คือ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; 1.สภาจะต้องเปิดให้เร็ว เพื่อที่เหลี่ยมมันจะไม่รักษาอำนาจนายกไปนานวัน&lt;br /&gt; 2.การเลือก นายก คนใหม่ จะต้องเป็นบุคคลที่เป็นกลาง และยอมรับได้ และไม่เป็น &lt;br /&gt; นายก norminee ของเหลี่ยม&lt;br /&gt; 3.กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่าให้มันหมกเม็ด สิ่งไม่ดี เช่น &lt;br /&gt; แว่วๆว่ามันจะแก้ไขให้ นายก ถือหุ้นได้ อะไรทำนองนี้&lt;br /&gt; 4.จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เร็ว และยุบสภาภายในไม่เกิน 3-6 เดือน &lt;br /&gt; เพื่อเลือกตั้งใหม่ตามรัฐธรรมนูญใหม่ทีจะต้องเป็นอะไรที่ปิดช่องทาง &lt;br /&gt; ***ยึดอำนาจ*** ในองค์กรตรวจสอบต่างๆ&lt;br /&gt; 5.องค์กรอิสระตรวจสอบทางรัฐธรรมนูญ ณ ปัจจุบัน จะต้อง ***ออกไป*** ทั้งหมด &lt;br /&gt; เพื่อสรรหามาใหม่ตามขบวนการที่ ***เป็นธรรม และรับได้*** พวกนี้ต้องไม่ &lt;br /&gt; ***ฝักใฝ่การเมือง***&lt;br /&gt; 6.หาก เหลี่ยม ไม่ได้ถูกตรวจสอบ สอบสวน เรื่องค้างคาใจทั้งหมด มันจะกลับมาเป็น &lt;br /&gt; นายก หลังเลือกตั้งจากรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว ***ไม่ได้***&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; ****************************************************************&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; จบ........&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-114441491721245666?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/114441491721245666/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=114441491721245666' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114441491721245666'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114441491721245666'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/04/blog-post_07.html' title='ระวังโดนมันต้มกันทั้งประเทศ!!!!'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-114417022011213568</id><published>2006-04-04T23:03:00.000+07:00</published><updated>2006-04-05T00:03:51.940+07:00</updated><title type='text'>เย้  (^.^)</title><content type='html'>เคยอ่านอะไรบางอย่าง แล้วยิ้มไปอ่านไปมะ  เรายิ้มตั้งแต่เราคลิกเวบแล้วเราเข้ามาได้ หลังจากที่เพียรเข้าวันละหลายครั้ง ตลอดช่วงสามวันที่ผ่านมา แล้วเข้าไม่ได้ จนต้องเมล์ไปถามไถ่ คนดูแลเวบว่า ถูกปิดไปหรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;Sunday, 2 April 2006 5:35:54 PM&lt;br /&gt;Subj: เข้า onopen ไม่ได้มาสองวันแล้วววว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สวัสดีค่ะทีมงาน โอเพ่น&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;แบบว่าเข้าไปอ่าน www.onopen.com ไม่ได้มาสองวันแล้วอ่ะค่ะ   เพื่อนๆ แซวว่าโดนปิดป่าว  ก็เลยเป็นห่วง  เอ่อ คงไปใช่อย่างนั้นใช่ไหม๊คะ   หรือว่าหนีหายไปอยู่งานสัปดาห์หนังสือกันหมด  อยากอ่านออนไลน์อ่ะ ว่ามีใครเขียนอะไรมาใหม่ๆ ป่าว  &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;รบกวนเช็คด้วยนะคะ อยู่ในอาการ open addicted  อาจขาดใจตายไปก่อนถ้าไม่ได้อ่านโอเพ่น&lt;br /&gt;ขอบคุณค่ะ&lt;br /&gt;Epsilon&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;Re: เข้า onopen ไม่ได้มาสองวันแล้วววว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ย้าย server ครับ พรุ่งนี้น่าจะใช้ได้ครับ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ปกป้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เปิดเข้ามาก็เจอ ข่าวคราวโอเพ่น ที่พี่โญ เขียน เย้  อ่านไปยิ้มไป  ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้ดิ่ รู้สึกมีความสุขมากกกกที่ได้อ่านงานเค้า  นักเขียนในดวงใจ   บรรยายสรรพคุณหนังสือที่สำนักพิมพ์จะนำไปออกบูธที่งานหนังสือแล้วก็รู้สึกว่า เที่ยวนี้ต้องไปให้ได้แล้วหล่ะ  อยากไปจ่ายตังค์ค่าเล่ม โอเพ่น 51 ที่มูลค่าเกินค่าสมาชิกที่เหลืออยู่  ไปซื้อหนังสือ ไปซื้อเสื้อยืด  ไป ไป  ต้องไปให้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;......................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางทีความสุขวันนี้อาจจะเริ่มจากตอนที่ได้รับโทรศัพท์ในร้านทำผมที่ป๊าโทรมาบอกว่า นายกออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ประกาศไม่รับตำแหน่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาเช็คข่าวทางเน็ตว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง  &lt;br /&gt;เปิด โอเพ่น   &lt;br /&gt;ดูรายการคนค้นคน ตอนจินตวีร์   ตำรวจใจบุญ  &lt;br /&gt;นายตำรวจที่สละเวลาส่วนตัว ช่วงเสาร์อาทิตย์ไปช่วยเหลือคนที่เป็นอัมพาตทั่วประเทศ  ไปช่วยทำกายภาพบำบัด และจุนเจือเงินทอง  อย่างน้อยเดือนละ 500-1000 บาท   ด้วยปมในใจที่พ่อตัวเองเป็นอัมพาตอยู่ประมาณ 30 ปีก่อนเสียชีวิต  เห็นข่าวใครเป็นอัมพาตก็จะจดรายละเอียดเก็บไว้  พอเงินเดือนออก มีเงิน ก็จะเดินทางไปเยี่ยม ไปช่วยเหลือ  ทำอย่างนี้มา 9 ปีแล้ว  ดูแล้วก็อึ้ง  โลกนี้มีคนดีๆ ที่ควรได้รับการยกย่องที่เราไม่เคยรู้เลย  ขอบคุณทีมงานรายการคนค้นคน ที่เปิดเผยเรื่องราวดีๆ แบบนี้ให้ได้รู้  และคงต้องขอบคุณเจ้าตัว ตำรวจคนนี้ที่ทำดีเพื่อคนอื่นแบบที่หวังเพียงเห็นคนป่วยได้รับกำลังใจ และหายจากอัมพาต...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-114417022011213568?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/114417022011213568/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=114417022011213568' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114417022011213568'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114417022011213568'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/04/blog-post.html' title='เย้  (^.^)'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-114399994503081906</id><published>2006-04-03T00:33:00.000+07:00</published><updated>2006-04-03T00:47:29.226+07:00</updated><title type='text'>Let me go...</title><content type='html'>ฉันยืนอยู่คนเดียว &lt;br /&gt;ช่างเปล่า ช่างเปลี่ยวหัวใจ&lt;br /&gt;บางครั้งก็เกินจะทนไหว&lt;br /&gt;และฉันคงทนต่อไปอีกไม่ไหว&lt;br /&gt;...ฉันมีเพียงความรัก...เต็มหัวใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางตอนจาก 'เพียงรัก' - Silly Fools&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-114399994503081906?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/114399994503081906/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=114399994503081906' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114399994503081906'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114399994503081906'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/04/let-me-go.html' title='Let me go...'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-114343588015257993</id><published>2006-03-27T10:59:00.000+07:00</published><updated>2006-03-30T11:17:21.920+07:00</updated><title type='text'>แม้วซีนีม่า</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/1600/549000003921816%5B1%5D.0.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/320/549000003921816%5B1%5D.0.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/1600/549000003921814%5B2%5D.1.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/320/549000003921814%5B2%5D.1.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/1600/549000003921813%5B1%5D.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/320/549000003921813%5B1%5D.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/1600/549000003921810%5B3%5D.0.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/320/549000003921810%5B3%5D.0.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/1600/549000003921806%5B1%5D.0.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/320/549000003921806%5B1%5D.0.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/1600/549000003921805%5B1%5D.0.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/320/549000003921805%5B1%5D.0.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/1600/549000003921801%5B2%5D.1.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/320/549000003921801%5B2%5D.1.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ขอขอบคุณ &lt;strong&gt;คุณประสงค์ เลิศรัตนชัย&lt;/strong&gt; ผู้เอื้อเฟื้อภาพทั้งหมด (รวบรวมจาก fw mail) จากงานเสวนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“กระเทาะแก่นการเมืองร้อน ใครจะอยู่หรือไป?” &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย ประสงค์ เลิศรัตน์วิสุทธิ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รองบรรณาธิการอำนวยการหนังสือพิมพ์มติชน เจ้าของผลงาน ‘ทักษิณกับพวก’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2549 บ่าย 2 โมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ร้าน Bookafe&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ติด ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาหมู่บ้านเสนาฯ (ละแวกแยกวังหิน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดี๋ยวว่างแล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังว่าเสวนาว่ายังไงบ้าง  ตอนนี้ขำกันไปก่อนละกัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-114343588015257993?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/114343588015257993/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=114343588015257993' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114343588015257993'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114343588015257993'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/03/blog-post.html' title='แม้วซีนีม่า'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-114328528417298060</id><published>2006-03-25T18:12:00.000+07:00</published><updated>2006-03-25T18:14:49.466+07:00</updated><title type='text'>จดหมายถึง Open # 4 - Open 51</title><content type='html'>สวัสดีค่ะพี่โญ อ.ปกป้อง และทีมงานโอเพ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ไปชะเง้อหาโอเพ่น 51 ที่ร้านหนังสืออยู่หลายสัปดาห์ จากที่ทราบข่าวว่าจะวางแผงเดือนม.ค. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดท้ายก็ได้รับซองกระดาษสีน้ำตาลที่ส่งมาจากสำนักพิมพ์ พอแกะข้างในถึงได้เห็นว่าเป็น โอเพ่น 51 เล่มที่รอคอย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลืมไปแล้วว่าเราติ๊กช่อง ลุ้นระทึก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่คิดว่าสำนักพิมพ์จะใจดีส่งมาให้เพราะราคาหน้าปกก็หลายร้อยอยู่  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค่าสมาชิกที่จ่ายไปก็สำหรับนิตยสารรายเดือนเล่มละ 60  แถมอายุสมาชิกของตัวเองก็สิ้นสุดที่เล่ม 52 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มูลค่าประมาณ 120 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;มูลค่าส่วนเกินของหนังสือสามารถโอนเงินเข้าบัญชีโอเพ่นที่เคยโอนเป็นค่าสมาชิกได้หรือเปล่าคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้สึกเกรงใจสำนักพิมพ์น่ะค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ขอชมคนจัดรูปเล่มนะคะ ว่าทำได้ดีมาก จัดอาร์ตเวิร์คสวยมาก  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชอบตัวอักษรฟอนท์นี้ และกระดาษน้ำตาลแบบนี้แหละค่ะ  อ่านสบายตาดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากให้โอเพ่นทยอยรวบบทความที่ขึ้นเวบ จัดพิมพ์มาเป็นซีรีส์เรื่อย ๆ  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงตัวเองจะอ่านในเวบบ้าง พริ้นท์มาอ่านแล้วบ้าง  แต่ก็อยากเก็บไว้ในรูปเล่มถนัดมือแบบนี้ด้วยน่ะค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พกสะดวก เวลาที่ต้องการอ่านบางบทความซ้ำ และจัดเก็บเข้าตู้หนังสือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝากขอบคุณคนเขียน หนังสือ “25 คำถาม: เบื้องหลังดีลเทกโอเวอร์ ชินคอร์ป” เขียนวิเคราะห์และอนุญาตให้ดาวน์โหลดฟรีๆ ไปอ่านเป็นวิทยาทาน  อ่านแล้วส่งต่อจนพอเป็นรูปเล่มออกมา  มีคนแถวๆ นี้ไปเหมาที่ร้านหนังสือเอาไปแจกคนรู้จัก  ให้อ่านกันถ้วนทั่ว    นัยว่าอยากสนับสนุนคนเขียน กับสำนักพิมพ์  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณที่รวบรวมบทความดีๆ พิมพ์หนังสือดีๆ มาให้อ่านอยู่อย่างสม่ำเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Epsilon&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-114328528417298060?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/114328528417298060/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=114328528417298060' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114328528417298060'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114328528417298060'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/03/open-4-open-51.html' title='จดหมายถึง Open # 4 - Open 51'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-114321397007672757</id><published>2006-03-24T22:23:00.000+07:00</published><updated>2006-03-24T23:09:47.540+07:00</updated><title type='text'>The 1st UTCC International Conference</title><content type='html'>&lt;strong&gt;The 1st UTCC International Conference&lt;br /&gt;on "Frontier Research in Economics"&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Venue: University of the Thai Chamber of Commerce &lt;br /&gt;       (5th Building, Room 5304), Bangkok, Thailand&lt;br /&gt;Date:  Wednesday, 5 April 2006&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Tentative Schedule&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9:00 - 9:20 a.m.      Registration&lt;br /&gt;9:20 - 9:30 a.m.      Welcome Remarks&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9:30 - 10:30 a.m.     &lt;br /&gt;"The Effect of Cognitive and Noncognitive Skills on Labor Outcome and Social Behavior"    &lt;br /&gt;Sergio Urzua (University of Chicago), &lt;br /&gt;with discussion by Dr. Ashvin Ahuja (Bank of Thailand)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10:30 - 10:45 a.m.   Coffee Break&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10:45 - 11:45 a.m.   &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"Habit Formation and the Transmission of Financial Crises" &lt;br /&gt;Prof. Aditya Goenka (University of Essex and NUS), with discussion by T.B.A.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11:45 - 12:00 a.m.    General Discussion&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12:00 - 1:00 p.m.     Lunch&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1:00 - 2:00 p.m.      &lt;br /&gt;"Legal Enforcement, Collateral and Heterogeneity of  Project Financing Contracts" &lt;br /&gt;Gabriel Madeira (University of Chicago)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2:00 - 3:00 p.m.     &lt;br /&gt;"Intermediation and Asset Prices under Limited Commitment" &lt;br /&gt;Weerachart Kilenthong (UTCC and University of Chicago)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3:00 - 3:15 p.m.      Coffee Break&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3:15 - 4:15 p.m.      &lt;br /&gt;"Wage Dynamics and Insurance" &lt;br /&gt;Mario Macis (University of Chicago)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4:15 - 5:15 p.m.    &lt;br /&gt;"Analysis of Optimal Allocation in Medical Care System of Developing Countries:Mutitasking Approach" &lt;br /&gt;Kaipichit Ruengsrichaiya  (UC-UTCC Research Center)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;University of Chicago-UTCC Research Center &lt;br /&gt;Tel.02-697-6332-3  For Reservation&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Note: Free of Charge&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Pictures&lt;br /&gt;Open House Ph.D.-M.ECON Program&lt;br /&gt;on March 23,2006&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://spaces.msn.com/phdmecon/photos/?_c02_owner=1 "&gt;MSN Space&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;or &lt;a href="http://pg.photos.yahoo.com/ph/phdmecon/album?.dir=f91f&amp;.src=ph&amp;store=&amp;prodid=&amp;.done=http://photos.yahoo.com/ph//my_photos"&gt;Yahoo photos&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-114321397007672757?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://econ.utcc.ac.th/phdm/?page=newsevent_detail&amp;id=40&amp;lang=tha' title='The 1st UTCC International Conference'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/114321397007672757/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=114321397007672757' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114321397007672757'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114321397007672757'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/03/1st-utcc-international-conference.html' title='The 1st UTCC International Conference'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-114294050740669128</id><published>2006-03-21T18:17:00.000+07:00</published><updated>2006-03-24T13:14:05.946+07:00</updated><title type='text'>Mob Ranger - รูปฮาๆ จาก FW Mail</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/1600/GetAttachment4.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/320/GetAttachment4.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/1600/GetAttachment3.3.jpg"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/320/GetAttachment3.3.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/1600/GetAttachment3.2.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/1600/GetAttachment3.1.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;Meawster &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;ไม่ยอมออกใช่ไหม๊ ?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;เจอนี่หน่อย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;Mob Ranger !!!&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/1600/GetAttachment3.0.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/1600/GetAttachment.0.jpg"&gt;&lt;img style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 296px; CURSOR: hand; HEIGHT: 277px" height="260" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/320/GetAttachment.0.jpg" width="200" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/1600/GetAttachment2.0.jpg"&gt;&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/320/GetAttachment2.0.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-114294050740669128?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/114294050740669128/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=114294050740669128' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114294050740669128'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114294050740669128'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/03/mob-ranger-fw-mail.html' title='Mob Ranger - รูปฮาๆ จาก FW Mail'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-114270449348828222</id><published>2006-03-19T00:51:00.000+07:00</published><updated>2006-03-19T01:11:50.400+07:00</updated><title type='text'>Work and Travel + เรื่องเรื่อยเปื่อยของ epsie (เลี่ยนแบบคุณนัทสิมา)</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ฮิตกันจริง ๆ ช่วงสองสามปีมานี้ &lt;div&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;Work and Travel&lt;/span&gt; ไปกันจัง &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;น้องสาวสุดแสบของข้าพเจ้าก็ไปกับเค้าด้วยปีนี้ (อ่านวีรเวรหล่อนได้ในติว ติว และติว ภาค 1) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;หล่อนไปกับเพื่อนที่เคยเป็นเมตร่วมห้องตอนไปอยู่หอปีหนึ่ง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;แถมเมตเจ้าหล่อนก็ดันมีฝาแฝดเหมือนกัน แต่เป็นแฝดหญิงกับหญิง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ก็เลยคุยกันสนุกสนาน ตามประสาเด็กแฝด (ที่ไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไหร่)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เมื่อวานหล่อนโทรมาว่าถึงที่พักเรียบร้อยแล้ว อยู่ด้วยกันกับเพื่อนแก๊งค์ที่ไปด้วยกัน 4 คน และใครอีกคนที่ไม่รู้จัก 1 คน เป็น 5 คน นอนห้องนอนเดียวกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ทั้งบ้านอยู่ด้วยกัน 13 คน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ลืมถามว่าห้องนอนใหญ่แค่ไหน บ้านมีกี่ห้อง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;มัวแต่เป็นห่วงเรื่องรหัสบัตรโทรศัพท์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ไม่รู้ว่ามันหายากหรือเด็กพวกนี้ซื้อไม่เป็นก็ไม่รู้ พี่ชายหล่อนที่ไปถึงก่อน (แต่คนละรัฐ) โทรมาบอกว่ายังหาซื้อบัตรโทรศัพท์ไม่ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เดือนร้อนข้าพเจ้าต้องเมล์ไปให้เพื่อนขูดบัตรแล้วส่งเมล์ไปให้อีก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;สาวแสบมีโทรศัพท์บ้านแต่ในแก๊งค์ไม่มีใครเอาโน๊ตบุคไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;น้องชายสุดป่วนเอาโน๊ตบุคไปที่บ้านก็ดันไม่มีโทรศัพท์ สัญญาณไวเลสก็ไม่ถึงห้องตัวเอง ต้องไปใช้ห้องเพื่อนอีก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ก็ยังดีที่เห็นว่าออนเอ็มทุกวัน ได้อุ่นใจว่ายังอยู่ดีมีสุข&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;สองคนอยู่คนละฟากของสหรัฐอเมริกาตะวันออกกับตะวันตก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ต่างคนต่างไปกับเพื่อนตัวเองกลุ่มละ 4 คน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ไปลองผิดลองถูกหาประสบการณ์ชีวิตให้กับตัวเองพร้อมเพื่อนๆ เป็นเวลา 3 เดือน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงกันบ้าง แต่เค้าก็ตัดสินใจอยากไปกันเองเพราะรุ่นพี่และเพื่อนๆ ที่มหาลัยไปกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;อยากทำอะไรทำเลยน้อง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;งานนี้เราให้เค้าจัดการกันเองหมด จองตั๋วเครื่องบินให้เด็กสองแก๊งค์นี้อย่างเดียว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;แล้วช่วยแพคของวันไป แค่นั้น แค่นั้นจริงๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เค้าจัดการเรื่องบริษัทเอเยนซี่(ที่เค้าว่ากันว่าดีที่สุดสำหรับการนี้) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ไปสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ ขอวีซ่า จ่ายเงิน เลือกเมือง เลือกที่ทำงานกันเอง ปล่อยให้ทำเองมาตลอด 1 เทอมเต็ม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;มาชุลมุนเรื่องตั๋วจนต้องจัดการให้ก็เพราะตารางสอบคุณเธอดันสอบเสร็จช้ากว่าคนอื่น ก็เลยต้องบินตามไปไม่สามารถไปกับคณะใหญ่ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ปรากฎว่าราคาตั๋วที่ได้มา(สายการบินเดียวกัน) ราคาถูกว่าเอเยนซี่เยอะเหมือนกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;แถมงานนี้เจ้าหล่อนและเพื่อนต้องเดินทางจากสนามบินไปที่พักด้วยตัวเอง ไม่มีเจ้าหน้าที่มารับเหมือนกลุ่มที่ไปก่อนหน้านั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ห่วงก็ห่วง แต่ก็คิดว่าอ่านภาษาอังกฤษออกกัน ก็คงจะไปกันได้เอง 555&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ถึงที่หมายปลอดภัยกันหมดแล้วหล่ะ she can นะเนี่ย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;น้องชายเรา พี่ชายเจ้าหล่อน (ที่ไม่ใช่ฝาแฝดหล่อน งงมะ) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เรียนเชฟอยู่โรงเรียนการโรงแรม (งงละซิ่ บ้านเราเรียนไม่เหมือนกันซักคน ไปกันคนละทางเลยหล่ะ)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ปีที่แล้วเค้าไปฝึกงานที่โรงแรมMetropolitan โรงแรมสาขาของอังกฤษ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;มาปีนี้ก็เลยขอไปฝึกงานโรงแรมที่อเมริกาซะเลย อยากเปลี่ยนบรรยากาศ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เรียนการโรงแรม ทำอาหาร รายล้อมด้วยสาวๆ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;จากที่เมื่อก่อนเขินๆ ที่จะบอกใครต่อใครว่าเรียนเป็นเชฟ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ตอนนี้กลายเป็นเสน่ห์ไปแล้ว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;มีสาวๆ มากรี๊ดว่าเป็นผู้ชายสะอาด อบอุ่น เทคแคร์ ทำอาหารได้ อยากมีแฟนเป็นเชฟ 555 &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;รู้แน่ๆ ว่าไปเมกา 3 เดือน คงไม่อดตายกัน หายห่วง มีพ่อครัวแม่ครัวไป 4 ชีวิต บ้านหลังนั้นคงสบายน่าดู&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;.....&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;วันนี้ไปมิตติ้งรวมศิษย์เก่าร่วมสำนักเพราะสมาชิกลงมาจากเชียงใหม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;คนเมืองก็เลยต้องรวมตัวกันต้อนรับซะหน่อย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ร้านเดิม De Bar วิภาวดี 50 &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ไม่เบื่อกันหรือไง ร้านนี้อีกแล้ว ถามไปงั้นอ่ะ สุดท้ายก็ไปอยู่ดี ขี้เกียจคิด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;อยากร้องเกะจัง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;งานหน้าขอเป็นเกะได้ไหม๊พี่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;.....&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;หัวใจละลายเวลาเจอหนุ่ม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;1.แน่วแน่กับสิ่งที่เค้าตั้งมั่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;2.ทำกับข้าว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;3.เล่นกับเด็ก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;4.เล่นกับหมา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;5.หัวเราะแบบลืมโลก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;6.แสดงออกว่าเราสำคัญที่สุดสำหรับเค้า เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;.....&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;อาทิตย์ที่ผ่านมาฟัง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;Love momentum&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;What should i do?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;Always you&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เพราะใจ - เจี๊ยบ วรรธนา&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-114270449348828222?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/114270449348828222/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=114270449348828222' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114270449348828222'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114270449348828222'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/03/work-and-travel-epsie.html' title='Work and Travel + เรื่องเรื่อยเปื่อยของ epsie (เลี่ยนแบบคุณนัทสิมา)'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-114173676224560479</id><published>2006-03-07T19:57:00.000+07:00</published><updated>2006-03-07T20:06:02.650+07:00</updated><title type='text'>Ph.D.-M.ECON Program (ชักธงรบตอนที่ 2)</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/1600/PhDM_logo_big.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/3305/1828/320/PhDM_logo_big.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;strong&gt;Open House Ph.D.-M.ECON Program&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;strong&gt;March 23, 2006&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานเปิดตัวหลักสูตร&lt;br /&gt;ปริญญาโท - เอกทางเศรษฐศาสตร์ (Ph.D.-M. ECON)&lt;br /&gt;หลักสูตรที่เน้นความเป็นเลิศทางวิชาการ&lt;br /&gt;...ท้าทายคนรุ่นใหม่ ...ร่วมบุกเบิกพรมแดนแห่งความรู้เศรษฐศาสตร์ขั้นสูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟัง:     การแนะนำหลักสูตร&lt;br /&gt;        แผนการเรียนสำหรับปริญญาโทและปริญญาเอก&lt;br /&gt;        โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับมหาวิทยาลัยพันธมิตรในต่างประเทศ&lt;br /&gt;        และ ...ทุนการศึกษา&lt;br /&gt;สถานที่: ห้อง 10201 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กำหนดการ&lt;br /&gt;17.00 -17.30 น. ลงทะเบียนและรับเอกสาร&lt;br /&gt;17.30 -17.45 น. คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์กล่าวต้อนรับ&lt;br /&gt;17.45 -19.30 น. เสวนาเรื่อง “ ปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์ :&lt;br /&gt;                        Harvard, MIT, Chicago   VS.   UTCC”&lt;br /&gt;               &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;วิทยากร ดร.ดอน  นาครทรรพ  ธนาคารแห่งประเทศไทย&lt;br /&gt;     ปริญญาเอกจาก Harvard &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;     ผู้เชี่ยวชาญด้านทฤษฎีการเงินสมัยใหม่     &lt;br /&gt;                     &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;     ดร.สุทธาภา  อมรวิวัฒน์  กระทรวงการคลัง&lt;br /&gt;     ผู้พิชิตดุษฎีบัณฑิตจาก MIT &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;     ด้วยผลงานวิจัยเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง                      &lt;br /&gt;                        &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;     รศ.ดร.วิมุต  วานิชเจริญธรรม  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;     ปริญญาเอกจาก University of Chicago&lt;br /&gt;     ผู้อำนวยการหลักสูตร Ph.D.-M. ECON&lt;br /&gt;     และผู้อำนวยการ University of Chicago – UTCC Research Center&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;19.30 - 20.00 น.  ร่วมสังสรรค์ ในงาน Cocktail Party &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;                  ที่ University of Chicago – UTCC Research Center&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ขอเชิญผู้สนใจติดต่อ:&lt;br /&gt;โครงการปริญญาเอก คณะเศรษฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อาคาร 2 ชั้น 3 126/1 ถ.วิภาวดี-รังสิต  เขคดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 02-697 6304-5 โทรสาร 02-277 4359&lt;br /&gt;สำรองที่นั่งได้ที่ Email: &lt;/span&gt;&lt;a href="mailto:phdmecon@utcc.ac.th"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;phdmecon@utcc.ac.th&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;Home Page: &lt;/span&gt;&lt;a href="http://econ.utcc.ac.th/phdm"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;http://econ.utcc.ac.th/phdm&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;หมายเหตุ  ไม่เสียค่าใช้จ่ายค่ะ&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-114173676224560479?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://econ.utcc.ac.th/phdm/' title='Ph.D.-M.ECON Program (ชักธงรบตอนที่ 2)'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/114173676224560479/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=114173676224560479' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114173676224560479'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114173676224560479'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/03/phd-mecon-program-2.html' title='Ph.D.-M.ECON Program (ชักธงรบตอนที่ 2)'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-114113956166382252</id><published>2006-02-28T21:36:00.000+07:00</published><updated>2006-02-28T22:12:42.156+07:00</updated><title type='text'>เกมส์การเมืองสร้างความชอบธรรม</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;วันนี้เพิ่งเช็คเมล์  เวลาที่ระบุคือตีหนึ่งครึ่งของคืนวันจันทร์เข้าสู่วันอังคาร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ได้อ่านเมล์นี้จากเพื่อนที่ติดตามการเมืองอย่างถึงลูกถึงคน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เป็นเพื่อนที่คอยอัพเดทข่าวการเมืองในเมล์กรุ๊ปมาตลอดและลงท้ายเมล์ทุกครั้งว่า &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;------This is the world--------&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ข้อมูลละเอียดยิบ  งานนี้ท่านคงอัดอั้นตันใจเลยเขียนบทความนี้ซะเองเลย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ลองอ่านดูซิ่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;.....&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;strong&gt;Epsilon ชวนอ่าน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&gt;&gt; &lt;strong&gt;เกมส์การเมืองสร้างความชอบธรรม&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เพื่อความเข้าใจ ....... ผมเขียนบทความนี้เอง........&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;*******เกมส์การเมืองสร้างความชอบธรรม*******&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;............. อ่านกันเถอะ ...............&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ผม " ...... " เขียนให้เพื่อนๆอ่านแล้ว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;meeting ครั้งหน้าจะได้ไม่ต้องมาถาม..... (ฮา)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เกมส์นี้ ทรท. เป็นคนเปิดปุ่ม Start หลังจากที่ชาติหน้ามาถึงไวกว่าที่คิด &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;(ใครสัญญิงสัญญาอะไรกับใครไว้ ตอนนี้ถึงชาติหน้าแล้วนะ (ฮา)) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;แม้วประกาศยุบสภา วันศุกร์ ซึ่งการยุบสภานั้น ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;สภาผู้แทนราษฏร ไม่มีปัญหาอันใด และไม่มีเหตุอันสมควรที่จะประกาศยุบสภา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ฝ่ายค้านมีข่าวจะค่ำบาตรการเลือกตั้ง ตั้งแต่วันเสาร์ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ทำไม ฝ่ายค้านจึงไม่ยอมฟันธง บอกไปเลยว่าจะไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตั้งแต่วันเสาร์??? &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เหตุผล คือ......... กระแส เมื่อวันเสาร์ ดูเหมือน ประชาชน จะไม่ค่อยเห็นด้วย ในกลุ่มที่ไม่ต้องการแม้วอีกต่อไปเสียงแตก บ้างบอกว่า ก็เลือกตั้งกันไป บ้างก็ไม่เอาการเลือกตั้ง ซึ่งดูเหมือนว่าส่วนใหญ่พุ่งเป้ามาที่ฝ่ายค้าน ว่าทำไมถึงเรื่องมาก เขายุบสภาไปแล้ว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เกมส์จึงปรากฎต่อมาเมื่อวัน อาทิตย์ เมื่อฝ่ายค้าน แถลงข่าวให้ 4 พรรคการเมืองใหญ่ ต้องลงสัตยาบันร่วมกัน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เพื่อ ............********** หลังจากที่มีการเลือกตั้ง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;แม้ว่าใครจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง จะต้องตั้งคณะทำงานคนกลาง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;(ซึ่งหมายถึงคนกลางพระราชทาน) มาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีข้อบกพร่องบางประการ ภายใน 6 เดือน หลังจาก 6 เดือน รัฐบาลใหม่ เหล่านั้น ต้องยุบสภาทันที เพื่อเลือกตั้งใหม่ตามเกณฑ์ใหม่ ********** &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;นี่คือคำเรียกร้องฝ่ายค้าน................ ทำให้กระแสสังคม พุ่งเป้าไปกดดันที่ รัฐบาล ทันที.......... ว่าจะรับลงนามในสัตยาบันหรือไม่ เพราะ รัฐบาลในขณะนี้ มีข้อได้เปรียบในการเลือกตั้ง และ คาดหมายว่าจะได้รับเสียงข้างมากเข้ามาอีก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;อันนี้ คือเกมส์ของฝ่ายค้าน ที่จะลดความไม่ชอบธรรมของตัวเอง และสร้างเงื่อนไขให้รัฐบาลตกเป็นเป้าสายตาทันที &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;และแล้ว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เมื่อตัวเองตกเป็นเป้า................................ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;จากคำแถลงของ ทรท.ที่มีต่อการลงสัตยาบัน ลองไปดูกันหน่อย.................  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;**************************************************************************&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;สำหรับรายละเอียดคำแถลงของหัวหน้าพรรคไทยรักไทยในเรื่องดังกล่าวมีดังนี้        &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;พี่น้องประชาชนที่เคารพรัก ผมในฐานะนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ได้รับหนังสือฉบับลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2549 จากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคมหาชน ฉบับหนึ่ง และจากหัวหน้าพรรคชาติไทย อีกฉบับหนึ่งแล้ว ด้วยความขอบพระคุณที่ยังประสงค์จะเห็นการคลี่คลายสถานการณ์ไปในทางที่ดีอย่างรวดเร็ว พรรคไทยรักไทยได้ประชุมคณะกรรมการบริหารแล้ว มีความเห็นต่อข้อเสนอของพรรคการเมืองทั้ง 3 พรรค ดังนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ข้อที่ 1 พรรคไทยรักไทยยินดีที่จะดำเนินการให้มีการประชุมหัวหน้าพรรคการเมืองต่างๆ แต่โดยที่ปัญหาที่จะหารือเป็นเรื่องอนาคตของชาติ และขณะนี้ต้องถือว่าทุกพรรคการเมืองไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่เลย จึงควรให้โอกาสทุกพรรคการเมืองที่จดทะเบียนจัดตั้งแล้ว เข้ามามีส่วนร่วมในการหารือด้วย เพื่อไม่ให้การปฏิรูปการเมืองถูกจำกัดให้เป็นเรื่องของพรรคการเมืองเพียง 4 พรรคเท่านั้น        &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ข้อที่ 2 พรรคไทยรักไทยขอยืนยันว่า ได้สนับสนุนการปฏิรูปการเมืองมาโดยตลอด ทั้งได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่มาจากการปฏิรูป โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยเคร่งครัด พรรคได้ศึกษาถึงข้อบกพร่องและปัญหาอันเกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเนื้อหาสาระ และกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคไทยรักไทยจะได้นำเสนอเรื่องนี้ต่อประชาชนอย่างเป็นระบบในการเลือกตั้งครั้งนี้        &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ข้อที่ 3 ในเรื่องกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 313 ที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคมหาชน และพรรคชาติไทย เสนอให้มีบุคคลหรือคณะบุคคลที่เป็นกลาง เป็นผู้ดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น พรรคไทยรักไทยเห็นด้วยในหลักการ แต่ข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคมหาชน กับพรรคชาติไทย ยังแตกต่างกันในรายละเอียด ในส่วนพรรคไทยรักไทยนั้น เห็นด้วยกับการให้มีคณะบุคคลจำนวนหนึ่ง ประกอบกันขึ้นเป็นคณะผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งอาจเป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญอย่างเมื่อครั้ง พ.ศ. 2539 หรือจะมาจากการเลือกกันเองของบุคคลที่เสนอชื่อมาจากหลากหลายสาขาอาชีพทั่วประเทศ และมีจำนวนมากกว่าที่ต้องการหลายเท่าก็ได้ แนวทางนี้ ผู้ที่เคยเห็นระบบสมัชชาแห่งชาติ และสภาสนามม้า มาแล้วอาจพอจำได้ แต่ต้องดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัย และแก้ไขข้อบกพร่องบางส่วนเสียใหม่ แต่เมื่อยกร่างเสร็จแล้ว ควรมีการเชื่อมโยงกับประชาชนด้วยการขอประชามติ โดยเฉพาะในประเด็นที่ยังมีความขัดแย้ง ไม่มีข้อยุติ        &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ข้อที่ 4 พรรคไทยรักไทยขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมือง นำเสนอจุดยืนและแนวทางของตนในการปฏิรูปการเมือง ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอในการแก้ไขในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือข้อเสนออื่นใดต่อประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้ อย่างเป็นระบบ และเป็นรูปธรรม เพื่อให้เป็นสัญญาประชาคมว่า หากพรรคการเมืองของตนได้รับเลือกตั้งแล้ว จะปฏิบัติตามสัญญาประชาคมดังกล่าว และในระหว่างนี้ ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในครรลองประชาธิปไตยโดยเคร่งครัดเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง หลังจากนี้เราจะขอเชิญหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค บวกกันไม่เกิน 3 คน ของแต่ละพรรคบวกไม่เกิน 3 ไปพบกันที่ห้อง 309 อาคารวุฒิสภา เวลา 18.00 น. เพื่อที่จะได้พูดคุยกันว่าเราควรจะ เราเห็นด้วยกันไหม เห็นร่วมกันไหมว่าจะมีการปฏิรูปการเมือง เราเห็นด้วยกันใช่ไหมว่าเราจะมีคนกลาง แต่ส่วนวิธีการจะเป็นอย่างไรนั้นเป็นรายละเอียดที่จะต้องมาทำร่วมกันหลังการเลือกตั้ง แต่ขอให้ทุกคนไปบอกกับประชาชนเสียว่าจุดยืนของแต่ละพรรคจะเอาตรงนี้ แล้วรายละเอียดมาคุยกันหลังจากที่เข้าสภาแล้ว เราคงมีการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้นำไปสู่การตั้งคนกลางได้ จะตั้งคนกลางแบบไหนนั้นจะไปคุยกัน ตกลงกันตอนเข้าสู่สภาแล้ว อันนั้นจะเป็นหลักกว้าง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;************************************************************************** &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ข้อที่ 1.............. พยายาม หาเหตุผล ว่า สัตยาบันนั้นไม่ชอบ เพราะประกอบไปด้วยแค่ 4 พรรคการเมืองเท่านั้นหรือ ทั้งที่จริง ก็จะมีเฉพาะ 4 พรรค นั่นแหละที่จะได้กลับเข้ามาอยู่ในสภา เพื่อตัวเองจะได้ประกาศปฏิเสธการลงสัตยาบัน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ข้อที่ 2.............. เป็นการโกหก คำโต ต่อสาธารณะ อีกแล้ว เพราะเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ทรท.เป็นคนประกาศว่าไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะทนแรงเสียดทานจากสังคม โดยการบอกว่าจะแก้ไขเมื่อเดือนที่ผ่านมา ผ่านการเล่นปาหี่เชิญอธิการบดีทั่วประเทศมา แล้วโยนเศษเงินไปก้อนนึง บอกว่าไปแก้ไขกันมา แล้วมาเสนอว่าจะแก้ไขอะไรบ้าง ซึ่งไม่เป็นความจริงที่พรรคนี้ได้สนับสนุนการปฏิรูป พรรคนี้ได้ทำตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ (เห็นได้จากการครอบงำองค์การอิสระตรวจสอบทุกองค์กร) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ข้อที่ 3.............. ทรท.ไม่ได้บอกว่า อะไรที่แตกต่างกัน สำหรับจดหมายการลงสัตยาบันของ ปชป กับ ชท แต่บอกเพียงว่ารายละเอียดบางอย่างไม่ตรงกัน และ  *********** พยายามปฏิเสธข้อเรียกร้องของฝ่ายค้านที่ว่า "หลังจากที่มีการเลือกตั้ง แม้ว่าใครจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง จะต้องตั้งคณะทำงานคนกลาง (ซึ่งหมายถึงคนกลางพระราชทาน) มาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีข้อบกพร่องบางประการ ภายใน 6 เดือน หลังจาก 6 เดือน รัฐบาลใหม่ เหล่านั้น ต้องยุบสภาทันที เพื่อเลือกตั้งใหม่ตามเกณฑ์ใหม่" และกำลังบอกว่า ยังมีวิธีอื่นๆ อีกหลายวิธีเพื่อนำไปสู่การปฏิรูป และเสนอทางเลือกใหม่ๆให้กับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ************ แล้วมาปรึกษาหารือกันใหม่ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ข้อที่ 4............. กล่าวปฏิเสธสัตยาบันของฝ่ายค้าน โดยบอกว่า ไม่ต้องทำหรอก ใช้สัญญาประชาคมดีกว่า เพื่อให้แต่ละพรรค ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง แล้วถ้าพรรคไหนได้รับการเลือกตั้งเข้ามา (ซึ่งก็ต้องเป็น ทรท อย่างไม่ต้องสงสัย) สัญญาประชาคมอันนั้น ก็จะนำมาใช้......... ก็จะเป็นสัญญาประชาแม้วนั่นเอง เพราะมันเป็นเพียงแต่ "คำลม" เท่านั้น และการปฏิรูปจะเกิดขึ้นหลังที่มีการเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น เพราะจะต้องทำตามสัญญาประชาคมภายหลังที่เลือกตั้งเสร็จสิ้น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ต่อมา ทรท.ยังแก้เกมส์ โดยการ "สั่ง" ให้พรรคฝ่ายค้าน มาประชุมภายในเวลาที่กำหนดผ่านสื่อมวลชน เป็นการ "ตบหน้า" ฝ่ายค้านอย่างจัง เพราะกำลังจะบอกว่า ********** กูมีเสียงส่วนใหญ่ 19 ล้านเสียงเลือกข้าฯมา มรึงเป็นใคร ถึงบังอาจ มายื่นหนังสือ สัตยาบัน ให้เซ็น กูต้องเป็นคนกำหนดการปฏิรูปนี้เพราะกูมีเสียงส่วนใหญ่ มรึงต้องมาประชุมตามที่ข้ากำหนด *********** &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ลองมาดู คำแถลงของ 3 พรรคร่วมฝ่ายค้าน หลังจากที่แม้วปฏิเสธสัตยาบัน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;****************************************************************************         &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;พรรคร่วมฝ่ายค้าพยายามที่จะค้นหาวิธีการในการที่จะช่วยหาทางออกให้กับประเทศ ภายใต้ปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อวานนี้เราได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่า แนวทางที่จะแก้ปัญหาที่จะเป็นวิกฤติของประเทศ หรือป้องกันวิกฤติที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ที่ดีที่สุด ก็คือการผลักดันให้เกิดการปฏิรูปทางการเมืองอย่างเป็นรูปธรรม โดยองค์ประกอบสำคัญของการปฏิรูปทางการเมืองนั้น ก็คือจะต้องมีผู้ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความเป็นกลางอย่างแท้จริง ในการมาดำเนินการ หรือในการมานำการปฏิรูป โดยกระบวนการของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ         &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ประการที่ 2 ก็คือว่า เมื่อจะต้องมีผู้ที่มีความเป็นกลางมาดำเนินการปฏิรูปทางการเมืองแล้ว จำเป็นที่จะต้องให้ฝ่ายการเมืองได้แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันชัดเจน โดยการลงสัตยาบันเป็นลายลักษณ์อักษร ว่าจะทำให้กระบวนการนี้เกิดขึ้น ซึ่งกระบวนการที่ว่านั้น วิธีการที่จะมีความชัดเจนที่สุดก็คือ ขอให้ 4 พรรคการเมืองที่เคยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาชุดที่ผ่านมา ได้มาแสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน วันนี้เป็นที่ชัดเจนครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรี หรือท่านหัวหน้าพรรคไทยรักไทยนั้น มิได้มีเจตนาที่จะตอบสนองต่อเจตนารมณ์ของ 3 พรรคการเมือง โดยได้ไปดำเนินการเบี่ยงเบน ไปจับประเด็นที่จะเข้าไปสู่หัวใจของปัญหาในการแก้วิกฤติ และไปสร้างกระบวนการอื่น ซึ่งมีแต่ความไม่แน่นอน และมีแต่ความยุ่งยาก ที่จะไม่อาจตอบสนองได้ว่าจะมีการปฏิรูปการเมืองอย่างจริงจัง ไม่มีสัตยาบัน ใช้คำว่า คงจะอย่างนั้นหลังจากการเลือกตั้ง ซึ่งทั้งหมดจึงไม่สามารถตอบโจทย์ที่เป็นปัญหาของสังคมได้ ดังนั้นทางพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย และพรรคมหาชน จึงได้ปรึกษาหารือกันแล้ว และเห็นพ้องต้องกันว่า         &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;1. ทั้ง 3 พรรคนั้น จะไม่ร่วมในการประชุมที่มีการเชิญโดยพรรคไทยรักไทย ในเวลา 18.00 น.        &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;2. ทั้ง 3 พรรคนั้น จะไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนี้         &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;นี่คือสิ่งที่เป็นข้อสรุปของการหารือ ผมขอเพิ่มนิดเดียวเป็นประเด็นสุดท้าย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เนื่องจากมีความพยายามบิดเบือนและสร้างความสับสนแก่พี่น้องประชาชนต่อกรณีการไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ว่าเรื่องดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องของการดำเนินการสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญทุกประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา 328 ของรัฐธรรมนูญ ได้มีการกำหนดกรอบของการไปตรากฎหมายพรรคการเมืองเอาไว้ โดยหลักการซึ่งกฎหมายพรรคการเมืองต้องยึดถือ และหลักการนั้น มาตรา 328 (2) ได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่า มิให้นำเอาเหตุที่พรรคการเมืองไม่ส่งสมาชิกสมัครรับเลือกตั้ง หรือเหตุที่ไม่มีสมาชิกของพรรคการเมืองได้รับเลือกตั้ง มาเป็นเหตุให้ต้องเลิกหรือยุบพรรคการเมือง จึงเรียนมาให้พี่น้องประชาชน สื่อมวลชน และ กกต. ได้รับทราบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;****************************************************************************** &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;จึงเป็นที่มาของการ "คว่ำบาตร" การส่งผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งในครั้งนี้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เพราะหาก พรรคร่วมฝ่ายค้าน ทำตามข้อเสนอของแม้ว ก็เท่ากับ เป็นการให้ พรรค ทรท. ปฏิรูปการเมืองตามใจเขา เมื่อถึงวันนั้น ฝ่ายค้านจะไม่มีสิทธิ ในการแก้ไขอะไรที่ฝ่ายรัฐ ไม่ต้องการอีกต่อไป &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ดังนั้นแล้วจึงเป็นความชอบธรรมของพรรคฝ่ายค้าน ที่จะคว่ำบาตร กระแสสังคมจะพุ่งเป้าไปที่ รัฐบาล ทันที่ เพราะเขาไม่จริงใจปฏิรูปการเมือง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;เอวังด้วยประการละฉะนี้แล &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt; ---------This is the World.---------------&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;............&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;วันนี้ลาป่วย พักอยู่บ้าน หลับนิ่งสนิท&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;ตอนเย็นไปดู Walk the line ที่สยามพารากอน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;(ครั้งแรกที่ไปดูที่นี่ คนน้อยจัง แล้วจะคุ้มที่ลงทุนไปไหม๊เนี่ย)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;ตอนยืนถวายความเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;เราสงสัยในใจว่าในหลวงจะทรงรู้สึกอย่างไร  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;และอยากให้บ้านเมืองมีทางออกอย่างไร จากสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นตอนนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;น้ำตามันก็ไหลออกมาเฉยเลย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;พักนี้เรารู้สึกเครียด และเศร้าใจกับอนาคตประเทศไทย ยังไงไม่รู้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;เรายังเป็นขนาดนี้ แล้วพระองค์ท่านจะมิยิ่งทุกข์ใจไปกว่าเราหรือ...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;น้ำตาไหลอีกแล้วหล่ะ...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-114113956166382252?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/114113956166382252/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=114113956166382252' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114113956166382252'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114113956166382252'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/02/blog-post_28.html' title='เกมส์การเมืองสร้างความชอบธรรม'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-114079410851190592</id><published>2006-02-24T21:48:00.000+07:00</published><updated>2006-02-25T19:13:53.156+07:00</updated><title type='text'>แพะรับบาป</title><content type='html'>ความยุติธรรมมีอยู่ในโลกนี้จริงหรือไม่ ?&lt;br /&gt;เราเคยขำที่ใครบางคนใน msn list ขึ้นชื่อประมาณว่าความยุติธรรมไม่มีในโลก&lt;br /&gt;รู้สึกว่าทำไมพี่เค้าต้องคิดมากด้วย&lt;br /&gt;แต่เจอเข้ากับคนรอบข้าง กับตัวเอง บ่อย ๆ นี่ชักจะเซ็ง&lt;br /&gt;หรือบางทีความยุติธรรมจะเป็นแค่คำในพจนานุกรม&lt;br /&gt;ส่วนความจริงที่จับต้องได้ เราเรียกมันว่า 'แพะรับบาป'&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;พี่เหลี่ยมประกาศยุบสภาวันนี้&lt;br /&gt;เลือกตั้งอีกที 2 เม.ย.&lt;br /&gt;ว่าแล้ว พี่เหลี่ยมก็เสร็จก่อนหน้าเวบ &lt;a href="http://www.onopen.com/2006/01/344"&gt;openbooks&lt;/a&gt; ที่กำลังจัดรวมรายชื่อหนังสือของสำนักพิมพ์ Open 555&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลือกตั้งใหม่ ถ้าเค้ากลับมาได้ด้วยจำนวนที่นั่งน้อยกว่าเดิมนิดหน่อย (แต่ก็ยังเป็นเสียงข้างมาก พรรคเดียวเบ็ดเสร็จอยู่ดี) มิยิ่งอ้างเสียงประชาชน ยิ่งกว่าการอ้าง 19 ล้านเสียงนั่น ว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้เค้ากลับมาหรอกหรือ ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ป่วยและเปื่อย ทั้งกายและใจ...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-114079410851190592?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/114079410851190592/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=114079410851190592' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114079410851190592'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/114079410851190592'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/02/blog-post_24.html' title='แพะรับบาป'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-113993977149512756</id><published>2006-02-15T00:54:00.000+07:00</published><updated>2006-02-15T01:02:56.383+07:00</updated><title type='text'>สื่อมวลชนเพื่อสาธารณะ</title><content type='html'>Epsilon ชวนอ่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&gt;&gt; &lt;a href="http://www.onopen.com/2006/02/247"&gt;ทักษิณกับพวก &lt;/a&gt;โดย ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพิ่งได้อ่านหนังสือเล่มนี้ระหว่างทานข้าวสามมื้อในวันนี้&lt;br /&gt;หนังสือเล่มเล็กเหมาะมือ แต่เนื้อหาข่าวเจาะแน่นเอี๊ยดด้วยความรู้ มุมมองของการเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ ของผู้มีอำนาจในบ้านเมือง ย้อนเหตุการณ์หลายๆ เหตุการณ์ ที่เราเคยอ่านข่าวผ่านๆ ให้เห็นมุมมองหลายๆ ด้าน หลายๆ มิติ มาร้อยโยงเกี่ยวข้องแบบเป็นภาคต่อ และเปรียบเทียบความเหมือนและความต่างของตรรกะความคิดของฝั่ง ทักษิณกับพวก กับ ผู้เขียน ผู้เป็นสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่ &lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;strong&gt;'สื่อมวลชนเพื่อสาธารณะ'&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; มาโดยตลอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์น่าจะได้อ่านหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือประกอบการเรียน ว่าด้วยเรื่องจรรยาบรรณของนักสื่อสารมวลชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความเห็นส่วนตัว จากที่อ่านงานเขียนของคุณประสงค์มาระยะเวลาหนึ่ง รู้สึกว่างานเขียนและวิธีคิดของท่านน่าจะถือเป็นแบบอย่างให้กับนักข่าวที่เป็นคนรุ่นหลังได้ การรวบรวมและจับแต่ละประเด็น แต่ละเหตุการณ์มาเรียงร้อยกันจนทำให้คนอ่านจากที่เสพเฉพาะข่าวที่รายงานความเป็นไปเฉยๆ รู้สึกได้ถึงความต่างของคุณภาพงานข่าว คนอ่านฉลาดขึ้นทันตาด้วยข้อมูลที่ได้เสพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาชีพสื่อมวลชนที่หอมหวลของเด็กวัยรุ่น จะมีซักกี่คนที่จินตนาการว่าอยากจะเป็นผู้สื่อข่าวแบบที่คุณประสงค์เป็น ภาพโดยทั่วไปของผู้สื่อข่าวที่เด็กๆ เข้าใจ คือผู้สื่อข่าวที่แต่งตัวสวยๆ หล่อ ๆ ไปยืนถือไมค์สัมภาษณ์ดารา เรื่องข่าวลือว่ากิ๊กกับคนนั้นคนนี้ เรื่องความเห็นว่า คิดอย่างไรกับข่าวที่ว่า ดาราคู่นั้นเลิกกัน รักกัน อยากเป็นพิธีกรจะได้สวยๆ ออกทีวี ได้เจอดารานักร้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงนึงที่มีข่าวดาราสาวเบนโลป่องตามข่าวลือ มีการรวบรวมเนี้อข่าวละเอียดยิบเป็นซีรีส์ ให้มานั่งอ่านกัน ทำเหมือนข่าวเจาะของคุณประสงค์เลย แต่ว่ามันช่วยยกระดับมันสมองยังไง เรายังสงสัยอยู่ ว่าทำไมต้องไปสนใจขุดคุ้ย ตามล้างตามเช็ดกันขนาดนั้น ก็รู้แล้วว่า she โกหก ก็ควรจะเลิกทำให้หล่อนเป็นข่าว ให้ไม่ต้องกลับเข้ามาในวงการ เป็นแบบอย่างแก่เยาวชนอีก - หมายถึงเรื่องโกหก หน้าด้าน ๆ เหมือนอินโนเซนต์แบบตอนเข้าฉากละครน่ะ นักข่าวก็ยังจะยุ่งเรื่องหล่อนอีกข่าวมาวันต่อวัน มาถึงตอนนี้ก็ยังไม่เลิก สุดท้ายแล้วถ้าหล่อนกลับมาก็คงจะมีนิตยสารไปคว้าหล่อนและลูกมาขึ้นปกให้ค่าตัวแพงระยับ ให้หล่อนได้เชิดหน้าชูตาในสังคมต่อไปอีก ทั้ง ๆ ที่ สื่อมวลชนน่าจะคิดกันว่า ควรจะให้หล่อนได้มีพื้นที่ยืนอยู่ในวงการนี้อีกหรือไม่ คิดอย่างเดียวว่าหนังสือขายได้แน่ถ้าหล่อนขึ้นปก ถ้าได้หล่อนมาเล่นละครด้วยเรื่องแรกหลังจากมีลูก และหลังจากนั้นเราอาจจะได้เห็นหล่อนกับลูกเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาสินค้า เหอะๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราใจร้ายไปหรือเปล่า เด็กไปไม่เกี่ยวอะไรด้วย เด็กไม่รู้เรื่อง เรื่องแล้วไปแล้ว ไม่รู้เหมือนกันก็หล่อนดันเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นแบบอย่างที่เด็กๆ เฝ้ามองการกระทำ แล้วดันทำตัวไม่ดี ให้เด็กมันเอาไปอ้างข้างๆ คู ๆ ว่าแก่ขนาดนั้นยังคุมกำเนิดไม่ได้ ท้องเจ็ดเดือนแล้วยังไม่รู้ว่าตัวเองท้อง แล้วเด็กอย่างหนูเกิดท้องขึ้นมาจะมาด่าทำไม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เห็นข่าวเรื่องนักร้องคู่รักข้ามค่ายเตียงหัก ที่นักข่าวขับรถวนตามทั้งฝ่ายชาย ฝ่ายหญิง จนเธอต้องหลบเข้าไปวนรถอยู่ในหมู่บ้านของเพื่อน และสุดท้ายไม่กล้าขับรถออกไปไหนเพราะกลัวนักข่าวตาม นี่เชื่อเค้าเลย ไม่รู้จะพยายามทำข่าวแบบนี้ให้มันได้อะไร รุกล้ำความเป็นส่วนตัวของคนอื่น มากถึงมากที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นนักข่าวนี่ก็คงลำบากใจเหมือนกัน ว่าจะนั่งทำข่าวเจาะ ข่าวอาชญากรรม ข่าวเศรษฐกิจที่มันยากๆ ดีหรือว่าจะไปเป็นนักข่าวสายบันเทิง สบายสมองดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในแวดวงสื่อสารมวลชนจะมีซักกี่เปอร์เซ็นต์ที่ทำงานแบบที่คุณประสงค์ทำ&lt;br /&gt;ทำให้คนอ่านเห็นว่า คนเขียนข่าว เป็นกลาง ไม่ได้อยู่ข้างใดข้างหนึ่ง เมื่อเห็นอะไรไม่ชอบมาพากลก็รีบท้วงติง ตะโกนบอกให้สังคมรับรู้ และร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง งานข่าวที่แข็งแรงในเนื้อหา ส่งผลต่อสังคมมากนักต่อนัก ถ้าสื่อมวลชนไม่ทำหน้าที่เสนอข่าวสารตามที่ควรจะเป็นให้สังคมรับรู้ แล้วยุคที่ทุนครอบงำสื่อ เราจะได้รู้ความจริงที่ควรรู้กันซักกี่เปอร์เซ็นต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่งดู&lt;span style="color:#000099;"&gt;คนค้นคน-&lt;/span&gt; ขอโทษทีเราหา ตัวอักษรแบบที่ชื่อรายการเขียนไม่เจอบนแป้นพิมพ์&lt;br /&gt;ตอน&lt;span style="color:#000099;"&gt;อำลาวิทยุ BBC ภาคภาษาไทย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ดูไปก็น้ำตาซึม ขนาดเราไม่ได้ฟังต่อเนื่อง แว้บไปแว้บมาบ้าง นั่งดูรายการนี้แล้วยังอดใจหายไม่ได้ ได้ข่าวมาพักใหญ่แต่ก็จำไม่ได้แม่นยำว่ารายการวันสุดท้ายวันที่เท่าไหร่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13 มกราคม 2006 คือวันสุดท้ายที่ออกอากาศจากลอนดอนส่งตรงถึงประเทศไทย สื่อที่ทำหน้าที่ของสื่ออย่างเต็มภาคภูมิ เปิดพรมแดนความรู้ให้คนฟัง ส่งข้อเท็จจริงของเนื้อหาข่าวสู่ผู้ฟัง สร้างวัฒนธรรมการฟังวิทยุ BBC จากรุ่นสู่รุ่น ถ้า BBC ไม่ใช่ของจริง คงไม่สามารถผูกใจคนฟังให้บอกต่อแนะนำจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ สู่รุ่นลูกได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อำลาอาลัย วิทยุBBC ภาคภาษาไทย ที่มีอายุยืนยาวกว่า 64 ปี&lt;br /&gt;(ออกอากาศตั้งแต่ปี 1941 - 2006)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำถามทิ้งท้ายจากทีมงาน BBC ที่กรุงลอนดอน&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;'สื่อมวลชนไทย จะวางตัวอย่างไรเพื่อให้เป็นสื่อมวลชนเพื่อสาธารณะอย่างที่ BBC เคยเป็น ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบัน'&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-113993977149512756?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/113993977149512756/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=113993977149512756' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/113993977149512756'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/113993977149512756'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/02/blog-post.html' title='สื่อมวลชนเพื่อสาธารณะ'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-113980558796529229</id><published>2006-02-13T11:38:00.000+07:00</published><updated>2006-02-14T01:50:12.300+07:00</updated><title type='text'>CE # 2  และเรื่องราวไร้สาระ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;วันนี้ฝนตก ตั้งแต่ตอนบ่าย กลับบ้านไม่ได้ ก็เลยเดินเข้าไป MK นั่งกินสุกี้ทะเลเป็นอาหารมื้อค่ำ&lt;br /&gt;(หลังจากที่ขาดหายการกิน MK ไปหลายเดือน ยั่งร่ำร้องกับลุงกับกู๋เมื่อคราวไปกินติ่มซำล่าสุดว่ามื้อหน้าขอเป็นMK แต่เราก็ชิงมากินคนเดียวซะก่อน 555)&lt;br /&gt;ระหว่างรอสุกี้ก็โทรหาที่บ้านว่าคงไม่ได้กลับบ้านนอกวันนี้เพราะฝนตก&lt;br /&gt;บ้านนอกก็ก็ฝนตก ไฟดับอีกต่างหาก ป๊าบอกว่าวันนี้ที่วัดมีงาน งานวัดประจำปี ลมแรงมากไม่รู้ว่าสายไฟที่ไหนล้มหรือเปล่าไฟดับเป็นชั่วโมงแล้ว สงสารแม่ค้า&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานวัด ไม่ได้ไปงานวัดมากี่ปีแล้วนี่ ปกติจะจัดช่วงนี้แหละวันมาฆะบูชาวันสุดท้าย แล้วแต่ว่าปีไหนจะมีกี่วัน 3/5/7 วัน ล่าสุดที่ไปก็ไปไหว้พระ สอยดาว ไปสวัสดีคุณครูประถม&lt;br /&gt;ตอนเด็กๆ เคยโดนเกณฑ์ไปเป็นนางรำ เป็นหางเครื่อง กิจกรรมอันสนุกสนานของคุณครูและนักเรียน เราต้องไปซ้อมทุกเย็นและวันเสาร์ช่วงเช้า ถ้าใกล้งานเราก็ต้องซ้อมวันอาทิตย์ด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไปได้ยังไง คิดแล้วก็ขำดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานวัดมีปิดทองพระ สอยดาว โยนห่วง ยิงปืน ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน โรตีสายไหม หอยทอด ผัดไทย ข้าวโพดคั่ว หนังกลางแปลง ลิเก ลำตัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าไปเดิน ก็มักจะได้เจอเพื่อนเก่า หรือรุ่นพี่รุ่นน้องที่ไม่ได้เจอมานาน เดิน ๆ มาเจอโดยบังเอิญ หลายคนที่ไม่ค่อยได้กลับบ้านนอก หรือกลับบ้านนอกก็อยู่แต่บ้านตัวเอง งานนี้ก็มักจะมากับพ่อแม่ เราก็จะได้เจอกัน พูดคุยเรื่องว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่ที่ไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนตอนเป็นเด็กเราแทบจะนับวันรอคอยงานวัดว่าอีกกี่วันจะถึงวันงาน ช่วยครูนั่งทำเบอร์สอยดาว เตรียมการแสดง เก็บเงินเพื่อรอวันที่จะได้นั่งชิงช้าสวรรค์กับเพื่อน มาถึงตอนนี้เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปีนี้มีงานกี่วัน ถ้าป๊าไม่พูดว่าสงสารแม่ค้าที่งานวัด เราก็คงไม่รู้ว่าวันนี้มีงาน เราห่างเหินจากชุมชนตัวเองขนาดนี้เลยเหรอ&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;&lt;strong&gt;CE : Consumer Empowerment ภาค 2&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;หลังจากจ่ายเงินค่าสุกี้ทะเลหนึ่งชามราคา 75 บาท ชาร้อนฟรี (ไม่เคยรู้เลยว่าฟรี)&lt;br /&gt;ก็ได้ใบเสร็จที่เหมือนทุกครั้ง&lt;br /&gt;อย่างที่เราคงจะคุ้นเคยกันดี หลายปีมาแล้วที่ MK จะสรุปคุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่สั่งต่อ 1 ท่านมาให้&lt;br /&gt;ถ้ามาทานกันเป็นแก๊งค์ เค้าก็จะหารมาให้เรียบร้อย ว่าทั้งหมดที่เราหม่ำลงท้องไปเมื่อกี้เฉลี่ยเราได้รับสารอาหารอะไรคนละเท่าไหร่(สมมุติให้ทุกคนกินอาหารเฉลี่ยเท่ากัน)&lt;br /&gt;มื้อนี้เราได้ พลังงาน 374 กิโลแคลอรี&lt;br /&gt;โปรตี 30.50 กรัม&lt;br /&gt;คาร์โบไฮเดรต 36.50 กรัม&lt;br /&gt;ไขมัน 8.90 กรัม&lt;br /&gt;ใยอาหาร 3.90 กรัม&lt;br /&gt;โซเดียม 1.66 กรัม&lt;br /&gt;แคลเซียม 410.00 มิลิกรัม&lt;br /&gt;เหล็ก 6.50 มิลลิกรัม&lt;br /&gt;อ่านเสร็จก็นึกถึง CE&lt;br /&gt;เราเคยคุยกันเรื่องนี้ ว่าเรารู้ว่าว่าอาหารมื้อนี้เราได้สารอาหารอะไรเท่าไหร่ แล้วยังไง&lt;br /&gt;MK พิมพ์สิ่งเหล่านี้ให้เราทุกครั้งที่เราทานเสร็จ แล้วจะมีประโยชน์อะไร&lt;br /&gt;ก็คงมีประโยชน์แหละ สำหรับนักโภชนาการที่จำได้ว่าวันนึงเราควรได้สารอาหารอะไรเท่าไหร่&lt;br /&gt;แต่คนทั่วไปอย่างเราๆ ล่ะ จะเอาใบที่ MK ให้มาไปทำอะไรได้&lt;br /&gt;สิ่งที่ MK ทำเป็นสิ่งที่ดีและถือเป็นผู้บุกเบิกการรายงานปริมาณสารอาหารที่ผู้บริโภคได้รับรู้&lt;br /&gt;ร้านอาหารอื่นๆ น่าจะดำเนินรอยตาม (ไม่รู้เหมือนกันว่ามีที่ไหนทำบ้างหรือเปล่า)&lt;br /&gt;แต่จะมีประโยชน์มากขึ้น ถ้า MK จะกรุณาเพิ่มช่องด้านข้าง เขียนปริมาณสารอาหารเหล่านั้นว่าในแต่ละวันเราควรบริโภคเท่าไหร่ เพื่อที่ผู้บริโภคจะได้รู้ว่าวันนี้เราได้รับสารอาหารประเภทต่าง ๆ จากก MK ไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ และเราควรจะบริโภคอาหารมื้อต่อๆ ไปของวันเป็นอาหารแบบไหน ถึงคาดว่าจะได้สารอาหารชนิดต่างๆ ในปริมาณที่ร่างกายควรจะได้รับใน 1 วัน (และร้านอาหารอื่นๆ ก็น่าจะทำแบบนี้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราเคยคุยกัน(ไม่ซิ่ เขียนเสนอแนะไว้ในงานวิจัยด้วยนะ ถ้าจำไม่ผิด) ว่านอกจากร้านอาหารจะทำแล้ว สินค้าสำหรับบริโภคโดยทั่วไปก็ควรจะทำด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าท่านมีขนมหรือของกินอยู่ใกล้ตัว ลองหยิบขึ้นมาดูฉลากจะพบว่าไม่ค่อยมีสินค้าใดที่ระบุปริมาณสารอาหารที่เราควรจะได้รับในแต่ละวัน (อาจจะมีแต่สินค้ารอบตัวที่เราบริโภคดันไม่มีอ่ะ ถ้ามีก็ดูเข้าใจยากชะมัด)&lt;br /&gt;ฉลากสินค้าโดยทั่วไปมักจะระบุ ส่วนประกอบของอาหาร เช่น น้ำตาล แป้ง เกลือ กี่เปอร์เซ็นต์ ของสินค้านั้นๆ&lt;br /&gt;และปริมาณสารอาหาร(คุณค่าทางโภชนาการ)ที่เราจะได้รับ เช่น โซเดียม แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต จากการบริโภคสินค้าชนิดนั้นทั้งหมด (หมดกล่อง )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงเรามักจะบริโภคไม่หมดในครั้งเดียว เราต้องเอาปริมาณสารอาหารที่ระบุไว้ข้างกล่องมาหารจำนวนครั้งที่เราบริโภคอาหารนั้นๆ จึงจะได้ปริมาณสารอาหารจริงที่เราได้รับแต่ละครั้ง สมมุติว่าเราบริโภคสินค้านั้นวันละครั้ง จึงจะเอาปริมาณสารอาหรที่หารแล้วไปเทียบกับปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวันได้-ยุ่งยากไหม๊ แถมจะมีใครมานั่งคำนวณนั่งหารแล้วมานั่งเทียบล่ะ ถ้าอย่างนั้นเขียนปริมาณสารอาหารรวมทำไม ในเมื่อมันเอาไปใช้ประโยชน์ได้ยาก น่าจะทำให้เข้าใจง่ายกว่านี้ หรือมีแค่เพื่อที่จะให้ถูกต้องตามกฎหมายระบุว่าสินค้าบริโภคต้องระบุรายละเอียดเหล่านี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้บริโภคทุกคนควรได้รับข้อมูลเรื่องเหล่านี้และตระหนักว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับสุขภาพตัวเอง&lt;br /&gt;ที่ผ่านมาส่วนใหญ่มักเป็นคนที่ควบคุมน้ำหนัก คุมอาหาร หรือแพ้ส่วนประกอบบางชนิดที่มักจะละเอียดละออกับเรื่องเหล่านี้ แต่ในความเป็นจริงเราทุก ๆ คนควรจะใส่ใจกับสุขภาวะของตัวเองและทำให้เป็นนิสัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สารภาพตามตรง วันนี้ซื้อคุกกี้ สิ่งแรกที่เราดูก็คือ ส่วนประกอบ ว่าทำจากอะไรบ้าง จริงๆ แล้วก็คือดูรสชาติน่ะแหละ เปรียบเทียบกับหลายๆ แบบ สรุปว่าเราเลือกคุกกี้ Dark Chocolate เพราะคนขายบอกว่าอันนี้หวานน้อยกว่า อีกรสที่เป็น White Chockolate จากนั้นก็มองหาวันหมดอายุ พลิกดูฉลากนิดหน่อยว่าทำจากที่ไหน ในไทยหรือนำเข้า เหลือบไปเห็นตราอย. แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เสร็จแล้วค่อยดูราคาว่าโอเคป่าว ว่าแล้วก็ไปจ่ายเงิน เราไม่ได้ดูเลยด้วยซ้ำว่า คุณค่าทางโภชนาการที่เราจะได้รับเป็นยังไง ได้อะไรเท่าไหร่ ไม่ได้ใส่ใจเลย สนใจหลัก ๆ คือจะอร่อยหรือเปล่าแค่นั้นจริงๆ รู้สึกอยากไว้อาลัยให้ตัวเองยังไงไม่รู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราเคยคุยกันว่าตราสัญลักษณ์ต่างๆ ที่กระทรวงสาธารณสุขพยายามโฆษณาให้ประชาชนรู้จัก เลือกซื้อสินค้าที่มีฉลากต่างๆ และรณรงค์ปรับมาตรฐานสินค้าต่างๆ ของผู้ขายให้เข้าเกณฑ์มาตรฐาน แค่ไหนถึงจะพอ สินค้านึงมีฉลากกี่ประเภทจึงจะเพียงพอต่อการให้ผู้บริโภคตระหนักรู้ว่าสินค้านี้เหมาะกับสุขภาวะของเค้าเอง ความรู้อย่างน้อยที่สุดแค่ไหนที่จะเพียงพอต่อการนำไปประยุกต์ใช้ต่อตนเอง แค่ดู วันเดือนปีผลิตพอหรือไม่ ดูอย.พอหรือไม่ ดูส่วนประกอบพอหรือไม่ ดูสารอาหารที่ได้รับพอหรือไม่ ดูตรา HACCP พอหรือไม่ ดูตรา GMP พอหรือไม่ ดูFood Safety พอหรือไม่ สัญลักษณ์ต่างๆ ที่ผู้บริโภคถูกยัดเยียดให้รับรู้มากมายเหลือเกิน รับรู้ว่าคือฉลากมาตรฐานสินค้า แต่ไม่รู้ลึกซึ้งว่ามีความหมายยังไง การได้สัญลักษณ์นี้หมายความว่ายังไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดท้ายถ้าผู้บริโภครับรู้แค่ว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้คือสัญลักษณ์ โดยที่ไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญถึงระดับที่จะนำมาเป็นปัจจัยหนึ่งในการเลือกซื้อ ก็เหมือนกับการที่สินค้าต่างๆ ดิ้นรนปรับมาตรฐานตัวเองให้ได้สัญลักษณ์นั้นๆ มาเสียแรงเปล่า เพราะสุดท้าย ผู้บริโภคใช้เหตุผลอื่นๆ ในการเลือกซื้อสินค้าเป็นอันดับต้นๆ โดยที่มองสัญลักษณ์เป็นปัจจัยอันดับท้ายๆ หรือไม่มีผล เพราะไม่รู้ถึงคุณค่าของตราสัญลักษณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่ตามมาคืออะไร ถ้าผู้บริโภคตัดสินใจจากปัจจัยอื่นเป็นหลัก เช่น ราคา สินค้าปลอมหรือสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานจะเข้าสู่ระบบได้โดยง่าย เพราะต้นทุนในการผลิตต่ำกว่า (ไม่ต้องปรับระบบมาตรฐานโรงงานหรือกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ตราสัญลักษณ์) งานนี้นอกจากภาครัฐผู้กำหนดมาตรฐานสัญลักษณ์ที่จะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงประชาสัมพันธ์เรื่องตรามตรฐานต่างๆ ภาคเอกชนที่ได้รับตรามาตรฐานเหล่านี้ก็ควรจะมีส่วนช่วยในการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจต่อผู้บริโภคถึงคุณค่าสัญลักษณ์ที่ตัวเองได้มา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยส่วนตัวคิดว่าผู้จำหน่ายจะเป็นตัวกรองสินค้าที่ได้มาตรฐานหรือไม่ได้มาตรฐานก่อนถึงมือผู้บริโภคอีกครั้ง&lt;br /&gt;ถ้าสินค้าไม่ได้มาตรฐานก็ไม่นำมาจำหน่าย อย่างคุกกี้ที่ซื้อก็ซื้อที่ Market Place ของเซ็นทรัล เรารู้สึกว่าน่าจะโอเคไม่งั้นเซ็นทรัลคงไม่วางจำหน่าย (ไม่รู้มั่นใจไปป่าว)&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อวันศุกร์ มหาลัยจัดงานเลี้ยงฉลองที่มหาวิทยาลัยได้รับตรามาตรฐาน Q-Mark&lt;br /&gt;ให้ตายเถอะ สารภาพด้วยความสัตย์จริง มาถึงตอนนี้เราก็ยังไม่รู้เลยว่สัญลักษณ์นี้หมายความว่ายังไง&lt;br /&gt;กระบวนการกว่าจะได้มาเป็นยังไง แถมงานนี้เราก็ดันไม่กระตือรือร้นที่จะรับรู้อีกต่างหากว่ามันยกระดับให้มหาลัยเราเป็นยังไงเหรอ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ได้สัญลักษณ์นี้มาแล้วคุณภาพบัณฑิตเราจะดีขึ้นทันตาอย่างนั้นเหรอ อะไรๆ มันจะดีขึ้นอย่างนั้นเหรอ หรือว่าเราเองที่โง่เง่าเต่าล้านปีไม่รู้เรื่องพวกนี้ว่ามันเจ๋งแค่ไหน&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราเห็นมหาลัยอื่นเค้าได้ ISO อะไรกันมาพักใหญ่ ลงโฆษณาซะตัวโต&lt;br /&gt;ก็ได้แต่นึกในใจว่านอกจากโรงงานต่างๆ ที่ผลิตสินค้าต้องเข้าสู่ระบบ ISO แล้ว&lt;br /&gt;โรงงานผลิตบัณฑิตอย่างเราก็ต้องเข้าระบบ ISO กับเค้าด้วยเหรอ&lt;br /&gt;ใครเป็นคนคิดเนี่ย สมองใสซะจริง ลุงแซมเจ้าของมาตรฐานสารพัดอย่างก็รวยเอารวยเอา&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากได้มาตรฐานต่างๆ มากแล้ว แต่ละองค์กร แต่ละสินค้ายังคงรักษามาตรฐานตามที่เคยถูกตรวจสอบก่อนได้ตราสัญลักษณ์ได้หรือไม่เป็นเรื่องน่าคิด กำลังคนที่ตรวจสอบมาตรฐานเพื่อให้แก่องค์กร สินค้าใหม่ๆ ก็ไม่เพียงพอ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง กองกำลังที่จะตามไปตรวจเช็คมาตรฐานที่ได้มอบให้ไปเลย แค่สุ่มตรวจบ้างก็คงเป็นภาระหนักหน่วง แล้วผู้บริโภคอย่างเราจะเชื่อมั่นได้ไงว่า สินค้าที่เราเลือกบริโภคยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานที่เค้าได้รับมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือว่าเราฟุ้งซ่าน คิดมากไปเอง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันเสาร์ที่ผ่านมานั่งทำงานอยู่หน้าคอม แต่พอเปิดไปที่ &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.manager.co.th/"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;www.manager.co.th&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt; ได้ยินเสียงสนธิขึ้นไปพูดปลุกระดมคนบนเวทีเท่านั้นแหละ ขนลุกเกรียวเลยอ่ะ นั่งอึ้งอยู่พักนึง จนต้องหยุดทำงาน สมาธิไม่ได้แล้ว ยิ่งพอเข้าไปที่ &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.pantip.com/"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;www.pantip.com&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt; มีคนมาโพสต์เวบที่เข้าไปดูบรรยากาศสดได้ที่ &lt;a onclick="return top.js.OpenExtLink(window,event,this)" href="http://artamart.freeweb-hosting.com/" target="_blank"&gt;http://artamart.freeweb-hosting.com/&lt;/a&gt; เห็นภาพภ่ายทอดสดจากลานพระบรมรูปทรงม้า ยิ่งทำให้เข้าใจเลยว่าอาการ in ของคนที่ได้ไปนั่งอยู่ที่นั่นจะเป็นยังไง ขนาดเราดูอยู่จากคอมยังรู้สึกว่าเป็นพลังประชาชนที่ยิ่งใหญ่จริงๆ เราเป็นพี่เหลี่ยม เราคงหนาวๆ ร้อนๆ หาทางหนีทีไล่ลงจากตำแหน่งแบบให้ดูแย่น้อยที่สุด ว่ากันว่าช่วงค่ำมีคนฟังสดจากเวบผู้จัดการ กว่า 400,000 คน ไม่นับเวบอื่นอีก ช่วงดึกประมาณ ห้าทุ่ม เน็ตเราช้าลงมากจนไม่สามารถฟังได้อีก คงเป็นเพราะหลายคนเริ่มเข้ามาฟังมากขึ้น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;ได้ฟังตอน น.ส.กรวรรณ ชัยบุตร เลขาธิการสมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ขึ้นพูด เออ มั่นดีอ่ะ สามารถใช่เล่น ขึ้นพูดปลุกระดมบนเวทีท่ามกลางคนนับหมื่นได้ ตอนนี้ยังมีนิสิตนักศึกษาที่สนใจการเมืองอยู่ ใครๆ ก็มักจะพุดว่าพลังนักศึกษาไมมีแล้ว ไม่เหมือนยุค 14 ตุลา มาตอนนี้ได้เห็นว่านิสิตนักศึกษามีการรวมตัวเพื่อเคลื่อนไหวเรื่องนี้กันบ้างแล้วทั้งที่ธรรมศาสตร์และรามคำแหง ถ้าไม่ติดว่าเป็นฤดูกาลสอบปลายภาค น่าจะมีแรงพลังจากเด็กๆ มากกว่านี้ จังหวะพอดีกับสอบไล่ ที่สำนักเรานี่อ่านหนังสือ ติวหนังสือกัน จนไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีเด็กซักกี่คนที่ตามข่าว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;'จิตสำนึกสาธารณะ'ของปัจเจคชนมันไม่ค่อยมีให้เห็นซักเท่าไหร่แล้ว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;พูดเรื่องนี้ออกมาคนอื่นเค้าก็หาว่าหัวรุนแรง มองโลกแง่ร้าย คิดมากเกินไป เครียดไปหรือเปล่า ไม่รู้ดิ่ &lt;span style="color:#660000;"&gt;การคิดอะไรที่พ้นไปจากตัวเองเป็นการคิดมากเกินไป แล้วคุณค่าของการดำรงชีวิตในฐานะมนุษย์มันจะใช้มาตรไหนมาวัดล่ะ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;color:#660000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:100%;color:#000099;"&gt;เราไม่ได้ตัดสินใจว่าจะนับถือใครตรงทีเค้ามีอะไร &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;แต่เรานับถือคนคนนั้นจากสิ่งเค้ากระทำต่อผู้อื่น ต่อสังคม&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;สิ่งที่เค้าสร้างสรรไว้ให้กับรุ่นต่อๆ ไป&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;เราบ้าไปคนเดียวหรือเปล่า&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;.....&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;มีกระแสเรียกร้องจากบ้านนอกให้หาโหลดคลิปหรือบันทึกเสียงของคนที่ขึ้นปราศัยให้หน่อย ซื้อก็เอา เพราะทีวีธรรมดาไม่มีให้ดู อยากฟังบรรยากาศ ว่าพูดว่าอะไรกันบ้าง มีข้อมูลใหม่ ๆอะไรหรือเปล่า อยากเอาไปก๊อปแจกให้ชาวบ้านได้รู้กันทั่ว ว่าความจริงคนที่ไปลานพระบรมรูปเป็นหลักหมื่น ไม่ใช่หลักพันอย่างที่เป็นข่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ 26 นี้จะเป็นยังไงมั่งก็ไม่รู้ นัดชุมนุมกันอีกรอบ ว่ากันว่าถ้าพี่เหลี่ยมไม่ออก ก็ไม่เลิกชุมนุม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;สองอาทิตย์นี้เหนื่อย ยุ่ง ชุลมุน จนแบตหมด ต้องงัดเอาแบตสำรองมาใช้&lt;br /&gt;ลุงโทรมาปลุกสองสามวันแล้ว ข้าพเจ้าก็ยังอยู่บนที่นอน หมดแรง ป่วย ปวดหัว ปวดท้อง เจ็บตา&lt;br /&gt;อยากให้วันนึงมีเวลาเพิ่มอีก 48 ชั่วโมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะดัดผมดีหรือเปล่า&lt;br /&gt;ผลโหวตฝั่งอาจารย์ทุกท่านบอกว่าชอบผมตรง ผมหยิกหวานไป ตัวจริงออกจะซ่า กระโดกกระเดก&lt;br /&gt;ผลโหวตฝั่งนักศึกษาทุกคนบอกว่าชอบผมหยิก ดูผู้หญิงดี ชอบให้หวาน ๆ วัยรุ่นออก&lt;br /&gt;คิดไม่ตก ผมตรงไปก่อน วันไหนอยากหวานก็ไปม้วนละกัน เป็นผู้หญิงนี่ยุ่งจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนสาวกลับมาอยู่เมืองไทยเป็นการถาวรหลังจากไปเรียนรู้โลกกว้างที่เกาะจนคว้าใบปริญญากลับมาฝากที่บ้านได้สมใจ&lt;br /&gt;ตอนนี้กำลังเตรียมตัวเข้าสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจร่วมกับเพื่อนที่ไปเจอกันที่เกาะ ได้แต่หวังว่าเพื่อนๆ คงจจะได้ไปงานแต่งงานหล่อนในเร็ววัน จะชักช้าอยู่ใย นับวันอายุอานามก็เพิ่มขึ้น รีบเก็บเงินไปขอสู่ขอพี่เค้ามาเป็นเจ้าบ่าวเถอะเพื่อน 555&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;สองอาทิตย์นี้ฟัง&lt;br /&gt;Body Slam - Body Slam&lt;br /&gt;Believe - Body Slam&lt;br /&gt;โปรดตัดสินใจ - Boyd&lt;br /&gt;กลิ่น - ทีโบน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ เขียนไว้ตั้งแต่วันอาทิตย์แต่โพสต์ไม่สำเร็จ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-113980558796529229?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/113980558796529229/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=113980558796529229' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/113980558796529229'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/113980558796529229'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/02/ce-2.html' title='CE # 2  และเรื่องราวไร้สาระ'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-113864619715060036</id><published>2006-01-31T00:14:00.000+07:00</published><updated>2006-02-04T11:30:31.916+07:00</updated><title type='text'>ประเทศไทยของใครกัน ?</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;color:#000099;"&gt;&lt;strong&gt;'ถ้าวิถีแห่งความจริงใจ ไม่กลายเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งที่คนผู้นั้นกำลังพยายามจะทำอยู่แล้ว สิ่งนั้นก็ยังไม่ใช่วิถีที่แท้จริง' ...มูซาชิ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;color:#000099;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;color:#000000;"&gt;จากหนังสือ ภูมิปัญญามูซาชิ วิถึแห่งกลยุทธ์เชิงบูรณาการ โดยอ.สุวินัย ภรณวลัย สำนักพิมพ์ Openbooks&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;หลังจากบริโภคข้อมูลเกี่ยวกับพี่เหลี่ยมมากว่าห้าปี แถมช่วงหลังๆ นี่ข้อมูลทะลักทลาย นี่ทำเอาเรารู้สึกว่าคน...อะไรถึงได้...ปานนี้ (ไม่เอาน่า ไหนว่าบล็อกนี้จะเขียนแต่เรื่องบวกๆ ดีๆ ไงล่ะ- ก็แมร่งอดไม่ได้นี่หว่า)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;เคยมีพี่ที่เรียนด้วยกันเคยบอกว่าในชีวิตการทำงานนะ ทุกๆ ดีลมันจะสำเร็จหรือล้มเหลวอยู่ที่ข้อกฎหมายเลย สำคัญมากๆ สำคัญกว่ามันสมองที่สามารถคิดดีลเจ๋งๆได้อีก เพราะดีลเจ๋งๆ มันจะไม่ถูกบันทึกเป็นกรณีศึกษาระดับคลาสสิคถ้าไม่มีมุมมองด้านกฎหมายที่คนฟัง ฟังแล้วอื้งว่ามันคิดได้ไงวะ แค่ตรรกะด้านการเงินที่คิดดีลให้มันลงตัวนี่ก็ยากอยู่แล้ว มาเจอมุขเด็ดของข้อกฎหมายอีก ยอมเลย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;งานนี้ดีลอันลือลั่นที่พยายามทำให้เนียนแต่ก็ยังมีคนช่างค้น ช่างขุด ช่างคุ้ยไปหาซากเจอ เอาออกมาเปิดเผยถึงกระบวนการไม่โปร่งใสให้ได้รู้กันเป็นระยะๆ ยิ่งฟังยิ่งอ่านก็ยิ่งอนาถใจว่าไอ้มันสมองที่ร่ำเรียนซะสูง ทำไมมันไม่เอาไปคิดอะไรทีมันดีๆ ต่อบ้านเมือง กันมั่งฟะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เก่งแต่ไม่มีคุณธรรมนี่อันตรายจริง ๆ เสียหายกันนักต่อนัก ไม่ไหว&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;กรณีนี้ไม่รู้ใครเป็นคนคิดบ้าง เชื่อมันเลย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;อ่านแล้วก็คิดได้ว่า ถูกแล้วหล่ะที่อยากเป็นครู เพราะถ้าเราเป็นครูนอกจากเราจะสอนเนื้อหาวิชาการให้เด็ก เราคงต้องสอนเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมลงไปให้ฝังลงไปในหัวเด็กด้วย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;ยิ่งคนที่จะขึ้นมาเป็นเจ้าคนนายคนนี่หนัก ถ้ามีอำนาจอยู่ในมือแต่คนมีอำนาจกลับใช้อำนาจในทางที่ผิด เรือใบหายกันหมด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;เดี๋ยวนี้ค่านิยมมันดันเป็นแบบชื่นชมคนรวย และโครตรวย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;โดยไม่สนใจขบวนการของการที่กว่าจะได้&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;รวยและโครตรว่าได้มาด้วยการโกงกิน ทำสิ่งที่เลวๆ หรือเปล่า &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;อุ๊ปส์ จะไปว่าเค้าก็ไม่ได้นะ &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;เค้าทำทุกอย่างถูกกฎหมายนะ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;(กฎหมายที่แก้ให้ตัวเองได้ประโยชน์สูงสุด ) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#990000;"&gt;&lt;strong&gt;ประเทศไทยของใครกัน?&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#000099;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:130%;color:#000099;"&gt;...&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:130%;color:#000099;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:100%;color:#000000;"&gt;&lt;em&gt;หมายเหตุ&lt;/em&gt; นึกถึงพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัวที่เคยได้ยินทางโทรศัทน์ตอนค่ำ ๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:100%;color:#000000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:130%;color:#000099;"&gt;&lt;strong&gt;'เราไม่สามารถทำให้ทุกคนในสังคมเป็นคนดีได้ เราจึงต้องให้คนดีมาปกครองคนไม่ดี'&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:100%;color:#000000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:100%;color:#000000;"&gt;ตอนเด็กๆ ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกว่าเรื่องแบบนี้สำคัญยังไง เพราะตอนเป็นเด็กเรารู้จักโลกไม่กี่แบบ และคิดว่าทุกๆ คนก็คงจะเป็นคนดี จะเป็นคนไม่ดีกันทำไม แต่ตอนนี้ซึ้งแล้วอ่ะ อย่างแรง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#000000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:100%;color:#000000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:100%;color:#000000;"&gt;ถ้าเราเป็นนักบิน แล้วมีโอกาสขับเครื่องบินที่พี่เหลี่ยมและครอบครัวนั่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:100%;color:#000000;"&gt;เราคงจะยอมสละชีวิตเราหนึ่งชีวิตพร้อมกับชีวิตพี่เหลี่ยมบุคคลที่แม้แต่นรกก็คงไม่ยอมเหยียบ โหม่งโลกไปด้วยกันเลย เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณประเทศไทย แผ่นดินแม่ ที่เราไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะทำยังไงถึงจะได้กลับคืนมา เราอาจจะมีเงินน้อยไปที่จะซื้อกลับคืน... &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:100%;"&gt;...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:100%;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:100%;"&gt;&lt;strong&gt;Reference&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:Courier New;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.onopen.com/2006/editor-spaces/245"&gt;open special: เมื่อความถูกต้องทางกฎหมาย อยู่เหนือความถูกต้องทางศีลธรรม : บทวิเคราะห์ 20 ประเด็นหลัก ในดีลเทคโอเวอร์กลุ่มชินคอร์ป&lt;br /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-113864619715060036?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/113864619715060036/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=113864619715060036' title='7 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/113864619715060036'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/113864619715060036'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/01/blog-post_31.html' title='ประเทศไทยของใครกัน ?'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>7</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-113853935312815343</id><published>2006-01-29T19:50:00.000+07:00</published><updated>2006-01-29T19:55:53.376+07:00</updated><title type='text'>จดหมายถึง OPEN # 3 Friends of Open</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;สวัสดีค่ะพี่โญ อ.ปกป้อง และทีมงาน Open&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่ๆ ทำ Open link ไปยัง friends of open ตั้งแต่เหมื่อไหร่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพิ่งเห็นวันนี้เองค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันเยี่ยมมากจริง ๆ เพราะ มันคงเป็นจะเป็นเครือข่ายพันธมิตรที่แสนจริงใจของ open&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราเองรู้จัก และชื่นชมในนิสัยใจคอของ open มาหลายปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความรู้สึกว่า ท่านช่างเป็นตัวของตัวเอง มีความสนใจหลากหลาย ซึ่งมันดันตรงกับความสนใจของเราพอดิบพอดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;( ถึงแม้จะไม่มีคอลัมน์แนะนำแหล่งท่องเที่ยว ชอปปิ้ง และร้านอร่อย - ไม่เป็นไรหรอก เพื่อนเที่ยวเพื่อนกินแบบนั้นเรามีเยอะแล้ว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เราน่ะ หาเพื่อนคุยแนวนี้ในโลกแห่งความเป็นจริงได้น้อยเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนนึงก็มิตินึง ไอ้ที่มาแบบหลากมิติแถมคมลึกแบบท่านเนี่ย ยากยิ่งกว่ายาก เราก็เลยต้องมีเพื่อนเยอะแยะหลายคนไว้คอยแก้เหงา แต่ก็ไม่เคยมีใครถูกใจเราเท่าท่านเลยอ่ะ แถมตอนที่ท่านลาพักร้อนไปเที่ยวเก็บเกี่ยวประสบการณ์รอบโลกนี่ เราแทบจะเฉาตาย เคยมีคนมาเล่าโน่นเล่านี่ให้ฟังทุกเดือนอยู่ดีๆ หายไปเฉยเลย (ถึงจะเข้าใจเหตุผล แต่ก็ทำใจยากอยู่นะท่าน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังดีที่มีเพื่อนใหม่ เข้ามาในชีวิตให้ทำความรู้จัก(แบบบ้าพลัง) เค้าชื่อ 'Blog' หล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เค้ามีนิสัยตรงไปตรงมา เปิดเผย จริงใจ และนิสัยอีกหลายอย่างคล้ายท่านแต่เค้ามาแบบออนไลน์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แถมไม่ได้มาเดี่ยว มากันเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นกองทัพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้ววันนึงเราก็ได้รู้ความจริงว่า ราชาแห่ง blogger เมืองไทย เป็นคนในของ open (โอ๊ย กรี๊ดดดด สลบ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้เค้ามาเป็นเสนาบดี ร่วมคิด ร่วมวางกลยุทธ์ ให้ open ได้กลับมาในรูปแบบใหม่ online ทันสมัยแถมยังคงนิสัยจริงใจเหมือนเดิม ท่านคงรู้จักเค้าดีกว่าเรา ฝากบอก 'เค้า' ด้วยนะ ว่าเราขอบคุณเค้าเป็นที่สุด ที่เค้าได้ทำให้ชุมชนของชาว open ยังคงอยู่ และมีท่าทีจะแข็งแรงกว่าเดิมด้วยอ่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรามีเพื่อนอีกหลายคน เราคบเค้ามานานเหมือนกัน เพราะเค้านิสัยดีเหมือนท่าน เราก็เพิ่งรู้วันนี้ วันที่เห็น friends of open ว่าท่านเป็นเพื่อนกับพวกเค้าด้วย ว้าววววว เราคบเพื่อนคนเดียวกันเหรอเนี่ย ถ้าเราชอบนิสัยใจคอของเพื่อนคนเดียวกัน เราก็คงจะเป็นคอเดียวกันจริงๆ ว่ามะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาเราแวะมาเยี่ยมท่าน เราก็แวะไปเยี่ยมเยียน'เพื่อนของเรา' ได้สะดวกด้วยการคลิก open link ช่างดีเสียนี่กระไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณคนเสนอไอเดียให้ทำ link และคนที่ทำ link ให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณมากค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Epsilon&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/18630743-113853935312815343?l=epsie.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://epsie.blogspot.com/feeds/113853935312815343/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=18630743&amp;postID=113853935312815343' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/113853935312815343'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/18630743/posts/default/113853935312815343'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://epsie.blogspot.com/2006/01/open-3-friends-of-open.html' title='จดหมายถึง OPEN # 3 Friends of Open'/><author><name>Epsilon</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09832512481259999579</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-18630743.post-113846292484841899</id><published>2006-01-28T22:41:00.000+07:00</published><updated>2006-02-02T19:29:16.060+07:00</updated><title type='text'>ชักธงรบ ตอนที่ 1</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;จะทำยังไงให้เด็กๆ เข้าใจว่าเศรษฐศาสตร์คืออะไร เรียนอะไร สอนอะไร เอาไปใช้ยังไง สำคัญยังไง ฯลฯ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;เป็นหัวข้อปรึกษาหารือ ถกเถียง และระดมสมองแบบทวีความเข้มข้นตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาของสำนักเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมมันถึงถูกชูประเด็นขึ้นมาพูดคุยอย่างหนักหน่วงพอๆ กับประเด็นทางการเมืองที่ร้อนระอุอยู่ตอนนี้น่ะเหรอ&lt;br /&gt;เพราะเราเริ่มเดินสายพบปะลูกค้ารุ่นใหม่ตามโรงเรียนมัธยมเพื่อชักชวนให้มาเรียนเศรษฐศาสตร์ที่สำนักเราน่ะซิ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเดินสายพบนักเรียนมัธยมเป็นวิธีการประชาสัมพันธ์ตัวเองวิธีหนึ่ง&lt;br /&gt;ซึ่งเราเคยทำร่วมกับส่วนกลางของมหาวิทยาลัย (ปัจจุบันก็ยังทำ)&lt;br /&gt;คือส่งอ.ตัวแทนจากคณะละ 1-2 คนไป ไปเดินสายร่วมกับอ.ตัวแทนจากคณะอื่นๆ&lt;br /&gt;มีเวลาให้คณะละ 5-15 นาที แล้วแต่เวลาจะเอื้ออำนวย&lt;br /&gt;ข้อดีมีหลายอย่าง และโรงเรียนก็ชอบแบบนั้นเพราะไม่ต้องหาคาบว่างให้มหาวิทยาลัยมาประชาสัมพันธ์กันบ่อยๆ&lt;br /&gt;แต่ข้อเสียที่เกิดขึ้นก็คือ กลายเป็นว่าแต่ละคณะก็ต้องมาพรีเซนต์ตัวเองเพื่อที่จะดึงดูดเด็กให้มาเรียนที่คณะ&lt;br /&gt;แต่ละคณะก็มีจุดขายต่างกัน อะไรๆ ของเราก็เด่นหมด ขายได้ทั้งนั้น แต่เจอคณะอื่นเค้าบอกว่าถ้าจบแล้วอยากได้เงินเดือนสองหมื่นอัพ ให้มาเรียนคณะเค้า (เรียนเพื่อให้ได้เงินเดือนสูง ๆ เฮ้ออออออออ) คณะเราก็เลยได้แต่หน้าจ๋อย :(&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาปีหลังๆ เราก็เลยทั้งเดินสายร่วมกับส่วนกลาง และเดินสายแบบลุยเดี่ยว&lt;br /&gt;ข้อดีก็คือเรามีเวลามากขึ้นในการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับศศ. และโน้มน้าวให้เด็กๆ สนใจเรียนกับเรา&lt;br /&gt;แต่ข้อเสียก็คือเด็กที่ไม่สนใจศศ. ส่วนหนึ่งที่รู้แล้วว่าตัวเองต้องการเรียนอะไร กับอีกส่วนหนึ่งคือเข้าใจผิดเกี่ยวกับศศ. จะไม่สนใจมาฟัง เฮ้ออออ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;เข้าใจผิดเกี่ยวกับศศ. &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เข้าใจว่าเรียนเกี่ยวกับตลาดหุ้น&lt;br /&gt;(มันแค่ส่วนหนึ่งของสาขาการเงินเอง เผลอๆ จบการเงินแล้วยังไม่รู้เลยว่าตลาดหุ้นน่ะมันยังไงกันแน่)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เข้าใจว่าเรียนแล้วต้องไปทำงานแบงค์&lt;br /&gt;(มันก็เป็นอาชีพหนึ่งของอีกหลายอาชีพที่จบศศ.จะทำได้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เข้าใจว่าถ้าชอบคณิตศาสตร์ให้เลือกเรียนศศ.หรือไม่ก็บัญชี&lt;br /&gt;(โห เลขที่ใช้ในศศ.กับที่ใช้ในบัญชีมันคนละเรื่องกันเลยนะน้อง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เข้าใจว่าถ้าเรียนศศ.แล้วถ้าจะให้ดีต้องเรียนให้จบป.เอก&lt;br /&gt;(มันก็จริงส่วนหนึ่งแต่จริงๆ แล้วพื้นฐานศศ.ไปเรียนต่อด้านอื่นได้อีกเยอะแยะไม่จำเป็นต้องเรียนศศ.ตรี โท เอกหรอก )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เข้าใจว่าถ้าอยากเป็นนักศศ.ที่เก่งๆ น่าจะเรียนตรีวิศวะแล้วค่อยต่อโทศศ.&lt;br /&gt;(ไปเอามาจากไหนเนี่ย แค่บางคน(ที่เค้ารุ่งๆ )น่ะ ไม่ต้องตรีวิศวะก็เป็นนักศศ.ที่เก่งได้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เข้าใจว่าถ้าเรียนศศ.แล้วต้องเป็นนักวิชาการพูดอะไรที่มันฟังยากๆ&lt;br /&gt;(นักวิชาการก็มีหลายประเภท หลายคนก็พูดเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายฟังเข้าใจออก-เอหรือว่าเราเรียนศศ.เราเลยเข้าใจหว่า)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แถมตอนนี้เด็ก ๆ เค้าก็อยากเรียนอะไรที่มันสนุกๆ เรียนแล้วไม่เครียด แถมทำงานเป็นจ๊อบได้เงินง่ายๆ อย่างเรียนนิเทศน์ ศิลปะ อะไรเทือกนั้น การจะไปโน้มน้าวให้เด็กหันมาสนใจศศ.ก็เลยดูเป็นงานใหญ่ไม่ใช่น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้มันกลายเป็นว่าโครงสร้างนักเรียนในปัจจุบันเลือกเรียนต่อในสายศิลปะและสังคมวิทยามากขึ้น (ถึงแม้ว่าศศ.จะอยู่ในสายสังคมศาสตร์แต่เด็กๆ เค้าก็ไม่เลือกเรียนหรอกนะ เค้ารู้สึกว่ามันค่อนไปทางวิทยาศาสตร์มากกว่า ก็สังคมที่ไหนเค้าเรียนเลขกันหนักหน่วงขนาดนี้ล่ะ) ช่วงอนาคตหลังจากนี้ไปประเทศไทยก็จะมีเด็กที่จบด้านนิเทศน์ ศิลปะกันมากขึ้น ส่วนเด็กที่เรียนด้านวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ ก็จะหายากขึ้นทุกที เอาไว้อีกหน่อยพอค่าตัวนักวิทยาศาสตร์แพงขึ้นตามหลัก Demand-Supply เราอาจจะได้เห็นเด็กๆ แย่งกันเข้าคณะสายวิทยาศาสตร์ ด้วยเหตุผลว่าจบแล้วได้เงินเดือนดี เฮ้อออออ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดี๋ยวนี้วิศวกรก็หันเหมาเรียนการเงิน เรียนศศ.กันมากขึ้น กลายเป็นเทรนด์ ตรีวิศวะโท MBA / Finance /Economics&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนบางคนก็บอกว่าสนใจมานานแล้ว แต่จังหวะช่วงตัวเองเอนท์น่ะ ถ้าเด็กเก่งต้องติดวิศวะ ก็เลยเลือกวิศวะ แล้วก็สะสมความรู้ด้านตลาดเงินตลาดทุนมาเรื่อยจนมาเรียนต่อโท ไม่ไปเป็นวิศวกรอย่างที่ตัวเองเรียนมาแล้ว บ้างก็จบวิศวะ ทำงานอยู่โรงงานไปซักพัก รู้สึกชีวิตไม่ค่อยซาบซ่า วันๆ เจอแต่สาวโรงงาน กะคนงานก่อสร้าง เลยมาเรียนต่อแนวนี้ดีกว่า จบแล้วได้ทำงานในออฟฟิศที่มีสาวๆ น่ารักๆ รายล้อมดูชีวิตจะมีความสุขกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้เหมือนกัน ใครใคร่เรียนอะไรก็เรียนแล้วกัน จะไปห้ามไม่ให้เปลี่ยนแนวทางดำเนินชีวิตก็คงไม่ได้ เพราะเราเองก็ยังอยากจะเปลี่ยนไปเรียนท่องเที่ยวเลย อยากเรียนไปเที่ยวไป จะได้ไม่ต้องมานั่งอยู่หน้าจอคอมทั้งวันทั้งคืนแบบนี้ เฮ้ออออ (อีกที)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาเรื่องเด็กๆ อีกครั้ง&lt;br /&gt;ตอนนี้จากโจทย์เดิมว่าเราจะทำยังไงให้เด็กเลือกเรียนศศ.กับสำนักเรา (ซึ่งมันก็หินอยู่แล้ว)&lt;br /&gt;คณาจารย์เลยต้องทำการบ้านโจทย์ที่กว้างกว่าเดิมว่าเราจะทำยังไงให้เด็กเข้าใจว่าศศ.คืออะไร แล้วเลือกที่จะเรียนศศ. สำนักไหนก็ได้ - ใจกว้างมะ (ตอนนี้เราแค่หวังว่าถ้าเค้าพลาดหวังจากการเข้าเรียนศศ.ที่ 2 สำนักเก่าแก่ เค้าจะเลือกเราเป็นตัวเลือกแรก แต่ต่อไปอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เด็กๆ ต้องคิดถึงเราเป็นอันดับหนึ่งก่อนสำนักอื่น ต้องทำให้ได้ ๆ กำลังวางแผนการรบอยู่)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปกติภาระงานสอน ทำวิจัย เป็นที่ปรึกษาให้เด็ก ก็หนักหน่วงพออยู่แล้ว&lt;br /&gt;ตอนนี้เพิ่มงานเดินสายประชาสัมพันธ์ลูกค้าอีกอ.แต่ละท่านก็เลยเหนื่อยกันมากกกกก&lt;br /&gt;แต่มันก็เป็นเหมือนกิจกรรมเพิ่มความสัมพันธ์ในคณะที่สนุกสนานเพราะมีเดิมพันที่ยอดเด็กที่จะเข้ามาเรียนในปีหน้า (เวลาที่ได้รับคำตอบว่าเลือกเรียนที่นี่เพราะประทับใจที่อ.ไปแนะแนวถึงที่โรงเรียน อ.ก็จะยิ้มกันแก้มปริ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค่อย ๆ เดินสาย ค่อยๆ เรียนรู้ปัญหา อุปสรรค และร่วมกันปรับกลยุทธ์ทุกวันๆ เพราะไปเจอกลยุทธ์เหนือเมฆของม.อื่นๆ แถมด้วยการปรับเปลี่ยนระบบการเรียน การรับนักศึกษาของทบวงเข้าไปอีก งานนี้ก็เลยกลายเป็นงานที่ทุกคนที่มีส่วนร่วมในการเดินสาย เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนการรบอย่างเมามัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราได้เห็นการประชุมกลุ่มย่อยๆ ทุกๆ วัน เล่าถึงอาการ 'เก็บตก' จากสถานการณ์เดินสาย แบบฮาๆ เห็นรายชื่อโรงเรียนมัธยมเต็มกระดาน และเห็นอาการเตรียมพร้อมด้วยการขนอุปกรณ์ประชาสัมพันธ์ใส่ท้ายรถกันคนละชุดสองชุดสำรองกรณีฉุกเฉิน ! ช่างรอบคอบเสียจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะให้สอนอย่างเดียว ทั้งๆ ที่รู้ว่าอนาคตต่อไปนักเรียนที่จะมาเรียนกับเราน้อยลงทุกทีโดยไม่ทำอะไร ก็คงไม่ได้&lt;br /&gt;งานนี้อ.ก็เลยต้องลุยกันเอง เพราะน้ำหนักความน่าเชื่อถือและความประทับใจที่เกิดขึ้นมันต่างจากส่งเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของมหาลัยไปมากนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปีนี้เราเปิดปริญญาตรีและปริญญาเอกภาคภาษาอังกฤษเป็นรุ่นแรก&lt;br /&gt;เท่ากับตอนนี้เรามี ป.ตรี ภาคไทย 4 สาขา ภาคอังกฤษ 1 สาขา&lt;br /&gt;ป.โท ภาคไทย ป.โท ภาคอังกฤษ&lt;br /&gt;และกันยา
